สยามคูโบต้า
เนื่องจากปัญหามลพิษและ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยกว่า 50% เกิดจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งรวมถึงการเผาในพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน และด้วยแนวทางในการดำเนินธุรกิจของสยามคูโบต้า ที่มุ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเกษตรไทยควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพื่อลดภาวะมลพิษทางอากาศที่บางส่วนมาจากการเผาในที่โล่งจากภาคเกษตรกรรม จึงดำเนินโครงการ “เกษตรปลอดการเผา (Zero Burn)” เพื่อรณรงค์และพัฒนากระบวนการผลิตโดยวิธีปลอดการเผา โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริม สามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตร และนำไปใช้ในการทำการเกษตรปลอดการเผา สอดคล้องกับเป้าหมายภาครัฐในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตรให้เป็นศูนย์ (0) ภายในปี 2565 ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุเหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว ตอซังข้าว และใบอ้อย ด้วยการนำเอานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร Machinery Solutions และองค์ความรู้ด้านการเกษตร Knowledge Solutions ภายใต้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจรมาปรับใช้ นำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน โดย
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) รับมอบเสื้อกันหนาว จำนวน 1,000 ตัว ในโครงการ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยหนาว ปีที่ 21” โดยมี นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) ให้การส่งมอบ เพื่อส่งต่อความอบอุ่นไปยังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาว โดยมีคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคณะผู้บริหารสยามคูโบต้า ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สยามคูโบต้า ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จังหวัดศรีสะเกษ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ในจังหวัดศรีสะเกษ สร้างโมเดล “ศรีสะเกษ เมืองต้นแบบปลอดการเผา” มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร รวมถึงส่งเสริมระบบบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายใต้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร สานต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” โดยกว่า 54% เกิดจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งรวมถึงการเผาในพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน ได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) เพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน” ในปี พ.ศ. 2562 สยามคูโบต้า เกิดแนวคิดในการจัดตั้ง “โครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn)” โดยร่วมมือกับหน
สยามคูโบต้า ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จังหวัดอุบลราชธานี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ในจังหวัดอุบลราชธานี ปั้นโมเดล “อุบลราชธานี เมืองต้นแบบปลอดการเผา” มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร รวมถึงส่งเสริมระบบบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายใต้องค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร สานต่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน นายวีรพงศ์ วิรบุตร์ ผู้จัดการภาคอีสานอาวุโส – แทรกเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง บริษัท สยาม คูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5” โดยกว่า 50% เกิดจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งรวมถึงการเผาในพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน ได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) เพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน” ในปี พ.ศ. 2562 สยามคูโบต้า เกิดแนวคิดในการจัดตั้ง “โครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn)” โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาค
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดกิจกรรม “คูโบต้า พลังใจสู้ภัยน้ำท่วม” บำเพ็ญประโยชน์ภายใต้โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย นำทีมจิตอาสาสยามคูโบต้าเข้าซ่อมแซมฟื้นฟูปรับปรุงสถานที่ ทำความสะอาด และมอบถังเก็บน้ำสำหรับใช้ประจำหมู่บ้าน โดยได้รับความร่วมมือจากร้านค้าผู้แทนจำหน่าย พร้อมด้วยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นจิตอาสาและให้การต้อนรับ จากสถานการณ์อิทธิพลพายุซินลากู (SINLAKU) ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักในพื้นที่ 10 จังหวัด เมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งจังหวัดเลยเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ว่า “นับเป็นเหตุอุทกภัยหนักสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ลำน้ำลายซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่พาดผ่าน 13 หมู่บ้านเอ่อล้น ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลน้ำสวย 773 ราย 192 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบอีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงท
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ นำโดย คุณชาติวุฑ พลเพชร ผู้จัดการอาวุโส ศูนย์อบรมงานขายและบริการสยามคูโบต้า และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพศาล บุรินทร์วัฒนา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ร่วมพิธีเปิด “ศูนย์ฝึกการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้า” โดยเป็นความร่วมมือภายใต้ “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการดำเนินการพัฒนาการศึกษาด้านเทคโนโลยีการเกษตร” เพื่อเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ในการใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร ผ่านการจัดอบรมและสาธิตการใช้งานให้แก่กลุ่มนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัย และผู้ที่สนใจทั่วไป ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา
กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินเครื่องเยียวยากลุ่มผู้ถูกเลิกจ้าง “โครงการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19” นำร่องแห่งแรกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างต้นแบบการนำองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรครบวงจร การบริหารจัดการน้ำฝ่าภัยแล้ง พร้อมจัดอบรมฝึกขับเครื่องจักรกลเกษตรและรถขุดคูโบต้า สร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพการประกอบอาชีพด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนให้พี่น้องชาวใต้ ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังจากที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และสยามคูโบต้า ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ COVID-19” เพื่อบูรณาการพัฒนาฝีมือแรงงานนอกระบบที่อยู่ในภาคการเกษตรให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะให้ได้มาตรฐานฝีมือแรงงาน จนสามารถนำไปประกอบอาชีพ รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 รวมถึงผู้ว่างงานที่มีความสนใจด้านการทำเกษตร อันจะนำไปสู่การส่ง
นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งมอบ “น้องส่งใจ” หุ่นยนต์ส่งยาและอาหาร (Automated Guided Vehicle) จำนวน 9 ชุด มูลค่า 540,000 บาท ให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมี รศ.นพ. พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้ในวอร์ดรักษาผู้ป่วย และโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ สยามคูโบต้ามุ่งหวังให้ “น้องส่งใจ” เป็นตัวแทนส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อดูแลผู้ป่วย COVID-19 ในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมก้าวผ่านวิกฤต COVID-19 ส่ง “น้องส่งใจ” หุ่นยนต์ส่งอาหารและยา และตู้ความดันลบ ภายใต้การผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญ จากโรงงานของสยามคูโบต้า คุณภาพตรงตามมาตรฐาน ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือการให้บริการทางการแพทย์ และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 สยามคูโบต้าได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือสังคมอย่างเร่งด่วน ด้วยมาตรการช่วยเหลือ ใน 3 แนวทาง คือ การสนับสนุนรัฐด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ การช่วยเหลือในภาคประชาชน และการช่วยเหลือเยียวยาลูกค้าของสยามคูโบต้า ภายใต้ชื่อโครงการ KUBOTA On Your Side ซึ่งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นอันดับแรก นอกเหนือจากการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเปิดศูนย์บริการรับซ่อมเครื่องช่วยหายใจให้แก่โรงพยาบ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ (ลำดับ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร มอบเงินสนับสนุนเพื่อจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 500,000 บาท โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐพล ธรรมโชติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากายภาพ (ลำดับ 2 จากซ้าย) เป็นผู้แทนรับมอบ สำหรับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 308 เตียงในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต รองรับ ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ที่จะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยคนแรกในวันพุธ ที่ 25 มีนาคมนี้ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชนชาวไทยผ่านพ้นวิกฤตไวรัส COVID-19 ได้โดยเร็วที่สุด ณ ห้องโถง อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
