มะม่วง
คุณเล็ก เบญจวรรณ เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี ทำสวนมะม่วงเขียวเสวยเป็นอาชีพเสริม เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชำนาญปลูกมะม่วงเขียวเสวยตัวยง อาชีพหลักทำนา ทำสวนมะม่วงเสริมรายได้ คุณเล็ก เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำสวนมะม่วงเขียวเสวยมาตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งขณะนั้นก็มีอาชีพหลักคือ ทำนา แต่มะม่วงเป็นรายได้เสริมหลังว่างจากทำนา โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกภายในสวนจนเจริญเติบโตได้ผลผลิตจำหน่ายเป็นที่น่าพอใจ เมื่อทำมาได้ประมาณปี 2553 เกิดน้ำท่วมในพื้นที่สวนทำให้มะม่วงเขียวเสวยที่ปลูกตายเกือบหมด จึงต้องเริ่มสั่งกิ่งพันธุ์มาปลูกใหม่ทดแทนอีกครั้ง “มะม่วงนี่ถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับการทำสวนอื่นๆ เพราะว่าเราสามารถทำออกนอกฤดูได้ ที่ปลูกไปก็มีตายช่วงนั้นที่เกิดน้ำท่วม พอน้ำยุบไปได้สองเดือนตายหมด เลยต้องหามาปลูกใหม่ ก็ปลูกใหม่รอให้ผลผลิตอีกครั้งประมาณ 3-5 ปี” คุณเล็ก เล่าถึงความเป็นมา วิธีการปลูก มีขั้นตอนดังนี้ คุณเล็ก บอกว่า ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะปลูกมะม่วงเขียวเสวยให้ขุดพื้นที่สวนให้มีร่องน้ำ จากนั้นปรับพื้นที่ปลูกให้เรียบร้อย ขนาดของพื้นที่ปลูกจะให้มีขนาดใหญ่มากน้อยแค่ไหน
จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกมะม่วงที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศมีความเหมาะสม สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำดี สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี ทำให้มะม่วงมีคุณภาพดี สีสวย รสชาติดี อีกทั้งยังสุกล่าช้ากว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตมะม่วงของภาคอื่นๆ หมดไปแล้ว ทำให้ผลผลิตมะม่วงในจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ต้องการของผู้ค้าและผู้ส่งออก จึงเป็นโอกาสทองของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ทราบว่า มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 78,000 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง 16,375 ราย โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก ประมาณ 45,000 ไร่ กระจายอยู่ใน 15 อำเภอ ปริมาณผลผลิตเพื่อการส่งออกกว่า 35,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 300-600 ล้านบาท เกษตรกรได้รวมกันเป็นเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมดำเนินการผลิต การควบคุมคุณภาพผลผลิตของสมาชิก และร่วมกันทำการตลาดกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยมีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะม่วง รวม 15 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีการรวมต
คำว่า “โอกาส” ของทุกคนคืออะไร? สำหรับ “ราเชนทร์ สุขหวานอารมณ์” เกษตรกรผู้เป็น ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี บอกว่า โอกาสของเขาก็คือ การที่คนในชุมชน และท้องถิ่นของเขามีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น จากยอดขายมะม่วงคุณภาพที่เพิ่มขึ้นหลังส่งขายกับแม็คโคร ! โอกาสที่ “ราเชนทร์” และเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ตลอดจนชาวบ้านบ้านในพื้นที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ได้รับ เป็นหนึ่งในโมเดลความสำเร็จของ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่ “แม็คโคร” ใช้ความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และผู้นำอาหารสด ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรจนประสบความสำเร็จ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และรายได้ที่จับต้องได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกรรายย่อยของไทย ราเชนทร์ เล่าว่า “เราและลูกสวนเกษตรกรเครือข่าย 29 ราย ส่งมะม่วงคุณภาพส่งออก อาทิ พันธุ์น้ำดอกไม้ ให้กับแม็คโครมาเป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทำให้ส่งออกมะม่วงได้น้อยลง ขณะที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น เมื่อแม็คโครเข้ามาช่วยรับซื้อ ก็ทำให้มีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกษตรกรมีรายได้ ที่สำคัญได
“ชมรมผู้ปลูกมะม่วงอำเภอเนินมะปราง” จังหวัดพิษณุโลก เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง จำนวน 14 คน เมื่อปี 2532 ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเกือบ 200 ราย ทางชมรมฯ จะบริหารงานในรูปคณะกรรมการกลุ่ม มี “อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์” ทำหน้าที่เป็นประธานชมรมฯ พวกเขาติดต่อสื่อสารกันผ่านการประชุมกลุ่ม ที่จัดขึ้นทุกเสาร์ที่สองของเดือน รวมทั้งผ่านหัวหน้ากลุ่มย่อย ซึ่งได้จากการแบ่งกลุ่มสมาชิกออกตามพื้นที่เป็น 10 กลุ่ม สมาชิกทั้งหมดเป็นเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ที่มีพื้นที่ทำกินเฉลี่ย 45 ไร่/ครัวเรือน อาจารย์ศิลป์ชัย กล่าวว่า ทางชมรมฯ วางเป้าหมายพัฒนาองค์กรเป็น “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนมะม่วง” เพื่อ ส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการเกษตรให้แก่สมาชิกและผู้สนใจ เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพดีป้อนตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมาทางชมรมฯ ได้ร่วมกับ อาจารย์ธวัชชัย รัตน์ชเลค และ อาจารย์รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์ แห่งศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำวิจัยเกี่ยวกับการทำสวนมะม่วงของสมาชิก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จนได้ข้อสรุปที่เป็นวิธีปฎิบัติที่ดีที่
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มะม่วงเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการปลูกแพร่หลายในทุกภูมิภาค เป็นที่นิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกมะม่วงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยในปี 2564 มะม่วงผลสดและแช่เย็นจนแข็ง มีปริมาณการส่งออก 116,850 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3,367 ล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และยุโรป โดยพันธุ์ที่นิยมสำหรับการค้าและส่งออก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงมันขายตึก มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงมหาชนก มะม่วงโชคอนันต์ มะม่วง ฟ้าลั่น และมะม่วงทวายเดือนเก้า โดยมีพื้นที่การผลิตมะม่วงประมาณ 2 ล้านไร่ ผลิตมากที่จังหวัดเชียงใหม่ เลย สุโขทัย พิจิตร ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี และพิษณุโลก ซึ่งตลาดการส่งออกมะม่วงของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้น จากการเจรจาเปิดตลาดเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ทำให้ปลอดการเก็บภาษีนำเข้ามะม่วงจากไทยกับประเทศ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหลักการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ ด้านข้อมูล ด้านแพลตฟอร์มกลาง ด้านการกำหนดคุณภาพมาตรฐาน และตรวจสอบย้อนกลับ และด้านการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาดควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม มีให้ได้คุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก สำหรับการกระจายผลผลิตเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ คาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้า และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการผลผลิตร่วมกัน ด้าน นายสามารถ เดชบุญ เกษตรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จากการคาด
“เมื่อตลาดมะม่วงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่คนชอบรับประทานผลไม้ มีรายได้จากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งใส่ใจทุกขั้นตอนรายละเอียด ทำให้กลุ่มลูกค้ามีความพึงพอใจ และเน้นคุณภาพความเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค” คุณธิดาพร ศรีพูล แม่ค้าหน้าใส เล่าถึงงานขายมะม่วง คุณธิดาพร มีร้านจำหน่ายมะม่วง ตั้งอยู่เลขที่ 232/60 หมู่ที่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เล่าถึงแรงจูงใจ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ เริ่มแรกมีอาชีพเป็นชาวสวน ซึ่งก็เป็นสวนมะม่วงอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ บนเนื้อที่กว่า 250 ไร่ ส่วนใหญ่จำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการราคาขายส่ง สำหรับความพิเศษของร้านขายมะม่วงที่นี่จะแตกต่างจากร้านทั่วๆ ไป เนื่องจากมะม่วงของทางร้านจะมีวางจำหน่ายตลอดทั้งปี ถึงแม้บางครั้งอาจจะไม่มีผลผลิตจากทางสวนก็ตาม แต่สามารถนำมะม่วงจากสวนที่รู้จักกัน ซึ่งอยู่ในรูปแบบของเครือข่ายสัมพันธ์กัน มาจากการทำงานร่วมกันยาวนานกว่า 20-30 ปี มาวางขายที่ร้าน และสายพันธุ์หลักที่ได้วางขายส่วนใหญ่แล้วเป็นมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้ ที่มีการแบ่งไปตามเกรด ไปจนถึงเกรดเฉพาะที่สำหรับส่งออกไปยังนอกประเทศอีกด้ว
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลูกประมาณ 150-200 ต้น ต่อไร่ และเน้นต
เป็นที่ยอมรับกันว่าหากสนใจมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอร่อย หวาน หอม ในแบบเกรดพรีเมี่ยม คงไม่ต้องไปหาที่ไหนแล้ว ปักหมุดไปที่ “เนินมะปราง” พิษณุโลก เพราะเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดของไทย เพราะชาวบ้านใส่ใจกับการผลิตจึงเป็นมะม่วงที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานการปลูก GAP หรืออาจถึงขั้นส่งขายต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินมากมาย อย่าง “สวนรวงทอง” ที่มี คุณชลธิชา ช่างประดิษฐ์ เป็นเจ้าของสวน ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 13 บ้านวังน้ำบ่อ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ได้รับการันตีรางวัลชนะเลิศให้เป็นแปลง GAP ดีเด่น และอีกหลายรางวัลมากมาย ทั้งยังผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพมาตรฐานส่งออก เกรดพรีเมี่ยม “การปลูกมะม่วงที่ขายทั่วไปมีความเสี่ยงด้านราคาผันผวน ถึงขั้นเสี่ยงขาดทุนหากราคาขายต่ำกว่าทุน ขณะเดียวกัน ถ้าทำมะม่วงคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะขายในหรือต่างประเทศก็มีราคาสูง เพราะตลาดลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการแล้วมีกำลังซื้อมาก ทำให้ราคาขายสูง” เจ้าของสวนกล่าว ภายหลังประสบความสำเร็จสามารถส่งผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้จากสวนตัวเองไป
ท่านที่เดินทางผ่านเส้นทางอำเภอภูกามยาว ไปออกแถวตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ จะเห็นร้านขายผลผลิตทางการเกษตรอยู่หน้าสวนแห่งหนึ่ง มีขายหลายอย่างแต่จะสะดุดตามากๆ กับมะม่วงสีม่วงเข้มๆ ขนาดลูกโต สอบถามคนขายแล้วบอกว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ยู่เหวิน หรือแดงจักรพรรดิ มะม่วงพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน เช่นเดียวกับมะม่วงอ้ายเหวิน เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์จินหวงกับเออร์วิน ถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานกว่า 4-5 ปีแล้ว มีข้อเด่นคือ ผลใหญ่ รสชาติขณะดิบหรือห่ามมันกรอบหวาน ไม่มีเปรี้ยวปน ผลสุกหวานหอมไม่มีเสี้ยนและไม่เละ เคี้ยวหนึบอร่อยมาก ที่สำคัญสีของผล “มะม่วงยู่เหวิน” หรือแดงจักรพรรดิ ไม่ว่าจะเป็นผลดิบหรือสุกจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก และจะติดผลดกทำให้เวลาติดผลทั้งต้นดูแปลกตายิ่ง มะม่วงยู่เหวินหรือแดงจักรพรรดิ อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบจะดูคล้ายใบของมะม่วงพันธุ์เขียวใหญ่ สีเขียวสด ใบดกให้ร่มเงาดีมาก ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำน
