มังคุด
“มังคุด” ราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) เป็นไม้ยืนต้นที่ให้ผลผลิตเป็นฤดูกาล อาจนับได้ว่าเป็นไม้คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ การบอกกล่าวของผู้รู้ตำนาน และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นมังคุด บ่งชี้ว่ามีอายุยาวนาน จนต้องเรียกว่ามังคุดโบราณหลายร้อยปี ที่ยังคงยืนต้นอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ ยังให้ผลผลิตดกเป็นปกติ แถมมีรสชาติหวานอร่อย ผิวเปลือกบาง เนื้อสีขาวสด เมล็ดน้อย เป็นผลไม้ที่หารับประทานยาก ทางราชการกำลังเร่งรัดขึ้นทะเบียนมังคุดโบราณลานสกา เพื่อหามาอนุรักษ์ รักษา และส่งเสริมให้เกิดการรัก หวงแหน ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และเชื่อมโยงกับการศึกษาดูงานและการท่องเที่ยวเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนแห่งนี้ คุณชลินทร์ ประพฤติตรง เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่อำเภอลานสกา โดยเฉพาะตำบลลานสกา และตำบลขุนทะเล ยังคงมีมังคุดโบราณยืนต้นอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ต้น กระจายอยู่ในหมู่บ้าน ชุมชน บ้านเกษตรกร วัด โรงเรียน และที่ต่างๆ จากการบอกกล่าว และคาดคะเนอายุโดยอ้างอิงบริบท สิ่งแวดล้อม และประวัติศาสตร์ที่พอเทียบเคีย
แปลงใหญ่มังคุดภาคตะวันออกไปได้สวย งัดวิธีประมูลขายให้ล้งได้ราคาดีกว่าเดิม กรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมดัน ศพก.เข้าไปช่วยผลิตมังคุดคุณภาพเพิ่มเติมอีก ส่วนแปลงใหญ่ทั่วประเทศเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตกว่า 4,864 ล้าน/ปี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่มากว่า 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มการบริหารจัดการร่วมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานภายใต้การบริหารจัดการที่ดี จนทำให้แปลงใหญ่ได้ขยายเป็น 2,138 แปลง จาก 1,500 แปลงเป้าหมาย ผลจากการดำเนินงานในปี 2559 เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ 3,437.82 ล้านบาท มูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 1,427.12 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ รวม 4,864.94 ล้านบาท เกษตรกรมีการบริหารจัดการที่ดีส่งผลให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง ทางด้าน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ผลสำเร็จที่เกิดจากการทำแปลงใหญ่ชัดเจนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงใหญ่มังคุด อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเดิมชาวสวน
เมืองไทย ปลูกมังคุดแค่พันธุ์เดียว เรียกว่า “ มังคุดพันธุ์พื้นเมือง ” เกิดจากการเพาะเมล็ด เนื่องจากเมล็ดมังคุดไม่ได้เกิดจากการผสมเกสร จึงไม่มีโอกาสกลายพันธุ์ได้เลย เพราะเกสรตัวผู้ของดอกมังคุดเป็นหมัน เมล็ดจึงเจริญจากเนื้อเยื่อของต้นแม่โดยไม่ได้รับการผสมเกสร จึงเชื่อกันว่ามังคุดมีพันธุ์เดียว อย่างไรก็ตามพบว่า มังคุดเมืองนนท์มีผลเล็กและเปลือกบางกว่า มังคุดภาคใต้ที่มีเปลือกหนา แต่ยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนพอที่จะแยกเป็นพันธุ์ได้ ระยอง จันทบุรี นครศรีธรรมราช ชุมพร ตราด ศรีสะเกษ ฯลฯ คือ แหล่งปลูกมังคุดที่สำคัญของไทย มีผลผลิตทะยอยเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน มังคุดเป็นไม้ผลขายดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศเช่น ยุโรป แคนาดา จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวันและญี่ปุ่น ที่สนใจสั่งซื้อมังคุดเนื้อขาวแน่น รสดี สีผิวสดเป็นสายเลือด สีชมพูปนเขียว ไม่มียางเหลืองติดผิว เปลือกไม่แข็งและต้องไม่มีผลติดอยู่ ขนาดของผลต้องสม่ำเสมอ เกรด A 9-10 ผล/กิโลกรัม คู่แข่งขันมังคุดไทยในเวทีตลาดโลก คือ ประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่ปลูกมังคุดได้รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน มังคุด
ในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อน และมีฝนตก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุดที่มักประสบปัญหาอาการเนื้อแก้วและยางไหลและเพลี้ยไฟ มักพบเข้าทำลายในระยะที่ต้นมังคุดติดผลและมีผลแก่กำลังเก็บเกี่ยว สำหรับวิธีป้องกันปัญหาอาการเนื้อแก้วและยางไหล ให้เกษตรกรสังเกตมังคุดจะแสดงอาการเนื้อเป็นสีใส มีลักษณะฉ่ำน้ำอยู่ภายใน หรือพบน้ำยางสีเหลืองไหลอยู่ภายในผล และน้ำยางบางส่วนไหลออกมาภายนอกผล จะเห็นผิวเปลือกผลมังคุดเป็นจุดๆ หากพบอาการรุนแรง บริเวณผิวเปลือกของมังคุดจะมีรอยร้าว แนวทางป้องกันปัญหาอาการเนื้อแก้วและยางไหล เกษตรกรควรให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอตาม ความต้องการน้ำของต้นมังคุด ทุก 3 วันในกรณีที่ฝนไม่ตก หากมีฝนตกหนัก เกษตรกรควรระบายน้ำออกจากแปลงให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการเกิดอาการเนื้อแก้วและยางไหลของมังคุด จากนั้นให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยบำรุงผลมังคุดตามค่าวิเคราะห์ดินและใบพืช หากไม่ได้มีการวิเคราะห์ดินและใบพืช เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือสูตร 12-12-17+2 (MgO) อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้น เท่ากับ 1 ใน 3 ของเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่ม เช่น ต้นมังคุดขนาดทรงพุ่ม 3 เมตร ให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมี 1 กิโลกรัมต่อต้น
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุดในภาคตะวันออก ที่มังคุดอยู่ในระยะแตกใบอ่อน จนถึงระยะมังคุดออกดอกและติดผลอ่อน เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้ หนาวเย็น อากาศแห้ง และฝนเริ่มทิ้งช่วง เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเพิ่มประชากรและการระบาดของเพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟเป็นแมลงปากเขี่ยดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ดอกอ่อนและผลอ่อน ทำให้ยอด ผิวของผล เป็นขี้กลาก หรือผิวลาย มียางไหลและอาจทำให้ผลร่วง ส่งผลให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรหมั่นสำรวจสวนมังคุดอย่างสม่ำเสมอ โดยสุ่มเคาะช่อดอกบนกระดาษขาว หากพบการเริ่มเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ให้แจ้งการระบาดและขอคำแนะนำในการป้องกันกำจัดได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟมังคุดด้วยวิธีการ ดังนี้ สำรวจสวนมังคุดอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง 2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ เพลี้ยไฟตัวห้ำ และด้วงเต้าตัวห้ำ 3. ถ้าพบการระบาดไม่รุนแรงพ่นด้วยน้ำเปล่าเพื่อให้เกิดความชื้นในทรงพุ่ม หรือพ่นน้ำใน ระยะออกดอกจนกระทั่งถึงติดผลอ่อนทุก 2 – 3 วัน 4. ใช้กับดักกาวเหนียวขนาดใหญ่ติดตั้งในสวนม
