สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (TFCC)
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมไทยไอโอที ร่วมพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เครื่องจักรกลการเกษตร มุ่งส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ ทายาทเกษตรกร ระบุเป้าหมายปรับปรุงพัฒนาการผลิต/การแปรรูป/การตลาด พัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยทั้งระบบ โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาเพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมการเกษตรในยุค 4.0 เพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตรด้วยต้นทุนต่ำที่สุดให้กับเกษรกร ลดการใช้แรงงาน ส่งผลให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการของทั้ง 3 ฝ่าย ในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ในการร่วมมือสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เครื่องจักรกลการเกษตรและครอบคลุมไปถึงความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของทั้งสามฝ่าย โดยมุ่งเ
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม หรือ Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF) ว่า ความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ช่วยกระตุ้นการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทยเฉลี่ยมากกว่า ร้อยละ 6 ต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตอาหารและการเกษตร นายไนออล โอ คอนเนอร์ ผู้อำนวยการกลาง สถาบันสิ่งแวดล้อมกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า นวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) รวมทั้งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร สำหรับงานสัมมนา RBF ครั้งนี้ ได้รวบรวมแนวทางการจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนในกระบวนการผลิต การเก็บรักษา และการจัดการของเสียในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะเดียวกัน นำเสนอแนวทางลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี และปุ๋ย เพื่อให้ตลอดกระบวนการผลิตนั้นสามารถผลิตอาหารให้มีคุณภาพสูงและมีการสูญเสียน้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 ได้รับความสนใจจากผู้มีอ
“กฤษฎา” รมว.เกษตรฯเรียกประชุมหวังเร่งการใช้ยางพาราในประเทศให้มากขึ้น เตรียมเสนอ ครม.แก้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกฯ เปิดทางหน่วยงานราชการประมูลซื้อสินค้าที่มีส่วนผสมยางพาราได้สะดวกขึ้น ด้านกรมบัญชีกลางเตรียมเผยสเป็กถนนยางพาราซอยล์ซีเมนต์สัปดาห์หน้า นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการหารือกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กับกลุ่มผลิตหมอน-ที่นอนจากยางพาราว่า เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศจากปัจจุบันที่ใช้อยู่ระหว่าง 400,000-500,000 ตันต่อปี และลดปริมาณการส่งออกยางขั้นปฐมปีละประมาณ 4 ล้านตัน ที่ประชุมจึงมีความเห็นกรณีหน่วยงานของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่ใช้สินค้าที่มีส่วนผสมยางพารา แต่ TOR จัดซื้อกลับกำหนดให้สินค้าที่มีส่วนผสมยางพาราดังกล่าวจะต้องได้มาตรฐาน มอก. และการจัดซื้อจะยึดราคาต่ำเป็นหลักนั้น ภาคเอกชนต้องการให้หน่วยงานรัฐเหล่านั้นกำหนดสเป็กช่วยสินค้าที่มีส่วนผสมยางพาราจากในประเทศด้วย ยกตัวอย่าง สายพานลำเลียงถ่านหินที่ผลิตในประเทศสามารถใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่ราคาแพงจนประมูลขายไม่ได้ ขณะที่สายพานนำเข้ามีอา
การส่งเสริมไม้เศรษฐกิจในประเทศไทย เป็นโครงการระยะยาวที่กรมป่าไม้กำลังเร่งผลักดันเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไปพร้อม ๆ กัน ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนงานการส่งเสริมไม้เศรษฐกิจแบบครบวงจร ระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2579 ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกกำหนดไว้ตั้งแต่กลางปี 2560 เป้าหมายคือการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ไม่น้อยกว่า 26 ล้านไร่ ด้วยการจัดทำโครงการปลูกไม้เศรษฐกิจแบ่งเป็นปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ป่า ได้แก่ พื้นที่บุกรุกปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงป่าสงวนเสื่อมโทรม 8.7 ล้านไร่ พื้นที่นอกเขตป่า ได้แก่ พื้นที่นาที่ไม่เหมาะสมทำนา พื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.) พื้นที่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และที่ดินกรรมสิทธิ์อื่น ๆ รวม 14.6 ล้านไร่ และพื้นที่สีเขียวในเขตอีก 2.7 ล้านไร่ หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกไม้เศรษฐกิจอย่างน้อย 420,000 บาท/คน/ปี ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคป่าไม้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท/ปี เนื่องจากความต้องการใช้ไม้มีเป็นจำนวนมากทั้งเพื่อใ
