รายได้เสริม
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เรายังอยู่กับบรรยากาศของโควิดที่ยังน่ากังวลไม่น้อย ล้างมือ สวมหน้ากากไว้นะครับ การ์ดอย่าตก แม้บ้านเราจะเป็น 0 มาสองเดือนกว่าแล้วก็ตาม แต่รอบๆ บ้านและทั่วโลกยังติดเชื้อกันไม่เว้นในแต่ละวัน สิ่งที่ทำได้คือทุกคนต้องดูแลป้องกันตัวเองก่อน อย่าเสี่ยงกับศัตรูที่มองไม่เห็นนะครับ ในช่วงโควิด ทำให้การไปมาหาสู่กันทำได้ลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังติดต่อกันได้เสมอก็คืออินเตอร์เน็ต ผมเห็นตัวเองและคนอื่นๆ ใช้เวลาในช่วงที่ไม่ได้ไปไหนเข้าไปท่องในโลกอินเตอร์เน็ตกันมากมาย แรกๆ ก็ดูก็เลือกเอาที่ตัวเองชอบ แต่เมื่อนานๆ เข้า สิ่งหนึ่งที่คนเริ่มค้นหาก็คือจะทำอาชีพอะไรกันดี วันนี้ผมก็เลยหาแนวทางหรือทางเลือกสำหรับเกษตรกร หรือผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมมาฝากกันครับ พูดถึงแค็กตัส หรือกระบองเพชร แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันจะมีคนสนใจและนิยมปลูกเลี้ยงกันอย่างมากมาย เสน่ห์ของไม้ที่มีหนามมากมายนี้อยู่ที่ลวดลายของหัว รูปทรง แต่ร้อยทั้งร้อยที่หลงเสน่ห์ก็คือดอก แค็กตัสที่ดูแข็งกระด้างก็มีมุมที่อ่อนหวานสุดๆ ตรงดอกนี่แหละครับ ผมเองตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่ลองปลูกเลี้ยงเล่นๆ แต่เ
ปัจจุบัน ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการใช้สารเคมีอย่างแพร่หลาย อาทิ ด้านเกษตรกรรม ที่เกษตรกรมักใช้ในการกำจัดพวกแมลงศัตรูพืช หรือใช้สารเคมีในการช่วยเร่งพืชให้ออกดอก ออกผล จึงทำให้หน่วยงานราชการหรือแม้กระทั่งหน่วยงานเอกชน ช่วยกันรณรงค์การงดใช้สารเคมีในการไล่แมลง โดยให้หันมาใช้วิธีการไล่แมลงจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเป็นการลดภาวะโลกร้อน และเป็นการช่วยให้ผู้บริโภคไม่เสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างในผลผลิตด้วย คุณศราวุธ มะลิชัย หนุ่มวิศวะอิเล็กทรอนิกส์ วัย 31 ปี หัวใจรักการทำอาชีพการเกษตร เปิดเผยถึงสาเหตุที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพราะความสงสัยในเรื่องของเครื่องเสียงติดรถยนต์ ว่าจะทำอย่างไรให้เสียงนุ่มน่าฟัง การทำเครื่องเสียงให้ล้ำและทันสมัยได้อย่างไร แต่สิ่งที่หล่อหลอมจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ล้วนแล้วมาจากสิ่งแวดล้อมที่พ่อแม่ และญาติๆ เป็นชาวนา และเกษตรกร หลังจากมาทำงานด้านวิศวะ จึงรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน หรืองานบริษัท ที่ไม่ใช่ของคนไทย เหมือนเขาหลอกเอาขยะมาทิ้งบ้านเรา นับตั้งแต่วันนั้นมาจึงมองย้อนไปว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได
ที่บ้านน้อยจอมศรี อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจาก “เขื่อนน้ำอูน” สำหรับทำการเกษตร ฉะนั้น ผู้ที่เดินทางไปจังหวัดสกลนคร จะพบพื้นที่เขียวชอุ่มไปด้วยข้าวนาปรัง พืชฤดูแล้ง ตลอดจนบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบ ห่างตัวเมืองสกลนคร ประมาณ 12 กิโลเมตร มีหมู่บ้านเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเมืองสกลนคร คือ บ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่มีกลุ่มอาชีพหลากหลาย อาทิ กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเลี้ยงปลา และกลุ่มเลี้ยงกบ โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงกบ ที่มีมากที่สุดของจังหวัดสกลนคร กว่า 10 ราย คุณรัตนา ศรีบุรมย์ และ คุณกมลชัย ศรีบุรมย์ อยู่บ้านเลขที่ 218 ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สองสามีภรรยา เป็นหนึ่งในกลุ่มเลี้ยงกบ ที่มีกบพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ว่า 3,000 ตัว โดยคุณรัตนา เล่าว่า ก่อนเลี้ยงกบเป็นอาชีพ ได้ทำนาและทำไร่มาก่อน รวมทั้งเป็นลูกจ้างกรรมกรในตัวเมือง “นอกจากทำนาปลูกข้าวแล้ว ชาวบ้านแห่งนี้ยังมีอาชีพเสริมคือ ทำการเกษตรปลูกพืชฤดูแล้ง เลี้ยงสัตว์ และบางส่วนเลี้ยงกบ ขายพันธุ์กบเป็นส่วนน้อย เน้นขายตัวอ่อนของกบหรือฮวก (ลูกอ๊อด)
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือ ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชน หรือการตีไก่ เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่มีความสามารถพิเศษในเรื่องของการต่อสู้ การเลี้ยงไก่ชนถือเป็นกีฬา และเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยมานานหลายร้อยปี ปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี เป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาลเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ ฟาร์มไก่เสี่ยตั๋ม บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ของไก่ชนตัวเก่ง สร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชนขายจนร่ำรวย นั่นคือ คุณชาติตระการ กมุทชาติ หรือ เสี่ยตั๋ม อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 7 บ้านนาโป่งโพน ตำบลล
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชน อำเภอรัตภูมิ และอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ดูความสำเร็จโครงการวิจัย “การพัฒนาชุมชนเพาะเลี้ยงชันโรงสู่การเป็นชุมชนนวัตกรรมอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งชันโรง การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ การตลาด ตลอดจนผลักดันจากอาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก สร้างรายได้มั่นคง ผศ.ดร.ปกรณ์ ลิ้มโยธิน คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการแผนโครงการฯ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงผึ้งชันโรงอยู่แล้ว ผนวกกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆ จากการทำงานวิจัย จึงได้นำองค์ความรู้ที่เรามีมาถ่ายทอดแก่เกษตรกร ตั้งแต่การเริ่มต้นเลี้ยง การเก็บผลผลิต การสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ พร้อมผลักดันให้จังหวัดสงขลาเป็นเมืองแห่งชันโรง โดยพยายามจะลดความเหลื่อมล้ำของสังคมเมืองและสังคมชนบทให้ได้ ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก ผู้ช่วยคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในฐานะหัวหน้าโครงการย่อย เล่าว่า จากความสำเร็จ ภายใต้โครงการกา
เส้นทางที่ลำน้ำในคลองอู่ตะเภาไหลผ่านจากอำเภอสะเดา เป็นเส้นทางที่พุ่งตรงเข้าไปยังตัวอำเภอหาดใหญ่ออกสู่ทะเล ระยะทางยาวมากพอจะเป็นลำน้ำที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ จนผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวคลองอู่ตะเภา มีวิถีที่เรียกได้ว่าอาศัยลำน้ำสายนี้เพื่อดำรงชีพ ปลาชนิดหนึ่งในคลองอู่ตะเภา เรียกได้ว่า เป็นปลาพื้นถิ่นที่พบในคลองอู่ตะเภา ในอดีตพบมาก แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงตามสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป คือ ปลากดเหลือง ชาวบ้านนิยมนำมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะการทอด และนำไปใส่ในแกงเหลือง หรือแกงส้มของภาคใต้ ด้วยคุณสมบัติของเนื้อปลาที่มีไขมันมาก เนื้อนิ่ม หนังปลามีสีเหลือง เป็นปลาที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาหนัง เรียกว่า ปลากด ซึ่งปลากดมีหลายชนิด ผิวหนังที่เป็นสีเหลือง จึงเรียกปลาชนิดนี้ว่า ปลากดเหลือง เมื่อปลากดเหลืองลดจำนวนลงจากแหล่งน้ำที่เป็นที่อยู่อาศัยลงไปมาก เหลือเพียงน้อยนิด แนวคิดอนุรักษ์ปลากดเหลืองจึงเริ่มขึ้น โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสงขลา นำพันธุ์ปลากดเหลืองมาเพาะและขยายพันธุ์ เพื่อขายหรือแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจเลี้ยง ส่วนหนึ่งเพื่อการอนุรักษ์ให้ปลากดเหลืองยังคงมีอยู่ และเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชี
ผู้เขียนลงพื้นที่บ้านเซี๊ยะ หมู่ที่ 4 ตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อชิมอาหารและเสพบรรยากาศของ “ตูบนาคาเฟ่” ร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา แต่มีการจัดโซนของร้านได้งดงาม เสริมด้วยทัศนียภาพของทุ่งนาและขุนเขาเบื้องหลัง กับการบริการแบบบ้านๆ ในราคากันเอง โดยมีชาวบ้านทำเอง ขายเอง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเซี๊ยะ คุณนพดล อินต๊ะลาศ อายุ 30 ปี อดีตผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมแห่งหนึ่ง เจ้าของ “ตูบนาคาเฟ่” เปิดเผยว่า ในสมัยวัยรุ่นคิดว่า การทำงานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ คือความสุข ความสำเร็จ จึงพยายามเรียนและทำงานจนได้เป็นถึงผู้จัดการ เงินเดือนกว่า 50,000 บาท ส่วนภรรยาก็ใช้รถบรรทุกดัดแปลงทำร้านชาชัก โรตีหม้อ ซึ่งก็สร้างรายได้ให้มากพอสมควร แต่ก็พบว่าไม่มีความสุข มันวุ่นวาย มันไม่สงบ ใจนึกถึงแต่บ้านเกิด นึกถึงทุ่งนา จึงตัดสินใจลาออก เพื่อที่จะมีเวลาดูแลพ่อ แม่ เมื่อมาเห็นที่นาของพ่อและญาติในแปลงติดกันมีสภาพเหมาะที่จะทำเป็นแปลงเกษตรสวนผสม เพราะมีสระปลา มีผักสดสารพัดที่ปลูกไว้ แว่บแรกคือการทำอะไรสักอย่างที่สร้างรายได้ให้ตนเอง และสร้างงานในชุมชน จึงคิดทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เน้นขายอาหาร
“การเลี้ยงโคนม” เป็นอาชีพพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงมอบให้แก่เกษตรกรไทยมานานกว่า 60 ปี ด้วยทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคนมที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เข้ามาให้ความรู้ทางวิชาการแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนม เพื่อยกระดับฟาร์มโคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมให้ได้มาตรฐาน จีเอ็มพี (GMP) และ HACCP ทำให้การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่อง “เลี้ยงวัว” เป็นอาชีพเสริม แต่ทำเงินดีแซงหน้าอาชีพหลัก คุณสุนันทา กาญจนศิลป์ อาศัยอยู่เลขที่ 57/1 หมู่ที่ 6 ซอย 8 ถนนสาย 2 ซ้าย ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี 15210 โทร. 089-806-6958 หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนครอบครัวปลูกพืชไร่เป็นอาชีพหลัก แต่เจอปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่ว
ในช่วงนี้ธุรกิจในครัวเรือนถือว่าได้รับกระแสนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะของกินนั้นหากขายผ่านเฟซบุ๊กแล้ว มีคนชื่นชอบและสั่งกินกันจำนวนมาก โดยเฉพาะการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งที่จังหวัดพิษณุโลก ที่กำลังมีผู้สั่งจองกันจำนวนมาก นางปริญรัตน์ หรือ คุณแป๋ม อ้นชาวนา ชาวเมืองพิษณุโลก และครอบครัวทำมะม่วงแปรรูปฝานตากแห้ง ขายตามผู้สั่งจอง ทั้งทางผ่านเฟซบุ๊กและโทรศัพท์สั่งจองมานานกว่า 12 ปีแล้ว โดยไม่ต้องมีหน้าร้านแต่อย่างใด แค่เพียงบอกต่อๆ กันจนติดปากถึงการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งขาย สร้างรายได้ให้ครัวเรือนเป็นอย่างดี ตอนแรกครอบครัวนางปริญรัตน์ ขายของทั่วไป แต่เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาได้ลองรับซื้อมะม่วงกะล่อนมาปอกเปลือกแล้วฝานตากแห้ง แล้วใส่แพ็กเกจให้สวยงามส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ ตอนแรกก็คิดว่าทำกันเล่นๆ ในครอบครัว แต่เมื่อเห็นมีผู้สั่งจองเยอะก็เริ่มเป็นรายได้เข้ามาในครอบครัว โดยแต่ละปีนั้นเมื่อถึงฤดูของมะม่วงสุกก็จะมีลูกค้าเริ่มโทร.มาสั่งจองมะม่วงฝานตากแห้งกันจำนวนมาก บางปีมะม่วงกะล่อนหายากแทบจะหาซื้อไม่ได้ จึงได้นำมะม่วงแก้มแหม่ม หรือมะม่วงแก้มแดง หรือมะม่วงอินทผลัม ซึ่งจะมีรสชาติหวาน หอม มากกว่ามะม่วงกะล่อนท
หากใครทำฟาร์มเห็ดอยู่แล้ว สามารถหารายได้เสริมได้โดยนำมูลเห็ด หรือมูลดินที่เหลือใช้จากการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนมาผลิตเป็นดินสำหรับปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป เช่นเดียวกับ นางศิริกานต์ ธาตุมณี เกษตรกรบ้านโพนธาตุ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ผู้ผลิตดินปลูกต้นไม้ภายใต้ชื่อ “ศิริกานต์” และ “ศิริชัย” ที่มียอดจำหน่ายกว่า 20,000 ถุง/เดือน จุดเริ่มต้นของกิจการแห่งนี้ เกิดจากเกษตรกรรายนี้ ทำกิจการเพาะเห็ดและมีดินที่เหลือจากการเพาะเห็ดจำนวนมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จึงทดลองนำไปใส่อ้อย ข้าว ปรากฎว่าได้ผลดี จึงลองผิดลองถูก สร้างมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบเหลือใช้ได้จนได้สูตรดินปลูกที่ลงตัวและได้ผลดีมากที่สุด นำดินปลูกต้นไม้ไปจำหน่ายตามร้านขายพันธุ์ไม้ ระยะแรกแนะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดโดยให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้าก่อน 10 ถุง หากใช้แล้วพืชผักโตเร็ว ใบเขียวนาน ค่อยโทร.ติดต่อกลับมา พร้อมแจกนามบัตรตามร้านไว้ทุกร้านในเขตอำเภอท่าบ่อ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอบ้านผือ น้ำโสม และนายูง จังหวัดอุดรธานี กลยุทธ์บุกตลาดวิธีนี้ได้ผลตอบรับที่ดี ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื
