มะเดื่อฝรั่ง
คุณพิเชษฐ กันทะวงค์ เกษตรกรรุ่นใหม่ วัย 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 12 ถนนพหลโยธิน ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้บริหารจัดการพื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน ให้เป็นทั้งฟาร์ม/แหล่งเรียนรู้/แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร/ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย/ร้านอาหาร และที่พักอาศัย จนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้ 2-3 แสนบาท ต่อเดือน ผลิตเมล่อนในโรงเรือน สร้างสินค้าคุณภาพสูง สู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ หลังจากเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2546 ได้มีโอกาสเรียนรู้สะสมประสบการณ์ด้านการทดสอบสายพันธุ์พืชและการควบคุมศัตรูพืชกับบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นกว่า 10 ปี จึงได้ตัดสินใจออกมาทำฟาร์มเมล่อนปลอดสารพิษ ในปี 2555 บนพื้นที่ของตนเอง 3 ไร่ 3 งาน จากเดิมที่เป็นทุ่งนา มาเป็นฟาร์มระบบโรงเรือนแบบปิด เพื่อผลิตเมล่อนปลอดสารพิษคุณภาพสูงเกรดพรีเมี่ยม (Premium) สาเหตุที่เลือกทำฟาร์มเมล่อนปลอดสารพิษ เนื่องจากเมล่อนโดยทั่วไปเป็นผลไม้ที่มีโรคและแมลงศัตรูมาก จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด การผลิตเมล่อนปลอดสารพิษจึงเป็นความท้าทาย แต่คุ้มค่าต่อการลงทุนและเมล่อนปลอดสารพิษ มีราคาและความต้อ
“กระบองเพชร” เป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ ปลูกง่าย ตายยาก ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องมือเย็นก็ปลูกได้ กระบองเพชรเป็นพรรณไม้ขนาดเล็กถึงปานกลาง ลักษณะต้นเตี้ยๆ ดูน่ารัก มีหลากหลายรูปทรงสวยงามแตกต่างกันออกไปแล้วแต่สายพันธุ์ ลักษณะเด่นเฉพาะตัวของกระบองเพชร คือ หนามแหลมคมที่ปกคลุมอยู่รอบต้น ปัจจุบันมีคนหลงใหลพรรณไม้ชนิดนี้เพิ่มขึ้น แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าบางพันธุ์ก็สามารถกินผลได้ด้วย คุณปิยะ วงศ์จันทร์ เจ้าของ Safety Farm ฟาร์มผลไม้ปลอดภัย จังหวัดลำปาง (โทร. 085-687-8778 ) ในอดีตเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายไม้แปรรูป กระทั่งเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ผันตัวมาเป็นเกษตรกรที่จังหวัดลำปาง ครั้งแรกคุณปิยะเริ่มต้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่น ชื่อ “คิโมจิ” โดยปลูกเมล่อนในโรงเรือน เพื่อสะดวกต่อการดูแลจัดการแปลงปลูกเมล่อน โดยไม่พึ่งสารเคมี และขายผลผลิตผ่านเฟซบุ๊ก ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท ใช้วิธีเปิดให้ผู้สนใจสั่งจองสินค้าล่วงหน้า เพียงแค่ 1 ชั่วโมง เขาสามารถขายเมล่อนได้มากกว่า 1,000 ลูก แม้เมล่อนจะสร้างรายได้ก้อนโต แต่ทว่าเป็นพืชล้มลุก หลังจากออกลูก ต้นเมล่อนก็ตาย คุณปิยะ จึงมองหาพืชตัวอื่นที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวมาปลูกทดแทน ในท
มะเดื่อของไทยเป็นพืชผักที่ชาวปักษ์ใต้นิยมกินกับขนมจีน แกงเผ็ด และน้ำพริกมากนาน ถือว่าเป็นผักไม่ใช่ผลไม้ มะเดื่อของไทยมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับมะเดื่อฝรั่งที่นิยมกินกันในปัจจุบัน นอกจากขนาดที่แตกต่างกันแล้ว มะเดื่อไทยจะกินตอนที่ผลยังมีสีเขียวอยู่ คือยังไม่สุก เพราะถ้าสุกจะมีหนอนอยู่มาก หนำซ้ำยังมีกลิ่นไม่ชวนกิน ซึ่งแตกต่างกับมะเดื่อฝรั่งที่มีกลิ่นหอมชวนกิน แต่ว่าก็ว่าเถอะ มะเดื่อฝรั่งเป็นต้นไม้ที่ปลูกยากเย็นสำหรับผู้เขียน เนื่องจากเคยลองนำมาปลูกสองครั้งแล้วยังไม่สามารถทำให้ต้นอยู่ได้ถึงผลิดอกออกผล ต่างพากันล้มประดาตายไปทุกครั้ง ราคาต้นพันธุ์ในขณะนั้นก็ค่อนข้างแพง เลยออกขยาดที่จะปลูกอีกเป็นครั้งที่สาม มะเดื่อฝรั่ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Common fig มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Ficus carica L. เป็นพืชต่างถิ่น นำมาปลูกในประเทศไทยโดยมูลนิธิโครงการหลวง และมหาวิทยาลัยเกษตร ในปี พ.ศ. 2524 ที่ดอยอ่างขาง เพื่อเป็นพืชสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่นแก่ชาวไทยภูเขา แล้วจึงกระจายพันธุ์ไปทั่วประเทศไทย ตามตำนานของชาวยุโรปและชาวตะวันออกยุคโบราณ ชาวอียิปต์และชาวกรีก เชื่อว่ามะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ จึงนำมาเ
ในอดีตผู้คนมักคุ้นชินกับประโยคที่ว่า อีสานแห้งแล้งปลูกอะไรไม่ค่อยได้ แต่ในยุคนี้หากติดตามข่าวคราวในแวดวงเกษตรจะพบว่าพืชผักผลไม้จำนวนไม่น้อยสามารถปลูกได้ในพื้นที่นี้ อย่าง มะเดื่อฝรั่ง ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ คุณนัฐกร มาลัย วัย 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 4 บ้านโชคใต้ คุ้มทุ่งเศรษฐี ตำบลอู่โลก อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ที่มีดีกรีปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง นำมะเดื่อฝรั่งมาปลูกเป็นรายแรกและรายใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ กระทั่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนทำให้ใครต่อใครมาศึกษาดูงานที่นี่ “สวนมะเดื่อฝรั่งสุรินทร์” ผลไม้เพื่อสุขภาพ ทำไม ถึงปลูกมะเดื่อฝรั่ง เจ้าตัวเล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ทำงานประจำอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ทำมาได้ 3 ปีกว่า อยากหาอาชีพเสริม โดยไม่ต้องใช้เวลาดูเยอะ ประกอบกับจบปริญญาตรีด้านการเกษตรมา คิดว่าน่าจะทำด้านเกษตร กระทั่งได้รู้จักมะเดื่อฝรั่งในเฟซบุ๊ก จากนั้นได้ศึกษา และเริ่มสั่งกิ่งตอนมาปลูก มีรอดบ้างตายบ้าง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ โดยมีแนวคิดว่า ถ้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วต้องไปให้สุด ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของคนเรา อยู่ท
