สวนผสมผสาน
การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติจากในอดีตสู่ปัจจุบันสร้างปัญหาอย่างมากต่อภาคเกษตรกรรม เมื่อก่อนเกษตรกรลงมือปลูกอะไรล้วนประสบความสำเร็จทุกอย่าง เพราะน้ำ อากาศ และดินมีความสมบูรณ์เพียงพอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม หากชาวบ้านต้องการปลูกอะไรต้องพิจารณาปัจจัยทุกอย่างให้รอบคอบ จะด่วนใจร้อนลงมือทันทีอย่างเช่นสมัยก่อนคงไม่ได้แล้ว ดังนั้น การคิดจะปลูกพืชเพียงชนิดเดียวที่เรียกว่าพืชเชิงเดี่ยวเพื่อหารายได้คงเสี่ยงเกินไปกับยุคสมัยนี้ ครอบครัว “สตาล” ที่ประกอบด้วย คุณปากิ๊ด สตาล (พ่อ) คุณสุมาลี สตาล (แม่) คุณพัชรี สตาล (ลูก) และ คุณอภินันท์ ไชยเดชกำจร (เขย) พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 2 ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ความจริงครอบครัวนี้ไม่ได้เป็นคนกำแพงเพชร แต่ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานเพื่อยึดอาชีพเกษตรกรรมที่จังหวัดนี้เมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเริ่มต้นปลูกส้มเขียวหวาน และด้วยความเป็นเกษตรกรมืออาชีพจึงมองถึงความเสี่ยงต่อการทำส้มเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จึงนำมะละกอพันธุ์ดำเนินมาปลูกแซม ขณะเดียวกัน ได้นำกล้วยน้ำว้ามาปลูกคู่กับมะละกอจนทำให้มีรายได้ตลอดปีอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งครอบค
ผมติดตามน้องพอลล่ามาได้ 4 ปีแล้วสิ ตั้งแต่ต้นปี 2558 จากสาวน้อยที่หันหลังให้เมืองกรุง เมืองแห่งเสียงสี และความใฝ่ฝันของคนมากมาย ด้วยความรับผิดชอบของคนเป็นลูกกับภารกิจ กลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ที่เริ่มชรา พร้อมภาระพื้นที่ไร่นาและป่า จำนวน 70 ไร่ เวลา 10 ปี ในเมืองกรุงด้วยหลากหลายอาชีพที่ได้ทำ สร้างความกังวลให้เธอไม่น้อย เพราะห่างเหินกลิ่นโคลนกลิ่นฟางมานานแล้ว จะไหวไหมหนอ พอลล่าเอ๋ย? สารพัดโครงการในสมองที่ได้เสพรับผ่านสื่อช่องทางต่างๆ เธอได้ศึกษาและทดลองแบบแสดงเอง เจ็บเอง โน่นก็ดี นี่ก็น่าทำ เขาว่ามะนาวราคาดีก็หันไปปลูกมะนาว และต้องปลูกในวงบ่อด้วยนะ จะได้ตามสมัยนิยม แต่ด้วยความที่ใหม่และขาดความรู้ความเข้าใจ ปัญหาต่างๆ มากมายรุมถาโถม ไม่ว่าจะเป็นโรคแคงเกอร์ หนอนผีเสื้อ ต้องฉีดพ่นยาทั้งป้องกันและกำจัดอย่างมากมาย จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจตายก่อนมะนาวก็ได้ ไหนจะผลผลิตไม่ตรงตามความต้องการตลาดอีก สรุปมะนาว 120 วงบ่อ ทำเอากระเป๋าแบนไปไม่น้อยเลย ยังไม่เข็ด ช่วงที่ไผ่กำลังดัง ก็ขอเกาะขบวนไปกับเขาบ้าง ขอเดินหน้าด้วยไผ่ 120 กอ (อีกแล้วสิ ไม่รู้หรือว่าตัวเลข 120 ไม่ถูกโฉลกกะเธอ หือ พอลล่า) คราวนี้ลองวิชา
การทำการเกษตร หลายคนอยากหลบลี้หนีออกไปทำอาชีพอื่น แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่รักในการทำการเกษตร เพราะตระหนักถึงคุณค่า และความยั่งยืนของการดำรงชีวิต แม้ว่าจะรับจ้างอยู่ในบริษัทที่มั่นคงและมีรายได้ที่น่าพอใจก็ตาม ด้วยความรักและอุปนิสัยที่ใฝ่เรียนรู้ ได้สร้างความมั่นใจ ความก้าวหน้า และความสุขที่ยั่งยืน ได้เปลี่ยนกิจกรรมจากพื้นที่ปลูกข้าว เป็นสวนผลไม้ที่สร้างผลผลิตที่ดีด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการปลูกข้าวอย่างน่าชื่นชม คุณสายันต์ โฉมเชิด อาสาสมัครเกษตร วัย 52 ปี บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านเชี่ยน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทเล่าให้ทราบว่า หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ได้ออกไปหางานทำในกรุงเทพฯ เป็นช่างบริษัทรถบรรทุกยี่ห้อดัง มีรายได้เป็นที่พอใจ แต่เมื่อมองดูความมั่นคงแล้วมองไม่เห็น เพราะตระหนักดีว่าสักวันหนึ่งต้องชราภาพและต้องออกจากงานที่ทำ จึงตัดสินใจกลับสู่บ้านเกิดทำการเกษตรในพื้นที่ของบิดา-มารดา ในพื้นที่ทำนา 28 ไร่ 2 งาน และจะได้ดูแลท่านทั้ง 2 คน รวมถึงคุณอาที่เริ่มชราภาพอีกด้วย แต่เมื่อลงมือทำในช่วงแรกต้องพบกับปัญหา ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ต้องใช้ปุ๋ยเคมี พบปัญหาโรคแมลงศัตรูพืชร
ผมนัดพบกับ พี่สมชาย กลิ่นมะพร้าว เพราะมีเรื่องจะคุยกันหลายเรื่อง ทั้งมะม่วง ฝรั่ง ละมุด สะเดาทะวาย อินทผลัม เมล่อน และการทำสวนเกษตรแบบผสมผสานอื่นๆ ด้วยหน้าที่การงานแผนกการเงินของบริษัทใหญ่ทางด้านอาหาร ทำให้ในแต่ละวันของพี่สมชายถนัดในการแว้นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพเก็บเช็ค รับเงิน ส่งเช็ค เสร็จงานก็เข้าไปออกกำลังกายที่ค่ายมวย เพราะอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ดูแลเพจมวยไทย และยังมีร้านขาย ชา กาแฟโบราณอีก เรียกว่าเก่งสารพัดงานจริงๆ “พี่สมชายครับ ไปไงมาไงจึงมาลงที่คลองแปดครับ” “เป็นที่ของเจ้านาย แกปล่อยไว้นานแล้ว วันหนึ่งนึกขึ้นได้ก็เลยให้พี่มาดูแล” “กี่ไร่ครับพี่” “9 ไร่ เลขสวยไหม ตอนแรกรกมาก แกปลูกปาล์มทิ้งไว้แล้วก็ปล่อยเลย ตอนแรกพี่เข้ามาหาทางเดินไม่ได้เลย รกสุดๆ ตอนนี้เริ่มปรับไปเรื่อยๆ ใช้เวลาช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์มาทำกัน” “ลงอะไรไว้บ้างครับพี่” “เพียบเลยแหละ พี่ขอเจ้านายไว้ ว่าจะเอามาทำแปลงสาธิตให้คนเข้ามาศึกษาดูงาน แบ่งพื้นที่เป็นมะม่วง ฝรั่ง มังคุด สะเดาทะวาย อินทผลัม เมล่อน” “เรียกว่าเน้นผลไม้เลยนะ แล้วสะเดามายังไงพี่” “ของพี่สะเดาทะวาย ออกดอกทั้งปี ปลูกไว้ปีสองปี เก็บดอกส่งขายก็สบายแล้ว ใ
คุณจันทร์ เรืองเรรา อยู่บ้านเลขที่74/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 โทรศัพท์ (089) 910-1254 เดิมเขาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และสับปะรด ลงทุนสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพึ่งพิงราคาจากตลาด บางช่วงสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกมีราคาตกต่ำ ทำให้ขาดทุนต้องกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุนมีหนี้สินกว่า 800,000 บาท จึงทบทวนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา และได้ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่สับปะรด ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบ ปัจจุบัน คุณจันทร์มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง 10 ไร่ และของภรรยา 34 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณจันทร์ ทำเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงและผลิตอาหารปลา ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง และร่วมฟื้นฟูป่าชุมชน คุณจันทร์มีความโดดเด่นเรื่องการปลูกสับปะรด และแปรรูปสับปะรด โดยมีรูปแบบการปลูกดังนี้ วางระบบน้ำในพื้นที่ปลูก วางแผนปลูกสับปะรดทุกเดือน โดยปลูกครั้งละ 1 ไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิตทั้งปี มีการเตรียมดินก่อน
