สหกรณ์
สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขนาดใหญ่รุมค้านเกณฑ์กำกับดูแลฉบับใหม่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ “พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ” พร้อมรับไปหารือคลัง และ ธปท. ลดเกณฑ์อีกรอบ รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่องเกณฑ์กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนของกรมส่งเสริมสหกรณ์จากตัวแทนสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภท ที่มีสินทรัพย์รวมมากกว่า 5,000 ล้านบาท กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ ไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ตัวแทนสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทคัดค้านคือ เรื่องอัตราส่วนหนี้สินต่อหุ้นบวกทุนสำรองไม่เกิน 2 เท่า และระยะสุดท้าย 1.5 เท่า เรื่องอัตราเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วของสมาชิกไม่เกิน 6% ต่อปี และจ่ายปันผลไม่เกิน 80% ของกำไรสุทธิ ประเด็นสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไม่เกิน 10% ของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองและการลงทุนได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่มีเรตติ้งระดับ AA ซึ่งในตลาดมีอยู่น้อยมาก ทางกรมพร้อมจะนำกลับไปหารือกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป ในเรื่องของอัตราส่วนหนี้สินต่อหุ้นบวก ทุนสำรองไ
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมตั้งโต๊ะถก พ.ร.บ.กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน พร้อมสมาชิกสหกรณ์ 200 แห่ง ร่วมกับที่ปรึกษาองค์กรอิสระให้คำแนะนำตามมติ ครม. ก่อนคลอดเกณฑ์ 1 มิ.ย. นี้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 18 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นสมาชิกสหกรณ์ 200 แห่ง เกี่ยวกับ “ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ว่าด้วยการกำกับดูแลกิจการทางการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน” ก่อนมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2560 เพื่อยกระดับการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ให้มีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงและป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของสหกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้หารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนในระยะเร่งด่วน โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภทไม่เกิน ร้อยละ 3.5 ต่อปี กำหนดอัตราเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วของสมาชิก ไม่เกิน ร้อยละ 6 ต่อปี และจ่ายเงินปันผลไม่เกิน ร้อยละ 80 ของกำไรสุ
นายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2560 เพื่อพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้สหกรณ์ต่างๆ ใช้เป็นทุนหมุนเวียนทางธุรกิจเพื่อบริการสมาชิก โดยมีนายอนันต์ มหัจฉริยพันธุ์ สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสุรนารี สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา นายอนันต์ มหัจฉริยพันธุ์ สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เพื่อให้สหกรณ์มีทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมถึงการสนับสนุนแหล่งทุนในการดำเนินธุรกิจให้กับสหกรณ์ ที่ประชุมจึงได้พิจารณาและอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ รวมทั้งสิ้น 20,320,000 บาท โดยแบ่งเป็น โครงการพิเศษ จำนวน 3 สหกรณ์ จำนวน 6,750,000 บาท ประกอบด้วย 1. สหกรณ์การเกษตรประชาพัฒนา จำกัด จำนวน 450,000 บาท เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืม ตามโครงการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสหกรณ์ 2. สหกรณ์บริการเทศบาลตำบลหินดาด จำกัด จำนวน 300,000 บาท เพื่อให้สมาชิกกู้ยืมประก
กรมส่งเสริมสหกรณ์ปรับระบบจัดเก็บฐานข้อมูลสหกรณ์ เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาต่อยอดธุรกิจสหกรณ์และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของภาครัฐ กรมส่งเสริมสหกรณ์ปรับระบบจัดเก็บฐานข้อมูลสหกรณ์ เจาะลึกให้เข้าถึงตัวสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้ทราบถึงการประกอบอาชีพและหนี้สินของแต่ละราย พร้อมเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ให้เป็นฐานข้อมูลอันเดียวกัน เบื้องต้นจะเน้นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อใช้สำหรับวางแผนการแนะนำพัฒนาอาชีพและให้ความช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ปรับระบบการจัดเก็บฐานข้อมูลสหกรณ์ให้เข้าถึงสมาชิกเป็นรายบุคคล โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองแผนงาน กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร กองสหกรณ์ด้านการเงินและร้านค้า และสำนักนายทะเบียนและกฎหมาย ร่วมกันพิจารณาวางแนวทางในการจัดทำระบบฐานข้อมูลของสหกรณ์ว่าควรจะมีการจัดเก็บในเรื่องใดบ้าง ที่เป็นข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้วางแผนพัฒนาสหกรณ์ได้ตรงกับศักยภาพของแต่ละสหกรณ์ จะวางระบบการจัดเก็บข้อมูลสหกรณ์ทั่วประเ
กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดตัวศูนย์ใหม่ “ศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ทางการเงินสหกรณ์” เพื่อช่วยวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ทางการเงินสหกรณ์ พร้อมทั้งเป็นเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยง มีระบบช่วยเตือนภัยและสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินสหกรณ์ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดตั้งศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ทางการเงินสหกรณ์ เพื่อดำเนินงานด้านการเงินสหกรณ์ โดยวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ทางการเงินสหกรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และศึกษาวิจัยเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการ และกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อีกทั้งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง ภายใต้ระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โดยศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ทางการเงินนี้ จะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินสหกรณ์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเกิดผลสำเร็จเป็นรู
นายธนิต จันทร์ประทีป ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในการประสานความร่วมมือป้องกันการฟอกเงินผ่านกิจกรรมสหกรณ์ เพื่อป้องกันมิให้ผู้กระทำผิดใช้สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่สหกรณ์จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งในปัจจุบันจากการเข้าไปตรวจการสหกรณ์ของคณะตรวจการสหกรณ์ พบว่า สหกรณ์ยังไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้สหกรณ์ทราบและถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย นายธนิต กล่าวอีกว่า ทางสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน” ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีผู้แทนสหกรณ์และบุคลากรของสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร
ราคาข้าวที่ตกต่ำ มีต้นทุนการผลิตสูง หรือการเป็นหนี้ ล้วนเป็นปัญหาเรื้อรังของชาวนาไทย ทั้งๆที่เคยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก ชาวนาซึ่งเป็นประชากรหลักของประเทศยังคงมีฐานะยากจนอยู่เมื่อเทียบกับชาวนาญี่ปุ่น ที่แม้จะมีพื้นที่ทำนาน้อยกว่าแต่กลับมีฐานะความเป็นอยู่ดีกว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรญี่ปุ่นมีความเป็นอยู่ที่ดี เกิดจากมีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็งและมีการใช้นวัตกรรมในระบบการผลิต ปัจจุบันหลายภาคส่วนของไทย ได้พยายามเสนอแนวทางแก้ปัญหาข้าวราคาตกต่ำโดยการรับซื้อขายข้าวทางออนไลน์ การระดมทุน การเปิดจุดบริการรับซื้อข้าวจากชาวนา เป็นต้น วิธีการเหล่านี้แม้จะแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทย แต่ยังคงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ยั่งยืน ดังนั้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน การรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของชาวนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบสหกรณ์ที่มีการบริหารการเงินที่เหมาะสม มีการสร้างโรงสีชุมชน มีการจัดสรรเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ใช้ในชุมชน มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี เช่น การปลูกแบบเปียกสลับแห้ง การทำเกษตรอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยสั่งตัด และนวัตกรรมเพื่
วันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนันต์ มหัจฉริยพันธุ์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เพื่อติดตามผลการรวบรวมรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกของสหกรณ์ เพื่อหารือแนวทางการเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือชาวนาจังหวัดพิษณุโลก และโครงการตลาดนัดข้าวเปลือกปีการผลิต 2559/60 ณ สหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด (สาขาที่ 1) หมู่ที่ 4 ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นายอนันต์ กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพสูงในการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือกจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป โดยสหกรณ์มีแผนการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือก ปีการผลิต 2559/60 (1 เมษายน 2559- 31 มีนาคม 2560 ) จำนวน 10,000 ตัน มีปริมาณการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือก เดือนพฤศจิกายน 2559 จำนวน 199.97 ตัน ซึ่งที่ผ่านมา สหกรณ์มีนโยบายด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกปลูกข้าวคุณภาพและรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม เพื่อสร้างกลไกตลาดรับซื้อข้าวเปลือกให้กับเกษตรกรสมาชิก ให้ได้รับความเป็นธรรมไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งในขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ได้มีเกษตรกรทย
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรัง ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดตรัง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด สหกรณ์การเกษตรปะเหลียน จำกัด สหกรณ์การเกษตรเมืองตรัง จำกัด ,สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด ได้เชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวในพื้นที่ภาคอีสาน มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมดำเนินการได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ สหกรณ์การเกษตร พิมาย จำกัด สหกรณ์การเกษตรโนนสูง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สหกรณ์การเกษตรโพนทราย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อนำข้าวสารของเกษตรกรสมาชิกมาวางจำหน่ายที่สหกรณ์ และสถานีบริการน้ำมันของสหกรณ์ในราคาทุน ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุง 5 กิโลกรัม และยังเป็นการกระจายสินค้าและนำข้าวสารที่มีคุณภาพจากเกษตรสมาชิกสหกรณ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการบริโภคข้าวคุณภาพของสหกรณ์และช่วยระบายข้าวสารสู่ตลาด เพื่อเร่งซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรสมาชิก ซึ่งจะช่วยให้ราคาข้าวเปลือกขยับตัวสูงขึ้น โดยในปีที่ผ่านสหกรณ์ในจังหวัดตรัง สามารถจำหน่ายข้าวสารได้กว่า 58.76 ล้านบาท ด้านนางโสรนาถ อยู่อำไพ ผู้จัดการสหกรณ์ก
รัฐบาลผลักดันระบบสหกรณ์เข้มแข็ง แก้ปัญหาเกษตรยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงอีคอมเมิร์ซขายสินค้าสหกรณ์ทั่วโลก ควบคู่เปิดหน้าร้านกระจายสินค้าทั่วประเทศ หวังเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายชาวนาชาวไร่วิสาหกิจชุมชน พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ และวิสาหกิจชุมชน รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน จากที่แต่ละคนไม่สามารถแก้ปัญหาตามลำพังได้ไปสู่การดำเนินวิสาหกิจที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีเงินทุนหมุนเวียน มีอำนาจต่อรองในการซื้อขายสินค้า และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ “ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 107 แห่งทั่วประเทศ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ที่ส่งสินค้าไปขายยังศูนย์ดังกล่าว โดยตั้งแต่เริ่มจัดตั้งเดือน ต.ค.58 – พ.ค.59 เพียง 6 เดือน มียอดจำหน่ายรวมกว่า 6,300 ล้านบาท” พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังได้ต่อยอดการซื้อขายสินค้าของสหกรณ์ด้วยการเชื่อมโยงกับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิ
