มัลเบอร์รี่
มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน ผลไม้หนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ ปลูกง่าย แปรรูปเป็นผลิตภัณ์เพื่อสุขภาพสร้างมูลค่าได้หลากหลาย สามารถปลูกได้กับทุกสภาพพื้นที่ มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกัน หากปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน แดดจัด ผลจะดก โตเร็ว มีข้อเสียคือ ผลจะนิ่ม ถ้าปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นผลหม่อนจะออกไม่ดกมาก ข้อดีคือ ผลจะมีความหวาน กรอบ หากจะปลูกเชิงการค้าแนะให้เลือกพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นและมีแดดส่องถึง คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน ตั้งอยู่ เลขที่ 201 หมู่ที่ 5 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เผยเทคนิคการปลูกมัลเบอรร์รี่ แบบซุ้มอุโมงค์ ว่าเริ่มทำเต็มรูปแบบ เมื่อปี 2557 ปลูกทั้งหมด 13 ไร่ แบ่งปลูก 2 พันธุ์ แปลงแรก จำนวน 8 ไร่ ปลูกพันธุ์เชียงใหม่ 60 อีก 5 ไร่ แบ่งปลูกพันธุ์ดำออสตุรกีเป็นพันธุ์ของต่างประเทศ เพื่อสร้างความหลากหลาย ในส่วนของพันธุ์ดำออสตุรกี ตอนนี้ยังผลิตไม่พอขาย ข้อดีของพันธุ์เชียงใหม่ 60 เหมาะกับทุกสภาพพื้นที่ทั่วประเทศ เพียงแต่มีข้อดี ข้อด้อย ต่างกัน ถ้าปลูกที่อำเภอวังน้ำเขียวเป็นพื้นที่อากาศเย็น เพราะฉะนั้นผลจะหวาน กรอบ ลูกแข็ง โดยธรรมชาติ ปลู
บางคนอ่านหัวข้อแล้วคงงง หม่อนคืออะไร แล้วมาเกี่ยวอะไรกับความงาม หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Morus alba Linn. ถือเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณมากมายตั้งแต่ ต้น ใบ ผล ราก อย่างท่านใดที่ใช้สายตามาก เช่น เพ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือขับรถในเวลากลางคืน ยอดอ่อนของต้นหม่อนช่วยได้ โดยนำส่วนยอดอ่อนของหม่อนมาต้มดื่ม และล้างตา ก็จะสามารถช่วยผ่อนคลายและช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี ส่วนผลหม่อนพอสุกจะให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ถ้าผลออกม่วงคล้ำหน่อยจะมีรสหวาน รับประทานอร่อย แถมยังมีสรรพคุณใช้รักษาโรคไขข้อ บำรุงตับ ไต และหัวใจ แก้ธาตุไม่ปกติ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้โรคท้องผูกได้ สำหรับใบนั้นมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด หากนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ได้ อีกส่วนที่สำคัญคือราก ใช้เป็นยาสมานแผลได้ดี ปัจจุบัน ได้มีการนำเอาสารสกัดจากใบหม่อนมาใช้ในตำรับเครื่องสำอาง โดยเฉพาะที่ทำให้หน้าขาว เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดแอลกอฮอล์จากใบ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อม
หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลาง เปลือกของต้นมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลแดง ลำต้นตั้งตรงใบเรียงสลับรูปไข่ กว้าง 8-14 เซนติเมตร ยาว 12-16 เซนติเมตร ผิวใบสากปลายเรียวแหลมยาว ฐานใบออกเป็นกลมๆ หรือคล้ายรูปหัวใจ ดอกของไม้ชนิดนี้เป็นดอกช่อรูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบและปลายยอด แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกมีลักษณะเป็นคล้ายหางกระรอก ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เมื่อติดเป็นผลแล้วผลจะอวบน้ำ รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 อัน ผลเป็นผลรวมรูปทรงกระบอกมีสีเขียว เมื่อผลสุกจะมีสีผลออกม่วงแดงเข้มจนเกือบดำฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว ปัจจุบัน ได้มีการปลูกหม่อนเป็นจำนวนมาก เพราะผลของหม่อนถือเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ ส่วนใบก็นำมาทำเป็นชาใบหม่อนหรือใช้เป็นอาหารให้กับหนอนไหมอีกด้วย นอกจากนี้ ผลหม่อนยังนิยมนำมาแปรรูปมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลหม่อนในการจำหน่าย เช่น น้ำหม่อนพร้อมดื่ม แยม หรือจะนำมาเป็นส่วนผสมรับประทานคู่กับโยเกิร์ตก็เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว ไม่เพียงแต่ได้ความอร่อย ยังได้คุณค่าทางอาหารอีกด้วย คุณเมจิรา สงวนชม เจ้าของสวนชนาภัทร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 16 ตำบลบ้านพ
ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ “ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นา
นายไพโรจน์ เฮงแสงชัย รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมหม่อนไหมร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในเขตภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนเขาหัวโล้น และสร้างป่าต้นน้ำในเขตภาคเหนือ พร้อมส่งเสริมการผลิตเส้นไหมและรังไหมเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการส่งออกสินค้าและวัตถุดิบด้านหม่อนไหม รวมทั้งสร้างกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชน และเปิดช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยให้มีอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและรวดเร็วด้วยโครงการนี้ ดำเนินการในรูปแบบประชารัฐ โดยมี 2 กิจกรรม คือ 1. ส่งเสริมเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.น่าน เกษตรกร เป้าหมาย 200 ราย พื้นที่ 600 ไร่ เพื่อขยายกำลังผลิตรังไหมรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้สูงถึง 160 ตัน/ปี ขณะที่ปัจจุบันเ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 แนะ หม่อน หรือ มัลเบอรรี่ พืชทางเลือกที่น่าจับตาจังหวัดสกลนคร เกษตรกรพื้นที่ร่วมใจ ดึงตลาดนำการผลิต หันรวมกลุ่มเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนที่มีคุณภาพ พร้อมเดินหน้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รุกสร้างแบรนด์เข้าตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตร ตามโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) ซึ่งในส่วนของจังหวัดสกลนคร มีการปลูกหม่อนผลสด หรือ Mulberry เพื่อเป็นพืชทางเลือก มีการแปรรูปแบบครบวงจร โดยมีพื้นที่ปลูกหม่อน 54.25 ไร่ เกษตรกรขึ้นทะเบียนปลูกหม่อนผลสด จำนวน 30 ราย ซึ่งได้รับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างดำเนินการขอรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม โดยส่วนใหญ่ปลูกในอำเภอภูพาน และอำเภอเมือง พันธุ์ที่นิยมปลูกกินผลสด คือ พันธุ์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่ต่อปีสูง มีขนาดผลใหญ่และมีปริมาณกรดสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ โดยหม่อนผลสดสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2-3 ครั้งต่อปี ผลสุกมีรสหวาน สำหรับฤดูร้อน จะมีค่า
นายเสกสรร ชูเขียว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมัลเบอร์รี่ บ้านป่างาม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เผยว่า หลังจากที่ราคายางตกลงอยู่ที่ราคา 3 กิโลกรัมต่อ 100 บาท ทำให้ตนตัดสินใจโค่นยางพาราทิ้ง หันมาปลูกมัลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นพืชสร้างรายได้และมีตลาดรองรับ มีผลผลิตส่งขายได้ต่อเนื่องทุกวัน ในช่วงนี้ได้ตอนกิ่งมัลเบอร์รี่ส่งขายให้กับเกษตรกรที่สนใจปลูกมัลเบอร์รี่ ใน 3 ราคา คือ กิ่งขนาดเล็ก 100 บาท ขนาดกลาง 300 บาท และขนาดใหญ่ 500 บาท ซึ่งเป็นรายได้เสริมอย่างงามในแต่ละเดือนที่มีลูกค้าสั่งเข้ามาประมาณ 100 กิ่ง ทั้งนี้ เครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมัลเบอร์รี่ ตลิ่งชัน มีสมาชิก 11 คน พื้นที่ปลูกประมาณ 30 ไร่ ทุกวันสามารถเก็บมัลเบอร์รี่ขายได้วันละ 10-20 กิโลกรัม ต่อคน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 200 กิโลกรัม ราคา กิโลกรัม ละ 200 บาท รายได้เฉลี่ย 4 หมื่นบาท ต่อเดือน ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
ขณะนี้กระแสการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดแพร่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีการเปิดให้บริการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรประเภทโฮมสเตย์อย่างเป็นทางการ มีอยู่ 2 แห่ง คือ 1. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ประเภทฝึกอบรมการทำไข่เค็มสมุนไพร น้ำส้มควันไม้ ปุ๋ยหมัก การทำถั่วงอก เป็นต้น โดยจะมีหน่วยงานราชการเข้ามาฝึกอบรมทั้งในพื้นที่จังหวัดแพร่ และต่างจังหวัด โดยมีที่พักให้กับผู้ดูงานด้วย และ 2. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย มีที่พักพร้อมศึกษาดูงานภาคเกษตรเช่นกัน ล่าสุดนี้ยังมีการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบ “ฟาร์มสเตย์” เกิดขึ้นอีกหนึ่งแห่งที่อำเภอเด่นชัย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามฟาร์มหม่อน มัลเบอร์รี่ ฟาร์ม (Mulberry Farm) ภายใต้การบุกเบิกของ “นางสาวจารุวรรณ เอกบัว” สาวเมืองดอกคูนขอนแก่น วัย 38 ปี “จารุวรรณ” บอกถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มหม่อนแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ไต่เต้าจากพนักงานห้างค้าปลีกข้ามชาติจนกลายเป็นผู้จัดการเขต และเลือกจังหวัดแพร่ในการลงหลักปักฐาน ด้วยความท
บางคนอ่านหัวข้อแล้วคงงง หม่อนคืออะไร แล้วมาเกี่ยวอะไรกับความงาม หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Morus alba Linn. ถือเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณมากมายตั้งแต่ ต้น ใบ ผล ราก อย่างท่านใดที่ใช้สายตามาก เช่น เพ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือขับรถในเวลากลางคืน ยอดอ่อนของต้นหม่อนช่วยได้ โดยนำส่วนยอดอ่อนของหม่อนมาต้มดื่ม และล้างตา ก็จะสามารถช่วยผ่อนคลายและช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี ส่วนผลหม่อนพอสุกจะให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ถ้าผลออกม่วงคล้ำหน่อยจะมีรสหวาน รับประทานอร่อย แถมยังมีสรรพคุณใช้รักษาโรคไขข้อ บำรุงตับ ไต และหัวใจ แก้ธาตุไม่ปกติ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้โรคท้องผูกได้ สำหรับใบนั้นมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด หากนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยบรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ได้ อีกส่วนที่สำคัญคือราก ใช้เป็นยาสมานแผลได้ดี ปัจจุบัน ได้มีการนำเอาสารสกัดจากใบหม่อนมาใช้ในตำรับเครื่องสำอาง โดยเฉพาะที่ทำให้หน้าขาว เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดแอลกอฮอล์จากใบ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อม
จัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะมาก สำหรับ “มัลเบอร์รี” หรือ “ลูกหม่อน” ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เมื่อสุกผลแล้วจะเป็นสีดำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบปลายใบแหลมยาว ซึ่ง “หม่อน” แต่เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต้ แถบเทือกเขาหิมาลัย ต่อมามีการนำมาปลูกในอินโดจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ แถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่เช่นกัน ที่ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสวนมัลเบอร์รี่ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ เจ้าของ คือ คุณสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เกษตรกรชายวัย 56 ปี เนรมิตพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นสวนมัลเบอร์รี่ ด้วยต้นหม่อนจำนวน 300 ต้น จำหน่ายทั้งผลสดและแปรรูป นอกจากนั้นยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ รายได้แต่ละเดือนเกือบ 3 แสนบาทเลยทีเดียว คุณสุรวุฒิ เท้าความว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร ตอนเด็กๆ ปลูกสารพัดทั้งผักและผลไม้ อาทิ กล้วย ส้ม มะนาว มะพร้าว องุ่น ส่วนต้นหม่อนนั้นเริ่มปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ.2550 โดยได้กิ่งพันธุ์หม่อน 1 ต้นมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเ
