มูลนิธิชัยพัฒนา
วช. จับมือเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร นำโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้แข็งแกร่ง มุ่งสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำและลดการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้ (วันที่ 28 สิงหาคม 2563) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานในพิธีให้เกียรติกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “ชุมชนเข้มแข็ง สังคมก้าวหน้า ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน” นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสรุปผลงานโครงการ “ผนึกกำลัง Big Brothers … นำชุมชนสู่กิจการเพื่อสังคม ปีที่ 4” โดยมีผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร รวม 11 องค์กรได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เอสซีจี เพื่อนชุมชน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ วช. ร่วมจัดงานแถลงข่าว “ผนึกกำลัง Big Brothers…นำ
ชาน้ำมัน หรือ คาเมลเลีย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1.4-4 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400-1,300 เมตร มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนตอนใต้ ตามบริเวณป่าดิบ ไหล่เขา และริมลำธาร ชาน้ำมันชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ขึ้นได้ทั้งในที่ร่มรำไรและกลางแจ้ง ดอกมีทั้งสีขาวและชมพูสวยงาม ออกดอกระหว่างเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนเมษายน ผลสุกแก่ในเดือนกันยายน ดอกชาน้ำมันเป็นชนิดสมบูรณ์เพศ หรือมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน จีนรู้จักใช้ประโยชน์จากชาน้ำมันมานานกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่มณฑลเหอหนาน และเจียงซี ผลิตน้ำมันได้ประมาณ 500,000 ตัน ต่อปี เมล็ดชาเป็นส่วนให้น้ำมัน คุณลักษณะเด่นของน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดชาน้ำมันจะอุดมไปด้วยวิตามิน เอ บี ดี และอี มีสารโอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว และมีประโยชน์ต่อร่างกายสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ มีสารซาโปนินช่วยทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น มีจุดเดือดสูงถึง 252 องศาเซลเซียส จึงเหมาะสำหรับใช้ประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูง ประการสำคัญมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถช่วยลดการอุดตันไขมันในเส้นเลือดได้ดี ทั้งน
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงนามบันทึกข้อตกลง “วิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และผลผลิตด้านการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)” อาทิ การพัฒนาเครื่องลดความชื้นเมล็ดพันธุ์พืช การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำมันเมล็ดพืชต่อผิวหนังและการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิว การศึกษาความเป็นไปได้การเพาะปลูกวานิลลาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันมูลนิธิชัยพัฒนา ในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนาและ วว. ในครั้งนี้มีระยะเวลา 2 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการตามยุทธศาสตร์ของทั้งสองหน่วยงาน ในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรของชุมชนหรือท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า
อำเภอบางกระทุ่ม ได้รับการยกย่องว่า เป็นแหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีรสหวาน กลิ่นหอม นุ่ม อร่อยระดับแนวหน้าของประเทศ แถมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ “ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ” ของท้องถิ่นแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกมาจนถึงปัจจุบัน สืบสานตำนานกล้วยตาก คุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู เธอเล่าว่า ครอบครัวคุณอ้อสืบทอดกิจการกล้วยตากจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 84 ปีแล้ว ปัจจุบัน คุณอ้อ นับเป็นทายาทรุ่น 2 ที่สืบทอดกิจการกล้วยตากจากบรรพบุรุษ เมื่อปี 2474 นางโป๊ว ผู้เป็นย่าของกำนันประภาส(คุณพ่อของคุณอ้อ) ได้นำหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องจำนวน 2 หน่อ มาจากเมือง แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงทรา เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของกล้วยพันธุ์นี้ ระยะแรก ตั้งใจปลูกขายเพื่อขายกล้วยหวี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยขายส่งผลกล้วยให้กับพ่อค้าที่มาทางเรือ จากจังหวัดต่างๆ พ่อค้ารับซื้อเฉพาะกล้วยหวีงามๆ เพราะขายได้ราคาดี แต่กล้วยตีนเต่า หวีเล็ก ปลายเครือมักขายไม่ได้ ย่าโป๊วจึงนำกล้วยที่เหลือจากการขายไปเลี้ยงปลา แ
ประเทศไทย จัดเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตรเป็นสำคัญ เพราะจะเห็นได้จากสินค้าหลายชนิดที่ไทยเป็นผู้นำทางด้านการส่งออกไปยังต่างประเทศ และเลี้ยงคนภายในชาติมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเกษตรกรรมเป็นเสมือนกระดูกสันหลังของชาติที่กล่าวกันมาตั้งแต่ครั้งอดีต การเกษตรจะสำเร็จและมีผลผลิตที่ดีได้นั้น นอกจากปัจจัยในเรื่องการดูแลตลอดไปจนถึงเรื่องสายพันธุ์พืชแล้ว น้ำก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทย จึงทำให้ทุกภูมิภาคหรือทุกจังหวัดของไทยสามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่เต็มกำลังในการผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงคนทั้งชาติและเพื่อการส่งออก จึงทำให้ไทยมีแม่แบบหรือโครงการพัฒนาการจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เหมือนเช่น อ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อยู่ในจังหวัดอุดรธานี เป็นอีกหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ได้มีโครงการจากพระราชดำรินับพันแห่ง ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในสมัยก่อนนั้น ชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการทำการเก
