สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีระบบการป้องกันโรค ASF อย่างมีประสิทธิภาพจากความเข้มแข็งของกรมปศุสัตว์และทุกภาคส่วนใน แวดวงผู้เลี้ยงสุกรที่ร่วมมือกันอย่างเข้มงวดจริงจัง กระทั่งเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ “ความเข้มงวดเข้มแข็งยังคงต้องทำกันอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมในแง่ของค่าชดเชยให้แก่เกษตรกรหากพบ ASF โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนเงินจากทุกฟาร์ม และทุกบริษัท อาทิ ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ด ช่วยสร้างความมั่นใจและอุ่นใจแก่ผู้เลี้ยงทุกคน” นายสุรชัย กล่าวและว่า เงินลงขันดังกล่าวจะเข้าบัญชี “กองทุนต่อต้าน ASF” เพื่อจูงใจให้เกษตรกรรีบแจ้งหากมีการพบโรคเพื่อภาครัฐจะขีดวงจำกัดความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของผู้เลี้ยงสุกรทุกคน อย่างไรก็ตาม แม้จะประเทศไทยจะมีความกังวลเกี่ยวกับ ASF แต่ยังมีข่าวดีของวงการสุกรไทย เมื่อ ASF ส่งผลให้หลายประเทศต้องทำลายสุกรไปแล้วหลายล้านตัว สิ่งที่ตามมาคือปริมาณผลผลิตเนื้อสุกรไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงตลาดฮ่องกงด้วย เนื่องจาก 90% ข
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือปศุสัตว์จังหวัด เดินสายให้ความรู้การป้องกัน โรค ASF ในสุกร แก่เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่จังหวัดยโสธร พร้อมทั้งจัดอบรมต่อเนื่องให้กับเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก และอ่างทอง ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกว่า 3,000 คนในกว่า 20 จังหวัดรู้ทัน และเข้าใจการป้องกันโรค นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า การป้องกันโรค ASF ในสุกรเป็นวาระแห่งชาติที่่ต้องระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนป้องกันโรค ASF ในสุกร แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของโรคในประเทศไทย การจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยในจังหวัดยโสธร จะช่วยสร้างความตื่นตัวให้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นฟันเฟืองที่สำคัญมีความพร้อมในการป้องกันอย่างเข้มแข็ง น.สพ.ปัญญา มูลคำกาเจริญ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร กล่าวว่า ประเทศไทยไม่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้และเป็นโรคที่เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น ไม่ติดต่อหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่น ผู้บริโภคสามารถรับประทานหมูได้อย่างปลอดภัย 100% ปศุสัตว์จังหวัดบูรณาการทำงานกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการป้องกันโรค การปราบปรามการ
(13 มิถุนายน 2562) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะขนส่งสินค้าปศุสัตว์ แห่งที่ 3 ณ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) อ.เมือง จังหวัดมุกดาหาร ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในจังหวัดชายแดนไทย นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะขนส่งสินค้าปศุสัตว์ ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และภาคเอกชน ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) เข้าประเทศไทย โดยศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะขนส่งสินค้าปศุสัตว์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงใน 5 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย สระแก้ว หนองคาย มุกดาหาร นครพนม และเชียงราย ซึ่งศูนย์ที่จังหวัดมุกดาหารได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อช่วยให้การฆ่าเชื้อโรคพาหนะขนส่งทุกสัตว์ ที่ด่านกักกันสัตว์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “แม้ว่าเชื้อโรค ASF จะไม่ติดต่อหรือ
น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และประธานสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรี จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) ที่กำลังระบาดในเวียดนามในขณะนี้ว่า สมาคมร่วมกับภาคผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร เกษตรกร และภาครัฐโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกัน ASF โดยออกหลายมาตรการเข้มงวดกวดขันในการเฝ้าระวังโรคอย่างเต็มที่ โดยกรมปศุสัตว์ออกประกาศ 5 ภาษา ติดประกาศตามด่านชายแดนและท่าอากาศยานทุกแห่ง “ห้ามนำเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูเข้าสู่ประเทศไทย” หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดี ขณะเดียวกัน สมาคมได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ การร่วมหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ที่แสดงเจตจำนงในการร่วมมือดูแลด่านกักกันโรคจำนวน 4 ด่านที่ติดกับประเทศลาว ที่ถือเป็นช่องทางผ่านของโรคที่อาจติดมาจากประเทศจีนที่มีการระบาดของโรค โดยในลาวนั้นมีคนจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากมาย ส่วนอีก 1 ด่าน ที่ติดกับกัมพูชาก็บูรณาการร่วมกันป้องกันอย่างเข้มงวด “ผู้เลี้ยงหมูทุกคนหวังอย่างยิ่งให้ไทยเป็นประเทศที่หลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ขอ
เป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้ว ที่ราคาหมูไทยตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เริ่มเห็นเค้าลางมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมยังไม่มีการรวบรวมผู้ประกอบการและขนาดการผลิต จากจำนวนผู้เลี้ยงทั้งอุตสาหกรรมที่มีอยู่ประมาณ 195,000 ราย ปัจจุบัน คาดว่าประเทศไทยมีแม่พันธุ์หมู ประมาณ 1.3-1.4 ล้านตัว ซึ่งระดับแม่พันธุ์ที่ทำให้เกิดความสมดุลของผลผลิตไม่ควรเกิน 1 ล้านตัว เท่ากับมีแม่หมูเกินอยู่ประมาณ 3-4 แสนตัว ส่งผลให้มีผลผลิตลูกหมูขุนออกมาเกินความต้องการของตลาด วันละ 4.5-5 หมื่นตัว จากความต้องการบริโภคของตลาดที่มีไม่เกิน 4.2 หมื่นตัว ต่อวัน ปริมาณที่เกินความต้องการราวๆ 3,000-8,000 ตัว ต่อวัน ทำให้ราคาหมูตกต่ำติดต่อกันเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายทั้งอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมหาศาล และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ ภาระหนี้สิน และผลขาดทุนทั้งอุตสาหกรรม แม้วันนี้สถานการณ์จะดูเหมือนดีขึ้น แต่เบื้องหลังนั้นใครจะรู้ว่าเกิดจากความร่วมมือร่วมใจโดยแท้ของพี่น้องเกษตรกรและภาคเอกชนในวงการเลี้ยงหมู ที่เดินหน้าช่วยกันแก้ปัญหา เรียกว่า “ผู้เลี้ยงรวมใจ รายใหญ่ร่วมตัดวงจรหมูต่อเนื่อง” ด้วยการดำเนินมาตรการ
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านการนำเข้าชิ้นส่วนเนื้อสุกรที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาอาชีพเกษตรกร และปกป้องสุขภาพคนไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายเกษตรกรไทย จัดเสวนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “ อนาคตสุกรไทยในโลก 4.0 ” แบ่งการเสวนาเป็น 2 หัวข้อคือ การแข่งขันของหมูไทยในตลาดโลก และผลกระทบของไทยถ้านำเข้าหมูจากอเมริกา ปรากฏว่า มีตัวแทนเกษตรกร ภาครัฐและเอกชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมากจนเต็มห้องประชุมแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์การประชุมอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เพื่อแสดงพลังคัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในหมูจากสหรัฐอเมริกา ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ในกลุ่มแรคโตพามีน (Ractopamine) ซึ่งขัดแย้งกับ กฎหมายของประเทศไทยที่ห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มหมู นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเลี้ยงสุกรในสหรัฐอเมริกา มีต้นทุนผลิตถูกกว่าไทย เพราะได้เปรียบในเรื่องต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มแรคโตพามีน (Rac
ผู้เลี้ยงสุกรบุกพณ.ยื่นหนัสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และสมาชิกผู้เลี้ยงสุกรกว่า 100 คน ได้เดินทางมากระทรวงพาณิชย์ และยื่นหนังสือถึงกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ประมาณ 15.00 น.วันที่ 11 กันยายน นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯเป็นห่วงกรณีนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสหรัฐฯในเวลาอันใกล้นี้ เพื่อลดขาดดุลการค้าของสหรัฐ และมีกระแสข่าวว่ากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเดินทางไปเจรจาก่อนเพื่อเปิดนำเข้าเนื้อหมูที่สหรัฐฯในวันที่ 12 กันยายน จึงขอคัดค้านไม่ให้มีการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐเลย เนื่องจากมีสารเร่งเนื้อแดง(แร็คโตปามีน)ซึ่งเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย และหากนำเข้ามาจะกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรของไทย และห่วงโซ่การผลิตพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น รำข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง จะเสียหายมูลค่ารวมกันนับล้านล้านบาท “สมาคมมีการยื่นหนังสือร้องเรียนหลายครั้งแล้วกับกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับการชี้แจงจากภาครัฐ จึงต้องการให้รัฐบาลไทยยืนยันกับสหรัฐว่าจะไม่มีการนำเข้าเนื้อสุกรอย่างเด็ดขาด หากภาครั
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังนำตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าชิ้นส่วนสุกรสหรัฐ ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า จากประเด็นการเร่งรัดแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐอเมริกา โดย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่สร้างแรงกดดันทางการค้าต่อสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) พยามให้ไทยรับชิ้นส่วนเนื้อสุกรที่ชาวอเมริกันไม่รับประทาน อาทิ เครื่องใน หัวหมู เพื่อระบายสินค้าเหลือทิ้งมายังไทย โดยฟาร์มสุกรทั้ง 100% ของสหรัฐใช้สารเร่งเนื้อแดง (แร็กโตพามีน) เนื่องจากใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย ขณะที่สารดังกล่าวเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย และหลายประเทศที่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้บริโภคห้ามใช้สารเร่งเนื้แดงในปศุสัตว์ จึงขอร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ ยืนยันห้ามนำเข้าเนื้อสุกรที่มีสารเร่งเนื้อแดงอย่างเด็ดขาด หากเนื้อสุกรจากสหรัฐเข้ามาจะส่งผลให้ปริมาณสุกรล้นตลาด ราคาสุกรจะตกต่ำกระทบต่อเกษตรกรต้องขาดทุน และล้มละลายเหมือนที่เวียดนามที่เปิดรับเนื้อสุกรสหรัฐมาแล้ว ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ นายพิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรราชบุรี และตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ อาทิ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด สหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ ราชบุรี จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเพื่อการค้านครราชสีมา จำกัด ร่วมกันยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าชิ้นส่วนสุกรสหรัฐฯถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย เพื่อ ปกป้องความปลอดภัยทางอาหารของผู้บริโภคชาวไทยและอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร หลังสหรัฐฯอ้างเหตุขาดดุลการค้ากับไทย และหยิบยกประเด็นให้ไทยนำเข้าเนื้อสุกรสหรัฐฯขึ้นมาเจรจาอีกครั้ง นายสุรชัยเปิดเผยว่า จากประเด็นการเร่งรัดแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐอเมริกาโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่สร้างแรงกดดันทางการค้า ต่อสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) พยายามให้ไทยรับชิ้นส่วนเนื้อสุกรที่ชาวอเมริกันไม่รับประทาน อาทิ เครื่องใน หัวหม
