ยาง
เวที ITRC และ IRCO ชี้ ทิศทางตลาดและราคายางปรับตัวสูงขึ้น โดย 3 ประเทศสมาชิก ผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก เตรียมแผนสร้างสมดุลระยะยาว มุ่งส่งเสริมใช้ยางในประเทศ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมเวที ITRC และ IRCo’s BoD ร่วมกันเสนอแนวทางมาตรการที่เป็นไปได้ในการเพิ่มราคายาง จากข้อมูล GDP ทั่วโลก และประเทศผู้ใช้ยางปรับตัวสูงขึ้น เน้นมาตรการระยะยาวเพื่อเพิ่มการใช้ยางภายในประเทศผู้ผลิตเองให้มากยิ่งขึ้น ทั้งรัฐบาลไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย สามประเทศต่างมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดและราคายางว่าจะมีการปรับตัวตามปัจจัยพื้นฐาน ย้ำให้ความร่วมมือภายใต้กรอบของ ITRC เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยในฐานะผู้แทนประเทศไทย เผยว่า การประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) และคณะกรรมการบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ (IRCo’s BoD) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มราคายางที่มีความผันผวนและปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลกระทบต่อราคายางธรรมชาติ แต่ปัจจ
โรงรมยางแผ่นรมควันเมืองตรัง-นครศรีฯผ่านมาตรฐานการผลิตยางพรีเมี่ยม GMP 8 แห่ง ส่งออกฉลุยป้อนวัตถุดิบผลิตยางล้อเครื่องบิน-ยานยนต์ ด้าน กยท.เผยประโยชน์เพียบทั้งลดต้นทุน ขายได้ราคาสูงกว่าท้องตลาด 4-7 บาท/กก. ช่วยแก้ปัญหามลพิษ ไร้กลิ่น-น้ำเสีย ชี้เกษตรกรต้องใช้องค์ความรู้มาผลิตยาง ชูจุดแข็งเป็นข้อต่อรองทางการค้า ด้านสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชนจ่อคิวพัฒนาอีก 145 แห่งทั่วประเทศ รองบฯสนับสนุนกว่าครึ่ง นางปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ 8 ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังลงพื้นที่ไปส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เข้าสู่มาตรฐานการผลิตยางจีเอ็มพีว่า ขณะนี้การยางแห่งประเทศไทย โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง ได้เดินหน้าส่งเสริมพัฒนาคุณภาพยางไห้ได้มาตรฐานจีเอ็มพี (Good Manufacturing Practices : GMP) และ GAP (Good Agricultural Practices) ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ 1.การพัฒนาคุณภาพยางแผ่นรมควันไห้ได้มาตรฐานจีเอ็มพี หรือยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมี่ยม โดยปัจจุบันมีโรงรมยางแผ่นรมควันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพีไปแล้วจ
เกษตรกรภาคใต้ จี้ “บิ๊กตู่” หาวิธีขายยางให้ได้ 80 บาท กำหนดปาล์มน้ำมันเป็นสินค้าส่งออก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นายสัญญพงศ์ ภู่ประดิษฐศิลป์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง นำคณะตัวแทนเกษตรกร จ.พัทลุง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน นายสัญญพงศ์กล่าวว่า ด้วยปัญหาราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและยังมีภาระหนี้สิน สำหรับปัญหายางพารา ขอให้รัฐบาลดำเนินการดังนี้ 1.หาวิธีการให้เกษตรกรขายยางในราคากิโลกรัมละ 60-80 บาท 2.เร่งใช้ยางในสต๊อกมาแปรรูป เช่น หมอน ที่นอนในหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ 3.ส่งเสริมการผลิตยางรถยนต์ โดยให้สิทธิพิเศษในการตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราทุกประเภท 4.จัดตั้งเมืองยางภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม นายสัญญพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาปาล์มน้ำมัน ขอให้ดำเนินการ 1.หาวิธีการให้เกษตรกรขายปาล์มน้ำมันในราคา กก.ละ 5-6 บาท 2.
เศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้เจอมรสุมหลายเด้ง เจอราคายางพาราตกต่ำ เรือประมงเหลือรอด 30% หลังเจออุปสรรคเทียร์ 3-ไอยูยู ล่าสุด พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวซ้ำเติมหนักอีก ด้านกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้จับมือพลิกฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่ นายวรุต ชคทิศ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Young Executive Network @ Southern Border Provinces Administrative Centre : YES) และเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่ม YES ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีสมาชิกทั้งหมด 3 รุ่น จำนวน 90 คน ซึ่งในระยะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้ยังเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงมีแนวคิดที่จะรีแบรนด์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) โดยการสร้างระบบธุรกิจใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นอยู่กับภาคการเกษตรและปศุสัตว์เป็นหลัก เช่น จังหวัดปัตตานีพึ่งพาการประมง โดยมีการส่งออกมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่ตอนนี้ก็ประสบกับอุปสรรคเทียร์ 3 และไอยูยู ล่าสุดก็มาป
กยท.มึน “อินโด-มาเลย์” เฉ่งไทยฉุดราคายาง อ้างข่าวม็อบสวนยาง-นักการเมืองพูดกดราคาฮวบ 5 เสือผู้ส่งออกยางพาราลงขันเข้ากองทุน 1.2 พันล้าน ลุยซื้อยางแล้วสัปดาห์นี้ หลังภาคียางพารา 3 ประเทศไฟเขียวจำกัดการส่งออก นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้ร่วมประชุมแนวทางและมาตรการแก้ปัญหายางพารา ในเวทีสภาไตรภาคียางพารา ครั้งที่ 28 ร่วมกับมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ระหว่าง 6-7 กรกฎาคม 2560 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในที่ประชุม พิจารณา มีมติ 2 เรื่อง คือ 1. มาตรการจำกัดปริมาณการ ส่งออกยางพารา 3 ประเทศ โดยโควตาของแต่ละประเทศที่จะลดการส่งออก จะเสร็จภายใน 15 กันยายน 2560 2. เร่งรัดการประชุมระดับ รมต.ของ 3 ประเทศผู้ผลิตยาง จากเดิมช่วงเดือนธันวาคม เป็นเดือนกันยายนนี้ การประชุมครั้งนี้ ทั้งอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต่างตำหนิไทย ทำให้ราคาในตลาดโลกปรับตัวลดลง ต่างมี มุมมองว่าไทยทำให้ราคายางพาราในตลาดโลกปั่นป่วน เพราะโยงเรื่องการเมือง ส่งผลให้นักเก็งกำไรราคายาง นำเอาข่าวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องม็อบเกษตรกรชาวสวนยาง นักการเมืองออกมาพูดเรื่องยาง มาทุบและกดราคาซื้อยางในตลาด เม
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่องมาตลอด 1 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยางอย่างหนัก โดยราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 70 บาทเศษ เหลือ 45-50 บาท ในขณะที่เครือข่ายสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยางรวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน ต่างเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาเร่งแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่ได้ช่วยให้ราคากระเตื้องขึ้นมาแต่อย่างใด ล่าสุดสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลาได้รับการร้องเรียนจากชาวสวนยางทั้งจังหวัดถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นและเตรียมนำเกษตรกรชาวสวนยาง เข้ามาแจ้งความเดือดร้อนให้นายกรัฐมนตรีทราบ ผ่านจังหวัดสงขลา นายปรีชา สุขเกษม รองประธานสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนยาง ระบุว่า ชาวสวนยางเดือดร้อนอย่างหนักต่อเนื่องมานานนับเดือน จนถึงขณะนี้การแก้ปัญหากลับไม่มีความชัดเจน ชาวสวนยางจึงอยากมาเล่าถึงความเดือดร้อนให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ทราบ เพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องแนวทางการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า ที่มา : มติชนออนไลน์
กยท. ร่วมกับคณะแพทย์ฯ มศว. สนับสนุนอุปกรณ์ฝึกสอนทางการแพทย์จากยางพารา นำร่องแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ป้อนวงการแพทย์ เพิ่มการใช้ยางในประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จับมือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราทางการแพทย์ ผลิตอุปกรณ์ฝึกสอนการเย็บแผลที่ผลิตจากยางพารา 100 % พร้อมมอบอุปกรณ์รวม 30 ชิ้น แก่นิสิตแพทย์ในการอบรมฝึกทำหัตการและผ่าตัด พร้อมจำหน่ายภายในงาน นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กยท. ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 32 ปี วันคล้ายวันสถาปนา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ณ อำเภอ องครักษ์ จังหวัดนครนายก พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กยท. ได้สนับสนุนอุปกรณ์ฝึกสอนการเย็บแผลที่ผลิตจากยางพารา ในโครงการอบรมการฝึกทำหัตถการและผ่าตัดด้วยชุดอุปกรณ์จากยางพาราในนิสิตแพทย์ จำนวน 30 ชุด เพื่อใช้ในการทดลองผ่าตัด และเย็บแผล เพราะความยืดหยุ่นจากยางพารา มีความใกล้เคียงผิวหนังมนุษย์ ทำให้นิสิตสามารถทดลองการลงมือผ่าตัดและเย็บแผลจากผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากยางพารา และเกิดความคุ้นชินและ
กยท.เปิดทางจีน ‘ชิโนเคม-ไห่งหนาน-เหินฟง’ กินรวบยางไทย หลังอินโดฯ-มาเลย์เมินร่วมมือไทยลดส่งออก ขอลืมอดีตผิดสัญญาเบี้ยวจ่าย ชี้ไม่โดนแบล๊กลิสต์ยังซื้อขายได้ หวังเพิ่มผู้ซื้อในตลาด ดันราคาพุ่ง นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า กยท.ได้เรียก บริษัท ชิโนเคม (SINOCHEM) และ บริษัท ไชน่าไห่หนานรับเบอร์อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด 2 บริษัทของประเทศจีนเข้าหารือ เพื่อเจรจาซื้อ-ขายยางผ่าน กยท. โดยให้ กยท.เป็นผู้รวบรวมปริมาณยางพารา ทั้งนี้ การซื้อ-ขายยางรอบใหม่จะไม่ทำสัญญายาว แต่จะทำสัญญาเดือนต่อเดือน ซื้อ-ขายตามราคาตลาด ขณะนี้ อยู่ระหว่างสรุปปริมาณความต้องการยางของผู้ซื้อ โดยยางที่ 2 บริษัทของประเทศจีนต้องการเป็นยางแท่ง และยางแผ่นรมควัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อ-ขายและส่งมอบยางล็อตแรกในเดือนกรกฎาคมนี้ “ยอมรับในตลาดยางไทยไม่มีใครแล้ว เลยต้องเชิญ 2 ผู้ซื้อจีนที่ในอดีตผิดนัดสัญญาซื้อ-ขายและส่งมอบยางพารากับ กยท. อย่างน้อยถือเป็นการเพิ่มผู้ซื้ออีกครั้ง การเจรจาซื้อ-ขายยางรอบนี้ ไม่เกี่ยวกับสัญญาเดิม ถือว่าจบแล้วไทยฟ้องร้องไปแล้ว ส่วนการซื้อ-ขายรอบใหม่เป็นเรื่องใหม่ มันเป็นธุรกิจ” นาย
พ่อค้า นักธุรกิจนั่งไม่ติด ราคายางผันผวนทุบกำลังซื้อวูบหนักหมื่นล้าน การค้าขายหลายจังหวัดเงียบเหงา ยอดขายสินค้าซบเซาอีกระลอก วอนรัฐบาลทำงานเชิงรุก เร่งวิจัย/แปรรูปเพิ่มการใช้ยางในประเทศจริงจัง จี้ปลดล็อกทีโออาร์จัดซื้อจัดจ้างให้นำยางพารามาผสมทำถนนได้ แนะเกษตรกรชาวสวนยางอย่าทำพืชเชิงเดี่ยว ควรปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์เพิ่มรายได้ นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคใต้ เนื่องจากยางพาราเป็นรายได้หลักของเกษตรกร โดยในแต่ละปีมีน้ำยางพาราออกสู่ตลาดประมาณ 3 ล้านกว่าตันทั่วประเทศ และเมื่อราคายางพาราลดลงทุก ๆ 10 บาท/กิโลกรัม (กก.) จะส่งผลให้มูลค่าลดลงไปกว่า 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้มองว่าราคายางควรจะอยู่ที่ 70 บาทขึ้นไป/กก. เกษตรกรจึงจะสามารถปรับตัวและผ่านไปได้ แต่หากราคาสูงถึง 90 บาท/กก.จะดีมาก แต่อาจจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสต๊อกยางของโลกยังมีอยู่ ทั้งนี้มองว่าหากรัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการนำงบประมาณมาวิจัย(Research)เพื่อหาวิธีการนำยางไปเป็นผลิตภัณฑ์ตั้งต้นในการทำผลิตภัณฑ
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับนโยบายทั้งจากกระทรวงและรัฐบาลในการผลักดันส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพราะไทยเป็นประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติที่ส่งออกรายใหญ่ของโลก หากมีการกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการแปรรูปเพื่อใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์สูงสุดที่จะนำผลผลิตที่มีคุณภาพ มาผลิตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนในประเทศได้ใช้ของดีมีคุณภาพ ฉะนั้น กยท. ได้ริเริ่มโครงการยางล้อประชารัฐ เป็นหนึ่งในโครงการที่จะมีการนำยางไปใช้มากที่สุด เพราะธุรกิจยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราเป็นจำนวนมาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยมีผลผลิตยางประมาณ 4.47 ล้านตัน สามารถนำไปใช้ภายในประเทศประมาณ 0.6 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 13.42 ของผลผลิตทั้งหมด และยางส่วนใหญ่ถูกใช้ในการผลิตยางยานพาหนะ 0.34 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 56.48 ของปริมาณยางทั้งหมด ในขณะเดียวกัน แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายในประเทศจะมีความเติบโตขึ้นในช่วงปี 2560 เนื่องมาจาก ตลาดส่งออกมีการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนตามแผนการส่งออกรถอี
