สวนยางพารา
ทุกวันนี้ “สตรอเบอรี่” กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะเติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน เกษตรกรเจ้าของสวนยางพาราหลายรายนิยมปลูก “สตรอเบอรี่” เป็นพืชเสริมรายได้ในสวนยาง เพราะสตรอเบอรี่ เป็นไม้ผลยอดนิยมในท้องตลาด ขายได้ราคาดี ขายได้ทั้งผลสด ต้นพันธุ์ ฯลฯ เรียกว่า รับทรัพย์ได้เป็นกอบเป็นกำ “คุณแต๋ง” – ประภัสสร สายวรรณ์ และ “คุณเอส” – อำไพร พลไตร สองสามีภรรยาเจ้าของสวนสตรอเบอรี่สุขสมใจ ซึ่งเป็นสวนสตรอเบอรี่แห่งแรกที่ปลูกกลางป่ายางพารา ของจังหวัดบึงกาฬ ยอดขายสตรอเบอรี่เติบโตสูงมาก ทั้งตลาดผลสดและต้นพันธุ์ ยอดสั่งซื้อไม่ได้เฉพาะพื้นที่ภาคอีสานเท่านั้น แต่มาจากทั่วประเทศเลยทีเดียว คุณแต๋ง ช่วยสามีดูแลกิจการสวนยาง เนื้อที่ 100 ไร่ ในพื้นที่อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ มีรายได้จากการทำสวนยาง ประมาณเดือนละ 30,000-40,000 บาท ต่อมาปี 2556 เกิดปัญหาราคายางตกต่ำ เธอจึงมองหาพืชตัวอื่นมาปลูกเสริมรายได้ในสวนยางพาราต้นเล็กอายุ 3 ปี เนื้อที่ 4 ไร่ บังเอิญเธอเคยช่วยแม่ปลูกสตรอเบอรี่ที่จังหวัดหนองบัวลำภูมาก่อน จึงนำไหลสตรอเบอรี่จำนวน 23 ต้น มาปลูกกลางร่องสวนยาง เนื้อที่ 1
คุณพันธ์ ยามดี เกษตรกรเจ้าของสวนยางพารา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โทร. 063-137-2489 ปัจจุบันเขามีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ด้วยการเลี้ยงแพะในสวนยางพาราของตนเองมากกว่า 3 ปี โดยเลี้ยงแพะพันธุ์ลูกผสม ที่สามารถต้านทานโรคได้ดี ใช้เวลาเลี้ยงขุนแพะในสวนยางพาราประมาณ 4 เดือน ก็จับแพะออกขายได้ ในราคา ก.ก. ละ 145 บาท ปัจจุบัน คุณพันธ์ ได้รวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะขุนจำหน่าย ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์พัฒนาเจริญก้าวหน้าบ้านภูทรายทอง” อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โดยมีสมาชิกกลุ่มฯ จำนวน 59 ราย เลี้ยงแพะขุนรวมกันกว่า 280 ตัว มีตลาดหลักอยู่ที่จังหวัดหนองคาย และ สปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงในสวน เพื่อส่งแพะไปขายต่อที่ประเทศเวียดนาม หลายคนอาจคิดว่า “แพะ” เป็นสัตว์เลี้ยงที่เหม็นสาบ สกปรก กินอาหารไม่เลือก แต่ความจริงแล้ว แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมากที่สุด เพราะการเลี้ยงแพะมีจุดเด่นหลายประการ เช่น ให้ผลตอบแทนเร็ว ใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการเลี้ยงโค แพะหากินเก่ง กินพืช ใบไม้ได้หลายชนิด แพะทนทานต่อทุกสภ
วันที่ 4 เมษายน 2560 สถานการณ์น้ำในคลองอู่ตะเภาตอนบน ที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร หลังจากต้องรองรับน้ำที่ไหลระบายมาจากเทือกเขา ที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายตำบลของอำเภอสะเดาเมื่อ 4 วันก่อน ทำให้น้ำในคลองอู่ตะเภาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและทะลักเข้าท่วมสวนยางพาราในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลอง ทั้งในตำบลท่าโพธิ์และตำบลปริก ของอำเภอสะเดา สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างหนัก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่จะสามารถกรีดยางสร้างรายได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงปิดกรีดประจำปี เมื่อมีฝนตกรวมถึงน้ำท่วมสวนยางพารา ทำให้ชาวสวนยางไม่สามารถกรีดยางได้ โดยสภาพอากาศในพื้นที่นั้นยังคงมีเมฆฝนปกคลุม มีฝนตกโปรยปรายเป็นระยะทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนต่อเนื่อง ในเรื่องฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 4-6 เมษายนนี้ บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพ
วันที่ 30 มกราคม 2560 นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งรัดให้ผู้บริหารระดับจังหวัดดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เข้าทำลายสวนยางพารา อายุ 10-15 ปี พื้นที่ 424 ไร่ 70 ตารางวา ภายในเขตป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติเขาไชยราช-คลองกรูด ที่หมู่ 11 บ้านห้วยพลู ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน หลังจากได้เบาะแสว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวเข้าไปปลูกสร้างที่พักและกรีดยางในพื้นที่ช่วงที่ยางพารามีราคาสูงขึ้น หลังมีการตรวจยึดตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 จากนั้นมีคำสั่งนายอำเภอบางสะพาน ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติที่ 119/2559 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ สั่งให้ทำการรื้อถอนพืชอาสินออกทั้งหมด ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกำหนดเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้รื้อถอน และผู้กระทำความผิดจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผกก.สภ.บางสะพาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนว่
