สวนผสมผสาน
กล้วย…เป็นพืชอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้บริโภค กล้วยที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี เช่น กล้วยหอม กล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า กล้วยปลูกได้ทั้งในหัวไร่ปลายนา หรือปลูกในเชิงธุรกิจ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวน การปลูกกล้วยจึงเป็นหนึ่งพืชที่น่าสนใจ สามารถยกระดับรายได้นำไปสู่การยังชีพที่พอเพียงและมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง กล้วย พืชแซมในสวนไม้ผล มหัศจรรย์พืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่วิถีมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณต้อย หรือ คุณสุดาพร ภักดีบุตร เกษตรกรปลูกกล้วย เล่าให้ฟังว่า ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจผันผวนได้ส่งผลกระทบต่อวิถีความไม่มั่นคงครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นทางเลือกเพื่อการยังชีพที่เป็นวิถีพื้นฐานที่ทำให้ได้เก็บผลผลิตมากินในครัวเรือน หรือก่อให้มีรายได้จากการขายผลผลิตได้นำมาจุนเจือครัวเรือนหรือใช้เป็นทุนการผลิต พื้นที่ปลูกไม้ผล มี 18 ไร่ ปลูกไม้ผลผสมผสานหลายชนิด เช่น ทุเรียน มะม่วง มังคุด หรือกล้วย ช่วงเริ่มต้นได้นำกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้ามาลงปลูกเป็นพืชแซมเพื่อให้เป็นพืชร่มเงาหรือพืชพี่เลี้ยงให้กับไม้ผลหลัก เพื่อให้ได้ผลผลิตเก็บมากินในครัวเรือน ได้ขายผลผลิตกล้วยเพื่อนำรายได้มาเป็
พื้นที่ที่เกือบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร และเป็นเกาะแก่งกลางน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ถูกทิ้งไว้มาหลายปี เพราะเจ้าของต้องไปทำไร่อ้อยและไร่ข้าวโพดอีกที่หนึ่ง ไม่มีเวลาดูแล กระทั่งเมื่อ 6 ปีก่อน พื้นที่นี้ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง คุณวิทยา โพธิลำเนา เกษตรกรชาวตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ 6 ไร่ แต่เพราะพื้นที่นี้ถูกน้ำท่วมหลากเป็นประจำทุกปี ทำให้คุณวิทยาไม่คิดปลูกพืชอะไรไว้ เพราะเกรงว่าจะไม่รอด แต่มีตัวอย่างเกษตรกรในพื้นที่ปลูกไม้ผลจนประสบความสำเร็จ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณวิทยาคิดทำตามแบบอย่าง เกษตรกรตัวอย่าง ปลูกเงาะ ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ คุณวิทยาจึงเอาแบบอย่าง ซื้อกิ่งพันธุ์เงาะมาบ้าง ลงปลูกเต็มพื้นที่ 6 ไร่ จำนวน 160 ต้น แต่เห็นพื้นที่ระหว่างต้นเงาะยังว่าง จึงนำกิ่งพันธุ์ฝรั่งกิมจูมาลงปลูกระหว่างเงาะแต่ละต้น ทำให้ได้จำนวนฝรั่งอีก 400 ต้น หลังปลูกก็ปล่อยไว้อย่างนั้น แล้วออกไปทำไร่ตามปกติ แต่หลังจากนั้น 6 เดือน เข้ามาดูเห็นฝรั่งเริ่มติดดอก หลังจากนั้นอีก 2 เดือน เข้ามาดู ก็พบว่า ฝรั่งให้ผลผลิตแล้ว “พอเข้ามาดูก็เห็นฝรั่งดกเต็มต้น แต่ห่อไม่ทัน ผลฝรั่งเน่าคาต้นเยอะมาก เห็นผล
“สวนสามแสน” ชื่อของสวนเกษตร ในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณโรงเรียนเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเป็นแปลงปลูกพืชผักผลไม้แนวเศรษฐกิจพอเพียง แล้วเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วมทำเกษตรกรรมเน้นความเป็นอินทรีย์หวังให้ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เพื่อสร้างความยั่นยืน คุณสมคิด ธีระสิงห์ ประธานกลุ่ม “สวนสามแสน” เปิดเผยถึงความเป็นมาของสวนแห่งนี้ว่า เกิดจากความคิดที่ต้องการหาวิธีทำเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย โดยยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักปฏิบัติ การนำเสนอแผนพัฒนาชุมชนของคุณสมคิดในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ด้วยการนำโรงเรียนมิตรภาพ 17 หรือโรงเรียนบ้านกลาง ที่มีพื้นที่จำนวน 5 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนเส้น ลี้-เถิน ซึ่งถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามานานกว่า 9 ปี จนเกิดความเสื่อมโทรม สร้างภาระให้แก่ชาวบ้านต้องมาช่วยกันทำความสะอาดทุกวันสำคัญเพื่อมาใช้ประโยชน์แล้วปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นสวนเกษตรกรรม จัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือแปลงส่วนรวม กับแปลงส่วนตัว แล้วเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนที่อยู่ในหมู่บ้านกลางสามารถสมัครเข้ามาปลูกพืชผัก ซึ่งปรากฏว่ามีชาวบ้านสนใจสมั
สำหรับอาชีพเกษตรถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในช่วงอายุประมาณสัก 28-35 ปี เป็นอย่างมาก ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างไปจากอดีต ที่อาชีพเกษตรจะเป็นอาชีพสุดท้ายที่คนจะนึกถึง ขนาดที่ว่าลูกบ้านไหนที่มีพ่อแม่ปูทางงานด้านการเกษตรไว้ให้ก็ไม่เต็มใจอยากจะสานต่อสักเท่าไหร่ กระเสือกกระสนที่จะไปทำงานในเมืองหลวง เหตุผลส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะได้จดจำภาพที่พ่อแม่ทำแล้วลำบาก ทำแล้วมีแต่หนี้ แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันยุคที่ข้าวยากหมากแพง กลับกลายเป็นว่าอาชีพเกษตรกลายเป็นอาชีพที่เนื้อหอม ด้วยการดำรงชีวิตยุคปัจจุบันที่มีความเคร่งเครียดขึ้น แก่งแย่งเพื่อให้ตัวเองได้อยู่รอด หรือหลายคนอยากหลุดพ้นจากงานประจำ อยากมีชีวิตอิสระ เพราะฉะนั้นอาชีพเกษตรกรจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายประจำวันปลูกผักกินเอง รวมถึงในแง่ที่จะได้หนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวง ไปใช้ชีวิตอิสระแบบที่อยากเป็น แต่ก็ยังคงตอบโจทย์ชีวิตที่มั่นคงได้อีกด้วย คุณปรียาภรณ์ กงเพชร หรือ คุณบุ๋ม อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 12 ตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม สาวบ้านนาหน้าใส ผันตัวเป็นเกษตรก
คุณไกรจักร เผ่าพันธ์ ทำสวนผสมผสานอยู่ที่ ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เขาได้ศึกษาและปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน มีการจัดโซนการผลิตภายในสวนให้ลงตัว ทำให้สามารถมีผลผลิตออกขายสู่ตลาดได้หลากหลาย เมื่อพืชผลบางชนิดราคาตกต่ำ ก็ยังมีผลผลิตชนิดอื่นช่วยประคับประครอง ทำให้มีเงินจากการขายผลผลิตพอมีกำไรเป็นเงินเก็บได้ คุณไกรจักร เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเขามีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก จึงทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้เรื่องของการทำเกษตรมาโดยเสมอ เมื่อมีโอกาสได้มาลงมือทำสวนเป็นของเขาเอง ทำให้เกิดแนวความคิดที่อยากทำเป็นสวนผสมผสาน โดยไม่ยึดการทำพืชเชิงเดี่ยวเหมือนครอบครัว มีพืชหลากหลายชนิดจัดสรรลงตัวในแบบที่เขาใฝ่ฝันไว้ “เราโตมากับครอบครัวที่ทำเกษตร ทุกอย่างที่เราเห็นก็เหมือนอยู่ในสายเลือด ซึ่งเราเองก็มีความชอบในเรื่องของการเกษตรอยู่แล้ว พอมีครอบครัว ก็เลยมองไปถึงว่าอยากจะปลูกไม้ผลหลายๆ ชนิด ไว้ให้ลูกได้มีสวนที่ผมทำไว้ จึงได้มาบุกเบินจากพื้นที่นา มาทำสวนไม้ผลแบบผสมผสาน ช่วงแรกๆ คนแถวนี้ก็มองผมว่าบ้ารึเปล่า เพราะพื้นที่รอบๆ นี่ทำนากันหมด มีเราที่มาปลูกไม้ผล แต่พอผลผลิตออก
วันนี้ได้รับการชักชวนจาก “คนหัวใจเกษตร” คนหน้าเดิม ทนายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ทนายความ ผู้รักการทำเกษตร และเป็นอดีต ส.อบจ. สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ไปที่บ้านโนนคนึง หมู่ที่ 8 ตำบลแพด อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร ที่ไม่ยอมนอนอยู่บ้าน ทั้งนี้ โดยบอกว่า แม้เชื้อไวรัส โควิด-19 จะร้ายแรงก็ไม่สามารถมาใก้ลตัวเขาได้ เพราะมีการรักษาป้องกันตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างดี โดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับใครหากไม่จำเป็น โดยเฉพาะคนแปลกหน้าจะไม่มีโอกาสมาหา โดยหลบตัวเองออกไปอยู่ที่ท้องไร่-ท้องนา ทำเกษตรแบบเงินมาหา หรือว่าส่งสินค้าทางมือถือ หรือที่เรียกกันว่า สั่งทาง “ออนไลน์” เป็นเกษตรกรที่ทันสมัย แต่ห่างไกล โควิด-19 รถกระบะ หรือที่เรียกว่า “ปิกอัพ” พาเรามุ่งหน้าออกจากจังหวัดสกลนคร โดยนัดแนะกับ ทนายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ที่ปั๊มน้ำมันมีชื่อแห่งหนึ่ง ที่มีการบริการครบเครื่อง ทั้งเครื่องดื่มและอาหาร นั่งจิบกาแฟรอประมาณ 10 นาที กาแฟยังไม่หมดแก้ว ทนายคนดี คนเก่งที่พึ่งของชาวบ้านด้านกฎหมาย แต่หัวใจเกษตร ก็ขับรถเข้ามา ซดกาแฟหมดหยดสุดท้าย สะพายกล้องและกระเป๋ามาขึ้นรถ โดยมีเพื่อนที่ชอบงานด้านเกษตร 2 คน นั่งอยู่ตอนหลัง
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน ตัดสินใจปลูกพืชแบบผสมผสานไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจแนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียวคือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อปลูกไผ่ตง เพียง 2 ป
ภาพของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาโล่งแจ้ง มีต้นไม้ขึ้นสลับบ้าง ฤดูฝนดูเขียวขจีสวยงาม ก่อนเก็บเกี่ยวข้าวมีสีเหลืองอร่ามของทุ่งรวงทอง ครั้นเข้าสู่หน้าแล้ง อากาศแห้ง แม้แต่น้ำในร่องริมถนนก็เหือดหายไปจนหมด ดูแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นภาพส่วนใหญ่มีผืนดินของอีสานบางแห่ง อุดมสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับภาคตะวันออก ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาว สภาพของดินสีแดงคล้ายดินอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แถบถิ่นนี้จึงปลูกไม้ผลเมืองร้อน จำพวกเงาะ ทุเรียนได้ผลดี งานสวนของที่นี่พัฒนาอย่างช้าๆ มั่นคง มีผลผลิตตอบสนองคนในท้องถิ่นได้อย่างดี โอกาสต่อไปคงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น คุณไพศาล ยงปัญญา เกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (094) 274-9931 เป็นเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำสวนผลไม้มากที่สุดคนหนึ่ง เขาปลูกไม้ผล 4-5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะกอกน้ำ ขนุน มะละกอ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลผลิตเก็บจำหน่ายได้ทั้งปี ชมพู่ทับทิมจันท์ มีปลูก 40 ต้น ชมพู่ทับทิมจันท์ มีถิ่นกำเหนิดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย คุณประเทือง อายุ
เชอรี่หวานออสเตรเลีย หรือ อะเซโรล่าเชอรี่ หลายท่านอาจจะเคยเห็น ผลไม้ทรงกลมป้อม เล็กสีแดงสด เมื่อสุกจัดจะมีสามสีอยู่บนต้น คือ เขียว จะเริ่มสู่สีส้มอมเหลือง พอแก่จัดก็จะเป็นสีแดงสดสวยงาม ประดับอยู่บนต้นทรงพุ่มเตี้ย ที่ดกเต็มต้น ตัดกับสีเขียวเข้มของใบ ดูแล้วสวยงาม ผลไม้ชนิดนี้หลายคนอาจจะส่ายหน้าไม่รู้จัก แต่ถ้าเห็นแล้วก็จะทราบว่าเป็นผลไม้เมืองร้อนทั่วไป พันธุ์พื้นเมืองบ้านเราก็มี ลักษณะเหมือนกัน ต่างกันที่รสชาติ ของไทยเราจะเปรี้ยวจัด ต้องจิ้มพริกเกลือ แต่พันธุ์จากออสเตรเลีย จะหวานอมเปรี้ยวรับประทานผลสดได้เลย มารู้จักที่มาของ อะเซโรล่าเชอรี่ และผลของการวิจัย อะเซโรล่าเชอรี่ (Acerola Cherry) อยู่ในพืชตระกูล Malpighiaceae ที่มีลำต้นเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูงประมาณ 6 เมตร ออกดอกและผลเป็นช่อๆ ลักษณะคล้ายผลเชอรี่ เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 1.25-2.5 เซนติเมตร มีผิวที่บางและช้ำง่ายมาก รสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลไม้ขนาดกลมป้อมนี้ มีวิตามินสูง จึงมีบริษัทอาหารเสริมต่างๆ ใช้เป็นส่วนผสม เพื่อชะลอวัย แต่วันนี้ได้นำพืชชนิดนี้มาเสนอให้ทุกท่านเลือกปลูกเพื่อรับประทานผลสดได้ที่บ้าน โดยการปลูกเป็นพืชที่มีประโยชน์ทั้ง
คุณสุพจน์ โคมณี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 โทรศัพท์ (081) 041-0911 เจ้าตัว สืบทอดการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวจากบิดา มารดา คือปลูกข้าวและทำไร่ข้าวโพดโดยใช้หลักพึ่งพาธรรมชาติ แต่ด้วยฤดูกาลที่ไม่แน่นอน บางปีน้ำหลาก บางปีน้ำแล้ง การเพาะปลูกจึงไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการทำเกษตรผสมผสานของจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเรียนรู้แล้วคุณสุพจน์ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำการเกษตรกรรมจากที่เน้นเรื่องปริมาณผลผลิตเพื่อการค้าขายมาเป็นแบบพึ่งตนเองเพื่อบริโภคในครัวเรือน จากนั้นในปี พ.ศ. 2539 ได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำมาฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก และริเริ่มทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ แบ่งสัดส่วนพื้นที่เป็น 30-30-30-10 หรือนาข้าว 6 ไร่ น้ำ 6 ไร่ ไม้ผล 6 ไร่ ที่อยู่อาศัย พืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ 2 ไร่ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตครอบครัวเริ่มดีขึ้น มีผลผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายได้จนสามารถใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาหมดภายใน 4 ปี เป็ดที่เลี้ยง รูปแบบกิจกรรมทา
