มะม่วง
COVID-19 เผยวิกฤติสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะไม้ผลอย่างมะม่วงผลผลิตส่วนใหญ่จะทยอยออกช่วงเมษายนแต่ส่งตลาดต่างประเทศไม่ได้ เร่งหาแนวทางรองรับผลผลิตและตลาดช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆ ในการ กระจายสินค้าเกษตรให้อยู่รอด นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อเศรษฐกิจโลก การดำรงชีวิต รวมถึงการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรของเกษตรกร ซึ่ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าและการบริหารสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และมอบหมายให้จัดเตรียมมาตรการรองรับ วางแผนกระจายผลผลิต และจัดหาช่องทางการตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร่งด่วน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 กรมส่งเสริมการเกษตรขึ้น เ
ชาวสวนทั่วประเทศ ร้องโควิด-19 ทำยอดส่งออกมะม่วงตลาดหลัก “เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-จีน-รัสเซีย-ตะวันออกกลาง” หายไปมากกว่า 50% เฉพาะตลาดหลักเกาหลีสูญกว่า 2.5 พันล้านบาท ทำราคาดิ่งจาก 70-80 บาท/กก. เหลือ 40-50 บาท/กก. ต้องเร่งระบายขายตลาดภายในประเทศ หวั่นเดือนมีนาคมผลผลิตในฤดูกาลออก ราคายิ่งดิ่งหนัก นายมนตรี ศรีนิล นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาชิกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทยทั่วประเทศ ประมาณ 500-600 ราย รวมพื้นที่เกือบหนึ่งแสนไร่ กระจายทั่วประเทศ 20 กว่าจังหวัด กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประเทศผู้ซื้อหลักเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-19 จึงได้ลดปริมาณการซื้อลง โดยเฉพาะ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดส่งออก อันดับ 1 เคยส่งออกปีละ 8,000-10,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท คนออกมาเดินซื้อของน้อยลง ขณะที่ตลาดยุโรปมีเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายหายไปมากกว่า 50% ขณะที่การทำตลาดเพื่อหาช่องทางอื่นจำหน่ายค่อนข้างลำบาก ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำลง จากปกติทุกปีส่งออกได้ 70-80 บาท/ กิโลกรัม แต่ตอนนี้ต้องขายตลาดในประเทศเหลือ 40-5
คุณพรเพ็ญ เจริญสุวรรณ หรือคุณนก เจ้าของสวนมะม่วงขายตึกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นเกษตรกรรายแรกๆ ที่เริ่มปลูกมะม่วงขายตึก บนพื้นที่ 120 ไร่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา บอกเล่าถึงจุดเด่นและวิธีการขยายพันธุ์ของมะม่วงขายตึกว่า จุดเด่นของมะม่วงขายตึก เป็นมะม่วง 3 รส เปรี้ยว หวาน มัน ให้ลูกดกติดผลง่าย นิยมทานดิบจิ้มกับพริกเกลือรสชาติกำลังดี ผลสุกเนื้อข้างในจะมีสีเหลืองเหมือนขมิ้น น่าทาน โดยมีเคล็ดลับความอร่อย เวลาเก็บจากต้นจะต้องค้างคืนไว้ 1 คืน เพื่อให้ลืมต้น แล้วจะเจอรสชาติอร่อย การขยายพันธุ์ คุณพรเพ็ญใช้วิธีการเสียบกิ่งพันธุ์ โดยใช่มะม่วงกะล่อนทองเป็นตอ เน้นความแข็งแรง มะม่วงกะล่อนโดยธรรมชาติแล้วรากจะลึกหากินเก่ง เพราะหลังๆมะม่วงมีการทำสารระงับการเจริญเติบโตการแตกใบอ่อน และถ้าเจออากาศร้อนๆ ต้นจะโทรมจัด เพราะฉะนั้นถ้าใช้มะม่วงกะล่อนเสียบตอในอนาคตจะดี ถ้าดูแลดี ถูกวิธี ลูกจะโต ระยะติดดอก-ออกผล เดือนตุลาคมเริ่มทำดอก ออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายน เก็บขายช่วงเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนเมษายน เดือนมีนาคมมะม่วงขายตึกจะออกผลเยอะ ห่อผลอยู่กับลูกประมาณ 50วัน ให้ผลผลิตต่อต้น ประมาณ 300กิโลกรัม ราค
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ พุ่มทับทิม คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน พื้นที่ภายในสวน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลู
“อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ ประธานชมรมผู้ปลูกมะม่วงอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้บอกเล่าเทคนิค “การอุ้มบุญมะม่วง” หรือที่หลายคนเรียกว่า “การฝากท้องมะม่วง” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้ เมื่อต้นมะม่วงที่ปลูก เช่น มะม่วงพันธุ์เขียวเสวย หรือ เพชรบ้านลาด ไม่ให้ผลผลิต หรือให้ผลผลิตน้อยไม้คุ้มค่ากับการลงทุน เกษตรกร นิยมนำเทคนิคอุ้มบุญมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ในช่วงต้นหรือกลางฤดูฝน โดยไม่เพิ่มพื้นที่ปลูกและใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็ให้ผลผลิตแล้ว ส่วนใหญ่นิยมใช้ มะม่วงพันธุ์เขียวเสวย หรือ เพชรบ้านลาด เป็นต้น แม่พันธุ์ และลูก (ยอดที่มาฝาก) ได้แก่ น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 หรืออกร่องพิกุลทอง เป็นต้น เทคนิคอุ้มบุญทำได้ง่าย เริ่มจากคัดเลือกต้นแม่ที่มีสภาพสมบูรณ์ ใบแก่ เขียว เข้ม ลูก (ยอด) ที่นำมาฝากท้อง ต้องเป็นพันธุ์ดี มีสภาพแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะแตกใบอ่อนภายใน 5-7 วัน ที่สำคัญเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ตลาดต้องการ หลังจากคัดเลือกต้นแม่และกิ่งพันธุ์ที่ต้องการได้แล้ว จะกำหนดบริเวณฝากท้องให้สูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร อยู่ห่างจากง่ามของกิ่ง เพื่อใช้ง่ามสำหรับให้ช่อพาด เพื
ปี 2560 อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน มีหลายชุมชนเกษตรที่พิจารณาจัดทำโครงการขยายพันธุ์พืช เพื่อจะได้มีพันธุ์พืชปลูกในพื้นที่ พืชหลักๆ ที่ขยายพันธุ์ โดยฝีมือเกษตรกรเอง แต่ตามหลักวิชาการเกษตร มีพืชที่เพาะขยายด้วยเมล็ด ลงถุงขนาดตามความเหมาะสม และวัตถุประสงค์ที่จะให้ประชาชนนำไปดำเนินการต่อ เช่น นำไปปลูกในสวน นำไปตั้งประดับบ้านเรือน ผลผลิตที่ชุมชนเกษตรอำเภอน้ำปาดทำได้ รวมจำนวน 2,248,900 ต้น ประกอบด้วย ต้นดาวเรือง กว่า 160,000 ต้น มะม่วง 374,600 ต้น มะขามเปรี้ยว 277,800 ต้น ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ซางหม่น กว่า 43,000 ต้น และที่มีความตั้งใจผลิตออกมาเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และวาดฝันให้พื้นที่เกษตรอำเภอน้ำปาด เป็นแดนพืชผลที่อนาคตไกล คือ มะม่วงหิมพานต์ ผลผลิตกว่า 1,364,000 ต้น ณ วันนี้ เริ่มทยอยจากเรือนเพาะชำทั้ง 23 โรงเรือน 4 ชุมชน สู่ชุมชน สู่ผืนดิน เพื่อนำมาซึ่งความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเกษตรหลายพื้นที่ กำลังคิดจะเปลี่ยนแปลงปลูกพืชอื่น เพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง อาทิ ด้านราคาตกต่ำ การระบาดของศ
มะม่วงลูกพลับทอง ชื่อฟังเป็นชื่อไทย ซึ่งก็น่าจะเป็นมะม่วงของไทย แต่มะม่วงลูกพลับทองไม่ใช่มะม่วงดั้งเดิมหรือมะม่วงโบราณ หรือเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ของไทย มะม่วงลูกพลับทองเป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่อีกสายพันธุ์หนึ่งของไต้หวันที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ปัจจุบัน มีมะม่วงจากไต้หวันอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 20 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมักเป็นสายพันธุ์ที่มีผลผิวสวยงามสะดุดตา (สีแดง) ผลมีขนาดใหญ่ และมีรสชาติดี แต่บางสายพันธุ์กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะมีคุณสมบัติไม่ดีพอ ไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาด เช่น ผิวสีไม่สวย รสชาติไม่ดี มีเสี้ยนมาก เปลือกบาง ผลมีขนาดเล็ก มีกลิ่นขี้ไต้ เก็บไม่ได้นาน เน่าเสียง่าย และไม่เหมาะที่จะปลูกเพื่อการค้า เป็นต้น ดังนั้น สายพันธุ์เหล่านี้จึงไม่ค่อยมีการทำกิ่งออกมาจำหน่าย แต่สำหรับมะม่วงลูกพลับทองแม้ว่าขาดคุณสมบัติที่ดีของมะม่วงไปบางอย่าง แต่ก็มีคุณสมบัติอีกอย่างที่โดดเด่นคือ มีรูปทรงผลที่แตกต่างจากผลมะม่วงอื่นๆ จึงเป็นการขายความแปลกใหม่ให้กับผู้ชอบสะสมพันธุ์มะม่วงและนักสะสมพรรณไม้แปลกใหม่เสียมากกว่าที่จะหวังผลกับการ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก เปรียบเสมือนหน่วยงานที่ย่อแบบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงมา เพื่อบริหารจัดการในส่วนของจังหวัดอีกทอด วิสัยทัศน์ พันธกิจ หรือนโยบาย ในการพัฒนาการเกษตร จึงไม่แตกต่างจากต้นกระทรวงหลักนัก คุณจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก รับหน้าที่และบทบาทแทนพ่อเมืองพิษณุโลก ในการให้ข้อมูลแผนพัฒนาการเกษตรของจังหวัดพิษณุโลก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลถึงแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดพิษณุโลก (พ.ศ. 2560-2564) ว่า เป้าประสงค์หลักการพัฒนา คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรให้ตอบสนองความต้องการของตลาด สร้างความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายกับภายนอกอย่างเข้มแข็ง และจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและยั่งยืน ทั้งยังเน้นเรื่องของการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สัดส่วนโครงสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร จังหวัดพิษณุโลก พบว่า การเพาะปลูกพื
ถ้าต้นมะม่วงติดผลดก การใส่ปุ๋ยควรจะใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น สูตร 16-16-16 ให้กับต้นมะม่วงด้วย มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจนผลมะม่วงมีอายุได้ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง ก็จะงดการให้น้ำได้ หรือให้น้ำบ้างตามสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ ทางใบอาจจะมีการฉีดพ่นปุ๋ย สูตร 20-20-20 หรือ 10-20-30 ผสมกับฮอร์โมนธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซียม-โบรอน ฮอร์โมนโปรดั๊กทีฟ เพื่อทำให้ผลมะม่วงมีความสมบูรณ์ ในระยะดอกเริ่มโรยและติดผลอ่อน เกษตรกรต้องหมั่นดูแล เพราะหากเพลี้ยไฟหรือโรคแอนแทรคโนสเข้าทำลายผลอ่อน ผิวจะไม่สวย ขายไม่ได้ราคา ติดผลอ่อนฉีดล้างโรคแมลงทำผิวให้สวย เมื่อดอกมะม่วงเริ่มโรย เราจะสังเกตเห็นผลอ่อนของมะม่วงติดผลเล็กขนาดไข่ปลาถึงหัวไม้ขีด ช่วงนี้ต้องระวังเพลี้ยไฟกับโรคแอนแทรคโนสให้มาก ระยะนี้เกษตรกรจะใช้สารเคมีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพดี เช่น สารไซฮาโลทริน (เช่น เคเต้) อัตรา 10 ซีซี หรือใช้สารคาร์โบซัลแฟน (เช่น โกลไฟท์) อัตรา 30-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นร่วมกับสารกำจัดโรคแอนแทรคโนส เช่น โพรคลอราซ (เช่น เอ็นทรัส) หรือ เบนโนมิล (เช่น เมเจอร์เบน) คาร์เบนดาซิม อะซ็อกซีสโตรบิน เป็นต้น ถ้าเคยทำมะม่วงมา 2-3 ปี ก็
เทคโนโลยีการผลิตมะม่วงของประเทศไทยในปัจจุบัน การใช้ “สารแพคโคลบิวทราโซล” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการใช้บังคับให้ต้นมะม่วงออกนอกฤดู มีการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลกันอย่างแพร่หลาย อาจจะกล่าวได้ว่า มีการใช้กันแทบทุกสวนทั่วประเทศที่มีการผลิตมะม่วงเชิงพาณิชย์ แม้แต่เกษตรกรที่ปลูกแบบสวนหลังบ้าน ยังได้มีการนำเอาสารชนิดนี้ไปใช้เช่นกัน เนื่องจากสารแพคโคลบิวทราโซลนี้สามารถบังคับให้ต้นมะม่วงออกดอกได้ก่อนหรือนอกฤดูจริง สรุปได้ว่า สารแพคโคลบิวทราโซลสามารถกำหนดการออกดอกของมะม่วงได้จริง ในขณะเดียวกันเกษตรกรเจ้าของสวนมะม่วงที่มีการใช้สารชนิดนี้กับต้นมะม่วงติดต่อกันหลายปีจะต้องพึงระวังเกี่ยวกับเรื่องต้นมะม่วงทรุดโทรมเร็วขึ้น ทรงต้นมะม่วงเสีย ต้นมะม่วงแตกใบอ่อนยากมาก หรือไม่แตกยอดเลย ผลการใช้สารแพคโคลบิวทราโซล ว่าสามารถบังคับให้ต้นมะม่วงออกดอกได้อย่างแน่นอน แต่หลังจากที่ต้นมะม่วงออกดอกมาแล้วจะทำให้ดอกมีการติดผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ความสมบูรณ์ของต้น สภาวะแวดล้อมของฤดูกาล ธรรมชาติ แมลงที่ช่วยในการผสมเกสร ฯลO ในขณะนี้สรุปได้เพียงว่า สารแพคโคลบิวทราโซล ช่วยในการออกดอกเท่านั
