สหกรณ์
รัฐลุยตั้ง “ธนาคารสหกรณ์” ให้ สศค.เป็นแกนนำศึกษาใน ก.ย.นี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมหนุน ลุ้น “ประจิน” แก้ปมขัดแย้ง ขณะที่แผนคุมเข้มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน-ออมทรัพย์อุดรูรั่ว 5 แสนล้านบาทไม่ลงตัว ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าในการจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ ล่าสุด ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดตั้งสหกรณ์ ซึ่งเข้ามาศึกษาแนวทางและรูปแบบในการจัดตั้ง เมื่อ 31 ส.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เป็นแกนนำไปศึกษาว่า ธนาคารสหกรณ์จะมีรูปแบบใดเหมาะสม โดยมีตัวแทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมพิจารณา สิ้นเดือน ก.ย.นี้ ต้องได้รูปแบบ เพื่อนำมาทำประชาพิจารณ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จากนั้นเดือน พ.ย. ต้องได้รูปแบบธนาคารสหกรณ์ เสนอกระทรวงการคลัง เนื่องจากคลังจะเป็นผู้พิจารณาและเสนอเรื่องการจัดตั้งธนาคารต่อไป เกษตรฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักว่า ยังมีเกษตรกรชาวไทยที่ยากจนอยู่จำนวนมาก เนื่องจากยังขาดเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพและมีพื้นที่ทำประโยชน์จำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อแรงงานและผลตอบแทนเพื่อการดำรงชีพภายในครอบครัว ประกอบกับประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรดังกล่าวจึงได้เข้าหักร้างถางป่าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี อันทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศชาติอย่างใหญ่หลว ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะอำเภอชะอำ อำเภอหัวหิน และอำเภอท่ายาง พระองค์สนพระราชหฤทัยในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกะพง ซึ่งอยู่ในคำแนะนำ ส่งเสริมของศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทรงเห็นว่าการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรให้มีที่ทำกินและประกอบอาชีพเป็นที่น่าพอพระราชหฤทัย ประกอบกับราษฎรในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ขาดที่ทำกิน ทูลขอพระราชทานที่ทำกิน พระองค์สนพระราชหฤทัยบริเวณห
วันที่ 25 กรกฎาคม นายสมิง อ้อยหวาน ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลาบ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ฯได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2553 ปัจจุบันมีสมาชิก 140 ราย มีเงินหมุนเวียนในสกรณ์ฯ กว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากราชการเห็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่ได้ผลผลิตน่าพอใจ และเกิดการกระจายรายได้ทั้งในชุมชนอย่างเต็มที่ ทำให้ราชการโดยเฉพาะทางสหกรณ์จังหวัดพะเยา ให้การสนับสนุนทั้งความรู้และงบประมาณ กระบวนการบริหารสหกรณ์ฯ ได้จัดวางอย่างเป็นระบบ ดอกผลเกิดกับสมาชิกอย่างแท้จริง ปลานิลที่เลี้ยงส่งขายในจังหวัดพะเยาและต่างจังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งเกรด 1-2 ราคา กก.ละ 49-59 บาท ปธ.สหกรณ์ฯ กล่าวต่อว่า สมาชิกแต่ละรายจะเลี้ยงตั้งแต่ 1-2 บ่อขึ้นไป วิธีการเลี้ยงเน้นธรรมชาติและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยทางหน่วยงานเกษตรจะเข้ามาแนะนำเรื่องระบบที่มีมาตรฐานของ GAP จะได้ปลาตัวใหญ่ เนื้อแน่น น้ำหนักดี ที่สำคัญปลอดภัยไร้สารพิษ เพราะเลี้ยงในบ่อธรรมชาติ น้ำในบ่อปลาเมื่อถึงฤดูทำนาก็ปล่อยเข้าท้องนา ทำให้ข้าวได้รับธาตุอาหารอย่างดี มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน
