“ลานตากพืชผลทางการเกษตร”เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการลดความชื้นของพืชเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น ข้าวเปลือก ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง ก่อนนำไปเก็บรักษาหรือแปรรูป การลดความชื้นที่นิยมคือ การนำพืชผลทางการเกษตรไปตากในลานตากคอนกรีต โดยใช้พลังงานความร้อนช่วยให้ความชื้นลดลง ประมาณ 1 – 2 วัน เมื่อความชื้นลดลงตามต้องการจึงนำเข้าที่เก็บ แต่ทุกวันนี้ ชาวนาไทยจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนลานตากข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว จึงต้องใช้ถนนเป็นลานตากชั่วคราว ก่อให้เกิดปัญหาด้านการจราจรและเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

มทร.ธัญบุรี เพิ่มมูลค่าขยะเกษตรเป็นวัสดุก่อสร้างสีเขียว
ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ จึงเกิดแนวคิดเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างทางเลือกใหม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำมาพัฒนาเป็นพื้นคอนกรีตสำหรับลานตากข้าวที่สามารถเพิ่มอุณหภูมิผิวหน้าเพื่อเร่งกระบวนการทำให้ข้าวแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ทีมนักวิจัยได้มุ่งศึกษาการจัดการของเสียในโรงงานอุตสาหกรรมประกอบด้วย หินฝุ่นจากโรงโม่หิน และเถ้าชานอ้อยจากโรงไฟฟ้าชีวมวล มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานอุตสาหกรรมก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น ลานคอนกรีตสำหรับตากผลิตผลทางการเกษตร ที่ใช้คอนกรีตผสมเสร็จในการเท โดยนำข้อดีของทั้งหินฝุ่นและเถ้าชานอ้อยมาเป็นตัวช่วยให้คุณสมบัติของคอนกรีตผสมเสร็จดีขึ้นซึ่งการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตจะใช้หินฝุ่นทดแทนทรายทั้งหมดใช้เถ้าชานอ้อยทดแทนปูนซีเมนต์บางส่วน และใช้ปูนซิเมนต์ไฮดรอลิกทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบดั้งเดิม เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการลดต้นทุนในการผลิต ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชนอุตสาหกรรม


ทดสอบจริง
โครงการนี้ได้ร่วมมือกับเครือข่ายได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง กรมการข้าว และสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมกับชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวโคกแฝด ชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวแขวงคลองสิบสอง และชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวแขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร จึงได้ทำการก่อสร้างลานตากคอนกรีตเสริมเหล็กตามแบบก่อสร้าง ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ทุ่งรังสิต แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ในการทดสอบครั้งนี้ ใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จในโรงงานของ หจก. บุญรักษา การโยธา โดยใช้หินฝุ่นจากบริษัท ปราจีนบุรี เหมืองหิน จำกัด เเละเถ้าชานอ้อยจากโรงงานผลิตน้ำตาล ในจังหวัดลพบุรีมาทำการก่อสร้างลานตากคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร หนา 0.15 เมตร ที่ใช้คอนกรีตควบคุม (COM) ซึ่งเป็นคอนกรีตที่ใช้ทรายแม่น้ำ และหินปูนปูนย่อยเป็นส่วนผลม จำนวน 1 ลานและคอนกรีตควบคุม 2 (CON2) ซิ่งเป็นคอนกรีตที่ใช้หินฝุ่นทดแทนทรายทั้งหมด และหินปูนย่อยเป็นส่วนผสม จำนวน 1 ลาน นอกจากนี้ทำการก่อสร้างลานตากคอนกรีตที่ใช้เถ้าชานอ้อยบดละเอียดแทนที่ปูนซีเมนต์ที่ร้อยละ 40 ของน้ำหนักวัสดุประสาน และใช้หินฝุ่นเเทนที่ทรายแม่น้ำทั้งหมด จำนวน 1 ลาน เพื่อทดลอบการใช้งานจริง และเพื่อใช้เป็นผลงานส่งมอบของโครงการ


ผลการทดลองพบว่า คอนกรีตที่ใช้เถ้าชานอ้อยทดแทนปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก 40% ที่อายุ 90 วัน ให้ค่าความต้านแรงอัดสูงสุดที่ 42.6 เมกะปาสคาล นอกจากนี้ เมื่อนำคอนกรีตดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่ทดลองและเปรียบเทียบกับคอนกรีตปกติ พบว่ามีอุณหภูมิผิวหน้าสูงกว่าคอนกรีตปกติประมาณ 10.3°C แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำไปใช้เป็นคอนกรีตลานตากข้าว ช่วยลดระยะเวลาการตากข้าว ทั้งยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากของเสียอุตสาหกรรมโดยการนำวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จุดแข็งของผลงานวิจัยชิ้นนี้ มีประโยชน์เชิงพาณิชย์เพราะตัวผลิตภัณฑ์สินค้าคอนกรีตผสมเสร็จสำหรับทำลานตากในโครงการวิจัย ใช้หินฝุ่นทดแทนทราย ร้อยละ 100 ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนทรายก่อสร้างในแถบพื้นที่ภาคตะวันออก เมื่อใช้เถ้าชานอ้อยสามารถลดการใช้ปูนชีเมนต์ได้ถึงร้อยละ 40 แล้ว นวัตกรรมชนิดนี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าสินค้าคอนกรีตผสมเสร็จแบบทั่วไปในท้องตลาด
ขณะเดียวกัน การก่อสร้างลานตากคอนกรีตที่ใช้คอนกรีตผสมเสร็จสูตรนี้ พบว่า มีผิวหน้าเรียบแน่นไม่หลุดร่อนง่ายเหมือนกับการใช้คอนกรีตผสมเสร็จที่มีทรายเป็นส่วนผสม อีกทั้งมีสีที่เข้มขึ้นเหมาะกับการตากผลผลิตทางการเกษตรทำให้แห้งเร็วแล้ว ยังมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวกว่าคอนกรีตผสมเสร็จที่มีทรายเป็นส่วนผสม จุดแข็งที่สำคัญ คือ ด้านราคา สินค้าคอนกรีตผสมเสร็จในโครงการนี้ เป็นสินค้าที่ราคาถูกกว่าคู่แข่ง ถือว่า มีความได้เปรียบทางด้านคุณสมบัติและราคา จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการใช้ต้นทุนในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าน้อย


ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการรับผิดชอบต่อสังคมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าจนไม่เกิดของเสีย เพื่อลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ดังนั้นนวัตกรรมนี้จึงตอบโจทย์สังคมและมิติด้านสิ่งแวดล้อม มีศักยภาพที่จะเติบโตทางการตลาดได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ และทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรียังมีนวัตกรรมเด่นอีกมากมาย ที่มีรางวัลประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ เช่น ไม้ชีวภาพคือ แผ่นไม้ โครงคร่าวไม้ อิฐไม้ และผนังแบบแซนด์วิช ที่ทำมาจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากใครสนใจนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: หน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีเมล : [email protected] โทรศัพท์ 02- 5493410 ได้ในวันและเวลาราชการ

