สัตว์น้ำ
สาหร่าย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า algae และภาษากรีกว่า phykos หมายถึง สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ เป็นพืชชั้นต่ำที่มีขนาดตั้งแต่เล็กมากมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนถึงขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ยุวดี, 2549) ส่วนใหญ่จะมีคลอโรฟิลล์ช่วยในการสังเคราะห์แสง เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาประมาณ 4,500 ล้านปีมาแล้ว ดำรงชีวิตด้วยการสร้างอาหารเช่นเดียวกับพืชชั้นสูงทั่วไป สาหร่าย เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายกลุ่ม พบแพร่กระจายทั่วไปตามธรรมชาติ สามารถมีชีวิตได้ทั้งในแหล่งน้ำจืด ซึ่งอาศัยอยู่ได้ทั้งในแหล่งน้ำนิ่ง และแหล่งน้ำไหล น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ซึ่งเป็นสาหร่ายที่สามารถเจริญเติบโตได้ในทะเลและมหาสมุทร นอกจากนี้ ยังสามารถพบสาหร่ายได้ทุกหนทุกแห่งที่มีความชื้น เช่น ในดิน หิมะ หรือในน้ำพุร้อน สำหรับ สาหร่ายทะเล (seaweeds, marine algae) เป็นพืชชั้นต่ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล (grass of the sea) สามารถขึ้นได้ในแหล่งน้ำกร่อย หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศวิทยา (ecosystem) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในฐานะผู้ผลิตหรือผู้สร้างอาหาร เป็นหน่วยแรกของห่วงโซ่อาหาร จัดเป็นทร
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของไทย แบบรักษ์โลก และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยการใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ งดใช้กระทงที่ทำจากขนมปังทุกรูปแบบ ลดปัญหาแหล่งน้ำเน่าเสีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ กรมประมงโดย นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมทรงคุณค่าของไทยมาอย่างยาวนาน โดยในปัจจุบันนอกจากเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีแล้ว ยังต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรักษาแหล่งน้ำ โดยที่ผ่านมามีการใช้กระทงหลากหลายประเภท ทั้งกระทงจากวัสดุธรรมชาติ และกระทงขนมปัง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเชื่อว่ากระทงขนมปังจะเป็นอาหารที่สัตว์น้ำกินได้ อย่างไรก็ตาม กระทงขนมปังนั้นมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ เนื่องจากแป้งและน้ำตาลที่ละลายในน้ำสามารถเร่งกระบวนการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรีย ทำให้น้ำขาดออกซิเจน ส่งผลให้เกิดภาวะแหล่งน้ำเน่าเสียได้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีลอยกระทงของไทยอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 นี้ กรมประมงจึงขอเชิญชวนพี่น้องประช
“ปลาหมอ” เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้าน ที่ชาวไทยนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในทุกระดับสังคมและทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ อีกทั้งยังเป็นปลาที่มีความทนทานสูง เพราะมีอวัยวะพิเศษที่ช่วยในการหายใจ จึงสามารถอาศัยอยู่ได้ในบริเวณที่มีน้ำน้อย หรือพื้นที่ชุ่มชื้นเป็นเวลานานๆ จึงง่ายต่อการขนส่งในระยะไกลๆ และจำหน่ายในรูปปลาสดมีชีวิตได้ ทั้งในตลาดภายในและต่างประเทศ ในอดีตที่ผ่านมา ผลผลิตปลาหมอจัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลผลิตสัตว์น้ำจืดของประเทศ ซึ่งผลผลิตปลาหมอรองลงมาจากปลาช่อน ปลาดุก และปลาสวาย แต่ปัจจุบันผลผลิตปลาหมอเริ่มลดลง จากข้อมูลของกรมประมง เมื่อปี 2551 มีผลผลิตปลาหมอทั้งประเทศเพียง 12,900 ตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่า 535.6 ล้านบาท โดยบริโภคในรูปปลาสด 69.92 เปอร์เซ็นต์ ปลาร้า 22.86 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 7.22 เปอร์เซ็นต์ ทำเป็นปลาเค็มตากแห้ง รมควัน และอื่นๆ ที่สำคัญคือ ปลาหมอในปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่าในอดีตมาก ปัจจุบัน มีผู้สนใจเลี้ยงปลาหมอกันเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถเลี้ยงและเจริญเติบโตในอัตราความหนาแน่นสูง ทนทานต่อสภาวะที่คุณสมบัติของดินและน้ำที่แปรปรวน ซึ่งนิยมเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ ทั้งบ่อดิน บ่อ
“สัตว์น้ำ” โดยเฉพาะปลาเป็นอาหารที่คนนิยมบริโภค เนื่องจากหาได้ง่าย ราคาไม่แพง อีกทั้งเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีไขมันที่สามารถลดปริมาณไตรกรีเซอไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้ ด้วยภูมิปัญญาของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนิยมเก็บรักษาปลาเพื่อบริโภคในหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมมากคือ การเก็บรักษาในรูปแบบหมักดอง ได้แก่ ปลาร้า และปลาส้ม ดร. จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบัน ปลาร้า ได้ขยายมูลค่าจากธุรกิจในระดับครัวเรือนหรือธุรกิจขนาดเล็กเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ปลาร้านอกจากจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้าโอท็อป (OTOP) ยังมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงในการแปรรูปอาหารก็คือ การยกระดับมาตรฐานการผลิตและการควบคุมกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งการเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อการจำหน่าย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางกรมประมงได้มีนโยบายให้ทีมนักวิจัยกรมประมงคิดค้นผลงานวิชาการใหม่ๆ รวมถึงใ
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดสายห่วงโซ่การผลิต เข้าพบ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อความยั่งยืนของประเทศ ร่วมด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รักษาราชการอธิบดีกรมประมง และ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเอกพจน์ ยอดพินิจ เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เล็งเห็นความสำคัญของสินค้ากุ้ง รับปาก ยืนยันช่วยผลักดันเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 400,000 ตันภายใน 2 ปี สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญพร้อมทวงคืน 500,000 ล้านบาท ที่เสียหาย/เสียโอกาสไปอันเนื่องจากการระบาดของโรค พลิกฟื้นอุตกุ้งฯ ให้กลับมาเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยที่ผ่านมา ปี 2553 เคยผลิตได้สูงสุดถึง 640,000 ตัน เป็นผู้น
เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง จัดโครงการ “คืน คง เพิ่ม เติมสัตว์น้ำบริเวณแหล่งก่อเกิดทรัพยากรประมง” ประเดิมปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเล จำนวนกว่า 3 แสนตัว เร่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศป่าชายเลน เพื่อคงความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ พร้อมเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกรชาวประมงในพื้นที่ โดยในโอกาสนี้ นายสืบยศ ใบแย้ม คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดกิจกรรมและปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเล นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปูทะเล” นับเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยรสชาติที่ดีและยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงทำให้ความต้องการปูทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าปริมาณปูทะเลในธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงไป และการทำการประมงที่เกินกำลังการผลิต จึงจำเป็นที่จะต้อง
“เมื่อก่อนพื้นที่แถวนี้ เรียกว่า ดอนหอยแครง แต่ในช่วงหลายสิบปีมานี้ หอยแครงหาได้น้อยมาก เรือดุน เรืออวน ต้องออกจากฝั่งไปไกลๆ เพื่อจับกุ้ง หอย ปู ปลา ถึงจะจับได้ แต่หลังปี 2561 เมื่อป่าชายเลนได้รับการฟื้นฟู มีต้นไม้เพิ่มขึ้น ป่ากลับมาสมบูรณ์ เห็นได้ชัดเจนว่าสัตว์หลายชนิดที่เคยหายไปก็กลับมา เช่น หอยแครง ปลากระบอก แมงดาจาน ทำให้สามารถจับสัตว์น้ำได้ใกล้ๆ แนวป่าใหม่ โดยไม่ต้องออกไปไกลเหมือนที่ผ่านมา” คำบอกเล่าจาก “น้าเหลิม” หรือ เฉลิมศักดิ์ ชินชำนาญ ชาวตำบลบางหญ้าแพรก ที่ยึดอาชีพประมงชายฝั่ง เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพป่าชายเลนในพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจากที่มีโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าฯ เข้ามาดูแลและส่งเสริมให้ชุมชนเห็นความสำคัญของการรักษาป่าให้คงอยู่ ผลที่เกิดขึ้น คือ จำนวนต้นไม้ที่เพิ่มขึ้น สัตว์น้ำต่างๆ กลับเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นด้วย ก่อนปี 2557 ผืนป่าชายเลน ต.บางหญ้าแพรก เป็นบริเวณที่ต้นไม้เติบโตได้ยาก อัตราการรอดของต้นไม้มีน้อย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่อ่าวตัว ก. ที่มีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งสูง มีปัญหาขยะที่ลอยมาติดชายฝั่ง เป็นอุปสรรคต่อการเติบโ
ปกติ ปลากัด เป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยอยู่แล้ว แต่ด้วยสีสันที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนกันในแต่ละตัว ทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาที่ได้รับความนิยม นำขึ้นมาเลี้ยงตู้ โหล ขวด แล้วแต่ภาชนะที่ผู้เลี้ยงสะดวก และเป็นที่เข้าใจกันว่า ปลากัด เลี้ยงง่าย ตายยาก แต่ผู้เลี้ยงหลายรายประสบปัญหาเดียวกัน คือ ซื้อมาแล้วเลี้ยงไม่นานก็ตาย คุณมนตรี สายศรี หรือคุณตั้ม หนุ่มวัยทำงาน ผู้ศึกษาการเพาะเลี้ยงปลากัดด้วยตนเอง กระทั่งก่อตั้งฟาร์มเล็กๆ เป็นที่ค้าปลีกและค้าส่งปลากัดที่รู้จักกันดีของจังหวัดอ่างทอง และเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งคุณมนตรีเองบอกว่า รายได้มากเทียบเท่ารายได้หลักทีเดียว “ผมทำงานประจำอยู่ครับ เพาะเลี้ยงปลากัดขายนี่เป็นอาชีพเสริม แต่รายได้เกือบเท่ารายได้หลักของผมเลยทีเดียว ด้วยความชอบเลี้ยงปลาตั้งแต่เด็ก และเลือกปลากัด เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย เป็นปลาที่เจริญเติบโตจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ฉะนั้นการเลี้ยงปลาให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ก็จะทำให้ปลากัดไม่ตายง่ายเหมือนที่หลายคนประสบปัญหา” เริ่มต้นเลี้ยงปลากัด เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา คุณมนตรี อาศัยความชอบในการเลี้ยงปลา เลื
เมื่ออดีตที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบทางสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาน้ำจืดขาดแคลน น้ำเค็ม น้ำเสีย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรรม ในหลายพื้นที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ ถึงปลูกได้ก็ให้ผลผลิตน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนของพระองค์ จึงมีพระราชดำริจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเน้นแก้ปัญหาน้ำ พื้นที่ทำการเกษตร พัฒนาสิ่งแวดล้อม คมนาคม การสื่อสาร สวัสดิการ และส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกินให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์สร้างอาชีพใหม่ที่ก่อให้เกิดเป็นรายได้ให้กับครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นมากมาย และหนึ่งในอาชีพที่เกิดขึ้นในชุมชน คือ การต่อยอดน้ำวัตถุดิบที่ในชุมชนมาแปรรูปเป็นสินค้าจำหน่ายสร้างรายได้เสริม ในพื้นที่บ้านท่าเตียน ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร มีหลากหลายอาชีพที่เกิดขึ้นมาหลังจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพร
หนึ่งในปลาน้ำจืดรูปร่างแปลกประหลาดที่ผมชื่นชอบมานานนับสิบปี มันเป็นปลานักล่าขนาดเล็ก โตเต็มที่มีความยาวเพียง 12 ซ.ม. โครงสร้างของมันราวกับจะรวมเอาจุดเด่นของปลาและสัตว์อื่นๆ มารวมเข้าไว้ในร่างเดียว กล่าวคือ มีลำตัวแบนข้างมาก ส่วนหัวใหญ่ ปากกว้างเฉียงลงอย่างปลาอะโรวาน่า ครีบอกแผ่กางขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับลำตัวเหมือนปีกผีเสื้อ มีลวดลายเทาน้ำตาลสลับจุดดำเหมือนสัตว์เลื้อยคลานนักพรางตัว มีเส้นครีบทั้งครีบท้องครีบทวารและครีบหางเป็นริ้วยาวเหมือนปลาสิงโตในทะเล ในยามปรกติมันจะลอยตัวนิ่งใต้ผิวน้ำท่ามกลางกอพืช แต่ในทันทีที่มันต้องการจะเคลื่อนไหวมันก็อาจกระโจนเผ่นผิวขึ้นเหนือน้ำได้ในพริบตาราวกับจะโบยบิน นักมีนวิทยาศึกษาพฤติกรรมแปลกประหลาดของปลาชนิดนี้อย่างสนใจ และตั้งชื่อพวกมันเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pantodon buchholzi ฉายานามว่า African Butterflyfish หรือ “ปลาผีเสื้อแอฟริกัน” ปลาผีเสื้อแอฟริกัน แน่นอนว่าต้องมีแหล่งอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา ที่ที่มันชอบอยู่จะเป็นลำธารหรือหนองน้ำที่นิ่งสงบ ไหลเอื่อย มีพืชน้ำชูก้านใบหรือลอยระเป็นกลุ่มเป็นแพ ในธรรมชาติอันวิเวกวังเวง พวกมันแฝงตัวกลมกลืนกับกอพืชน้ำโดยลอยตั
