มูลนิธิชัยพัฒนา
เตรียมปักหมุดเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสลมหนาวใกล้เมืองกรุงฯ กันได้ในงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก”ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 12 -15 ธันวาคม นี้ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ และที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก ที่จะยกขบวนของอร่อยและสินค้าคุณภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ ของที่ระลึก และงานหัตถกรรม ฯลฯจากทั่วทุกภูมิภาค กว่า 170 ร้านมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณได้ช็อป ชิม ชิลล์ กันอย่างเต็มอิ่ม ท่ามกลางบรรยากาศในสวนร่มรื่นคลอเสียงดนตรี และธารน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่เรียกได้ว่าเป็น Landmark ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ ฯ ที่จะชวนคุณมาปักหมุดจุดท่องเที่ยวที่เป็น Highlight ของที่นี่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมล่องแก่ง เขื่อนสวยขุนด่านปราการชล พิพิธภัณฑ์ขุนด่านปราการชล สถานที่ศักดิ์สิทธิ์วัดสวยงาม ตามรอยหลวงปู่มั่น ถ้ำสาริกา ฯลฯ ที่ให้คุณได้พาครอบครัว และคนที่คุณรักมาพักผ่อน แวะเช็คอินถ่ายภาพเก๋ๆ กันได้แบบสุดชิลล์ในแบบที่ไม่ควรพลาด ในงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก” พบกับความยิ่งใหญ่ตระการตาของเวทีการแสดง การแสดงดนตรีในสวน โดยวงดนตรีกรมปร
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.30 น. นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จังหวัดนครนายก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ร่วมแถลงข่าว ณ มูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพฯ โดยงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จะจัดให้มีขึ้น ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก ระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 – 22.00 น. ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พร้อมทั้ง ทรงเปิดศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดสดตลอดพิธีเปิดงาน ทางช่อง 9 MCOT HD (หมายเลข 30) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์” ขึ้นเพื่อแสดงแนวคิดด้านการพ
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด ลงนามความร่วมมือ กับ มูลนิธิชัยพัฒนา ว่าด้วย “ความร่วมมือในการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช” โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ นายชัยยศ สัมฤทธิ์กุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้และกรรมการ บริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ มีผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “สืบเนื่องด้วยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้พัฒนาพันธุ์ผักจำนวน 19 พันธุ์ โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อและให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช โดยให้มูลนิธิเป็นผู้ทรงสิทธิในเมล็ดพันธุ์นี้ ซึ่งในเบื้องต้นมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์นี้ร่วมกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อพระร
เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. ในงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบทุนสนับสนุนโครงการสานต่อองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชน ประจำปี 2567 พิธีมอบทุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการน้อมนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียน ผ่านการจัดทำโครงการที่เป็นรูปธรรมและสามารถสร้างประโยชน์แก่ชุมชน โดยมีโรงเรียนจากพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนเข้าร่วม ซึ่งศูนย์นี้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ ในปีนี้ มีการมอบทุนสนับสนุนจำนวน 15 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ให้แก่โรงเรียนที่นำเสนอผลงานโครงการโดดเด่น โดยแบ่งเป
วช. เชิญ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มากล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แก่นการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในมหกรรมวิจัยแห่งชาติ2566 ที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การต้อนรับ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในโอกาสเดินทางมาร่วมปาฐกถาพิเศษ เนื่องในงาน “มหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2566” ในหัวข้อ “แก่นการพัฒนาประเทศบนพื้นฐาน SEP for SDGs” ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. ที่ได้เชิญมาให้ทัศนะเกี่ยวกับเรื่อง การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ แต่ได้มีโอกาสเรียนจากปราชญ์ของโลก คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยไม่ได้นึกฝัน เป็นเวลา 35 ปี วันนี้จึงขอน้อมนำเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับความยั่งยืน” มาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพราะนับตั้งแต่ปี 2542 เราได้พบคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” แล้วใช้กันเร
วันที่ 16 กันยายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การปรับปรุงเสถียรภาพลาดตลิ่งในสระเก็บน้ำพระรามเก้าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้สภาวะการลดลงของระดับน้ำอย่างรวดเร็วจากภัยแล้ง” ให้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ ละอองจันทร์ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เพื่อศึกษาเสถียรภาพและการเคลื่อนตัวของลาดตลิ่งภายใต้สภาวะเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ พร้อมทั้งปรับปรุงลาดตลิ่งของสระเก็บน้ำพระรามเก้ากักน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่ตอนล่าง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมในการนำงานวิจัยมาหนุนเสริมในการวิเคราะห์ถึงสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงพื้นที่ โดยให้ทุนสนับสนุนทุนวิจัยโครงการปรับปรุงเสถียรภาพลาดตลิ่งในสระเก็บน้ำพระรามเก้าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้สภาวะการลดลงของระดับน้ำอย่างรวดเร็วจากภัยแล้ง ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีระศักดิ์ ละอองจันทร์ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
นายสุรชัย รุ่งรัตนพงษ์พร ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ในโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ในโครงการฯ มี 20 ครอบครัว โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทในการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่เชิงพาณิชย์ในระบบปิด โดยเกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไก่ไข่สำหรับเลี้ยงจำนวนเล้าละ 4,300 ตัว และทางโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สนับสนุนพื้นที่ในการก่อสร้างฟาร์ม ปัจจุบันมีไข่ไก่ที่ออกจากฟาร์มสู่ตลาดวันละประมาณ 80,000 ฟอง “รายได้ถือว่ามั่นคง อย่างผมลูกสาวเรียนจบปริญญาตรี 2 คน ในการทำงานภายในฟาร์มนั้นแต่ละวันเกษตรกรจะเข้ามาในฟาร์มดูแลเล้า ประมาณช่วงตีสี่ถึงตีห้า ปัดกวาดเล้า ดูแลเรื่องน้ำดื่มไก่ ตลอดจนการให้อาหาร จากนั้นจะออกจากโรงเรือนส่งบุตรหลานไปโรงเรียน จะเข้ามาที่เล้าไก่อีกครั้งประมาณ 8 โมงเช้า เพื่อเก็บไข่รวบรวมไปไว้ที่โรงคัด และรถขนส่งไข่จะมารับไข่ไก่ ประมาณ 9 โมงเช้าเพื่อนำไปส่งโรงคัดอีกครั้ง ที่นั้นจะคัดแยกขนาดของไข่ไก่ออกมาตามเบอร์ต่างๆ ในการจำหน่ายเกษตร
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3480 สายกาญจนบุรี อำเภอหนองปรือ จะพบกับชุมชนและแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจตลอดทาง จวบจนเข้าเขตอำเภอหนองปรือ เลี้ยวซ้ายสู่ตำบลสมเด็จเจริญ ตลอดเส้นทางมีไม้ยืนต้นน้อยใหญ่นานาพันธุ์ สร้างความเขียวขจี ความร่มรื่นให้แก่พื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดสองฝั่งถนนภายในโครงการมีบ้านเรือนตั้งอยู่เรียงราย ที่แปลกตาคือแต่ละบ้านมีแปลงปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลปลูกอยู่ในบริเวณเกือบทุกหลังคาเรือน เช่น ผักชี สะระเเหน่ ไปจนถึงเผือก กล้วยน้ำว้า ส้มโอ และขนุน บางแปลงเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสานที่ปลูกตามหลักวิชาการเกษตรเชิงอิงอาศัย ดังเช่นบ้านของ นายชรินทร์ กลั่นแฮม เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัย จากโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนำที่ดินที่ได้รับการจัดสรรมาจัดทำแปลงปลูกพืชชนิดต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ลักษณะของการปลูกพืชแต่ละชนิดจะต้องอิงอาศัยเกื้อกูลกัน อาศัยร่มเงากัน ส่งผลให้พืชที่ปลูกในแปลงเดียวกันทุกชนิดมีผลผลิตสมบูรณ์ “ได้รับสิทธิ์เข้าทำกินในที่ดินโครงการ เมื่อปี 2
วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป และ นายอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “โครงการความร่วมมือในการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์” ระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา และ บริษัท อีสต์ เวสท์ ซีด จำกัด ณ ห้องประชุม 101 ชั้น 1 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชานุมัติให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับบริษัท อีสต์ เวสท์ ซีด จำกัด ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จัก ในนาม “เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง” ร่วมดำเนินงานในการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมมือในการผลิต และขยายเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไปยังเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในอันที่จะให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถ
จังหวัดที่ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือยอดนิยม จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ เชื่อว่าจังหวัดเชียงรายคงอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ ของหลายๆ คน อย่างแน่นอน แต่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยว คาดว่า “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน” ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย คงไม่ใช่สถานที่ที่ในใจของใครที่ต้องมาเยือนเมื่อมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงรายแห่งนี้ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ติดตามคณะของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.) กระทรวงพาณิชย์ เดินทางไปจัดสัมมนาศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และหนึ่งในภารกิจก็คือ การเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัยแห่งนี้ จึงทำให้ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจ จึงอยากถ่ายทอดให้ผู้อ่านรับทราบ เผื่อครั้งหน้าจะได้ลองไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และก็จะได้รับความประทับใจกลับมาเหมือนกับผู้เขียน โดยสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะเป็นศูนย์วิจัยแล้วยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโรงงานชาน้ำมันต้นแบบ โดยมีเจ้าหน้าที่พาเข้าชมในทุกขั้นตอน ซึ่งมีขั้นตอนที่เข้าใจง่าย สะอาด มีการคำนึงถึงระบบสิ่งแวดล้อมแบบธรรมชาติ มีระบบควบคุมการใช้พลังงาน ให
