สถานการณ์น้ำ
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนที่ตกหนัก และปรากฏการณ์เอลนีโญ ในการนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินตรวจสภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะแวะลงจอดที่บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จากนั้นได้ร่วมกับ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าว ถึงแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ควบคู่ไปกับการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับขณะนี้เข้า
รมว.เกษตรฯ “ธรรมนัส” เข้ม…ย้ำชลประทานบริหารน้ำ ลดผลกระทบประชาชนให้มากที่สุด (21 กันยายน 2566) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ผ่านทางระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และสำนักเครื่องจักรกล โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังส่งผลกระทบในปัจจุบัน ทำให้มีฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกหนักบางแห่ง กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝน ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด สู่ 6 แนวทางปฏิบัติของกรมชลประทานอย่างเคร่
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ VDO conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 สำนักเครื่องจักรกล ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะส่วนกลาง(swoc) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(ร้อยเอกธรรมนัส พหรมเผ่า) ที่มีความห่วงใยถึงสถานการณ์น้ำที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสาน นั้น กรมชลประทาน ได้ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกมิติ พบว่าพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกอย่างเนื่อง อาทิ บริเวณลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร ลุ่มน้ำชี-มูลตอนกลางและตอนล่าง จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคอีสาน เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการจัดจราจรทางน้ำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้การระบายน้ำทำได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล แม้ว่าจะยังไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง แต่ได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องส
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (6 กันยายน 2566 ) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,646 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 6,450 ล้านลูกบาศก์เมตร เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,188 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว 3,342 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เร่งเก็บกักน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ได้ม
วันนี้ (3ก.ย.66) ณ ห้องประชุมจังหวัดนครสวรรค์ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายไพฑูรย์ ศรีมุก รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายฉัตรชัย ทองปอนด์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และ 3 มาตรการรับมือเอลนีโญ ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(2ก.ย.66) 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 10,126 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การรวมกัน 3,430 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนไปแล้ว 5,644 ล้าน ลบ.ม
การทำนาปีในปีนี้ บางพื้นที่อาจล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วงนานต่อเนื่อง ทำให้ที่หว่านไว้บางส่วนแห้งตาย แต่เมื่อได้ฝนในช่วงท้ายๆ ฤดูการณ์ ข้าวเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าจะสามารถเติบโต ได้ทันในระยะเวลาที่เหลือนับจากนี้ อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝนที่ตกดังกล่าว อาจไม่เพียงพอต่อการทำนาปรังปี 65 เพราะส่วนใหญ่เป็นการตกท้ายเขื่อน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ตามที่คาดว่าปีนี้จะมีพายุ เข้ามาประเทศไทยอย่างน้อย 2 ลูกนั้น ปริมาณน้ำจะมีมาก กระทรวงเกษตรฯจึงวางแผนเพาะปลูกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้ชาวบางระกำทำนาปีก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2564 และมีแผนทยอยทำนาใน 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาตามลำดับ เพื่อให้เก็บเกี่ยวก่อนฤดูน้ำหลากที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.- ต.ค. ทุกปี เป็นแก้มลิงที่ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำที่ขังอยู่นี้ทำอาชีพประมง ได้ด้วย อย่างไรก็ตามแผนการเพาะปลูกดังกล่าว สามารถระบายน้ำเพื่อปลูกข้าวในพื้นที่บางระกำเท่านั้นประมาณ 2.65 แสนไร่ น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมาท
กรมชลประทาน เผยทั่วประเทศปลูกข้าวแล้ว 12.72 ล้านไร่ คิดเป็น 76% ของแผน ขอความร่วมมือเกษตรกรในเขตลุ่มเจ้าพระยางดทำนาต่อเนื่องหลังเก็บเกี่ยว เหตุปริมาณน้ำต้นทุนมีจำกัด นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้จะมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่แต่ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนยังมีน้อย จึงขอความร่วมมือเกษตรกรที่ทำการเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยางดทำนาต่อเนื่อง เพราะยังไม่มั่นใจว่าฝนที่ตกจะไหลลงเขื่อนหรือไม่ หลังจากกรมชลประทานสำรวจการปลูกข้าวนาปี 2564 ทั่วประเทศในเขตชลประทานมีการปลูกข้าวรวม 12.72 ล้านไร่ คิดเป็น 76.37% ของแผนปลูกข้าว16.65 ล้านไร่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาปลูกไปแล้ว 5.99 ล้านไร่ คิดเป็น 75.22% ของแผนฯ จำนวน 7.97 ล้านไร่ เริ่มมีการเก็บเกี่ยวแล้ว 0.045 ล้านไร่ โดยผลการปลูกข้าวนาปี 2564 ณ วันที่ 21 ก.ค.2564 ภาคเหนือปลูกข้าว 1.88 ล้านไร่ คิดเป็น 73.24% ของแผนฯ ที่ 2.57 ล้านไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกข้าว 3.17 ล้านไร่ คิดเป็น 93.60% ของแผนฯ ที่ 3.39 ล้านไร่ ภาคกลางปลูกข้าว 0.04 ล้านไร่ คิดเป็น 168.48 % ของแผนฯที่ 0.02 ล้านไร่ ภาคตะวันออกปลูกข้าว 0.89 ล้านไร่ คิดเป็น 97.58
กรมชลประทาน คาดเดือน ส.ค.- ต.ค. พายุจรเติมน้ำเขื่อน พร้อมมรสุมจากเพื่อนบ้านทำฝนตกชุกหนักบางพื้นที่ อธิบดีฯ สั่งจับตา เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-น้ำท่วมใน 40 จังหวัด ชี้น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วไทยอยู่ในเกณฑ์ดี คาดปีนี้มีน้ำใช้มากกว่าปี 63 เพียงพอฤดูแล้งหน้า นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำครั้งที่ 29/2564 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไทยอาจมีพายุจรในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. 2564 ประมาณ 2-3 ลูก อิทธิพลลมพายุจะทำให้เกิดฝนตกอย่างสม่ำเสมอในประเทศไทย และมีฝนตกชุกในภาคตะวันตก ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนมากขึ้น ซึ่งการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ มีการประเมินกันเกือบทุกสัปดาห์กรมชลประทานจึงต้องจับตาพายุ และสถานการณ์น้ำฝน เพื่อบริหารจัดการน้ำในเขื่อนไม่ให้กระทบกับประชาชนบริเวณใกล้เคียงกรณีมีน้ำมาก และเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในกรณีน้ำน้อย ในช่วงนี้ถึง 2 ส.ค. จะมีอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบนของภาคเหนือ สปป.ลาวและเวียดนามตอนบน ทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ภายใต้การนำของ ดร.รอยล จิตรดอน ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพายากรน้ำ เปิดห้องบัญชาการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมเปิดเผยว่า ในปีนี้ แม่น้ำเจ้าพระยามีค่าน้ำเค็มมากที่สุดในรอบ 10 ปี เตือนไทยเสี่ยงเผชิญวิกฤติภัยแล้งหนัก ฝนน้อย ขาดน้ำ กระทบผลผลิตการเกษตรทั่วประเทศ สำหรับปริมาณฝนสะสมประเทศไทย ในปี 2563 มีน้อยกว่าค่าปกติประมาณ ร้อยละ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฝนน้อยกว่าปกติ 2 ปี ติดต่อกัน (ปี 2562-2563) โดยเฉพาะภาคเหนือที่ฝนน้อยกว่าปกติ ถึงร้อยละ 17 ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีน้อย โดยเฉพาะปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ในวันเริ่มต้นฤดูแล้ง 1 พฤศจิกายน 2563 มีปริมาณน้ำใช้การเพียง 5,771 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ความต้องการน้ำในช่วงฤดูแล้งถึงช่วงต้นฤดูฝนที่จะต้องเตรียมไว้ ประมาณ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ต้องงดการส่งน้ำทำนาปรังในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเ
กรมชลประทาน เผยความก้าวหน้า ในการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” เครื่องมือสำรวจบินถ่ายภาพ และผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการชลประทาน มุ่งสนับสนุนภารกิจงานชลประทาน สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างสูงสุด คุณจันทรา งาเนียม ผู้อำนวยการส่วนเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน เดินหน้าวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ โดยได้เริ่มต้นพัฒนา อากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” ขึ้นใช้งานเอง เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือสำรวจบินถ่ายภาพ และผลิตแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อการชลประทาน นับว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานแผนที่สากล ASPRS 2014 สามารถใช้สนับสนุนภารกิจงานชลประทานได้หลายด้าน อย่างไรก็ดี ในอนาคต กรมชลประทาน จะมีแผนที่ภาพถ่ายที่พัฒนาจากอากาศยานไร้คนขับ “ธารทิพย์ 01-33” ด้วยระบบการขึ้นลงทางดิ่ง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ในพื้นที่จำกัด จากเดิมที่ใช้ระบบการขึ้นและลงจอดแบบ Semi auto โดยใช้นักบินควบคุมการนำอากาศยานขึ้นและมีผู้ช่วยนักบินในการโยนอากาศยานขึ้น (
