สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
กองทุนฟื้นฟูฯ เร่งพิจารณาโครงการฟื้นฟูอาชีพที่องค์กรเกษตรกรยื่นย้ำโครงการดี อนุมัติไว ผ่านแล้วกว่า 200 โครงการ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 5.6 ล้านคน นับเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรกำลังเร่งดำเนินการตามเจตนารมณ์ของ กฟก. ที่ต้องการเปิดโอกาสให้เกษตรกรสมาชิกที่ได้รับการจัดการหนี้แล้ว ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้วยการรวมกลุ่มไม่น้อยกว่าจำนวน 50 คน ขึ้นทะเบียนกับกฟก.ในนามองค์กรเกษตรกร และจัดทำแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพที่มีกิจกรรมด้านการเกษตร เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย “ในส่วนของผลการพิจารณาเพื่ออนุมัติแผนงานและโครงการฟื้นฟูที่องค์กรเกษตรกรได้เสนอยื่นของปีงบประมาณ 2564 จนถึงขณะนี้ ได้มีการอนุมัติไปแล้วกว่า 200 โครงการ แต่ละโครงการได้รับงบประมาณสนับสนุนประมาณ 400,000-500,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนของการโอนเงินสนับสนุนให้กับองค์กรเกษตรกรที่ได้รับการอนุมัติ” นางรัชฎาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันน
สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ลุ้นทางรอด รักษาที่ดินผืนสุดท้าย กฟก. เจรจา ธ.ก.ส. ขอชะลอดำเนินคดีทุกกรณี บรรเทาความเดือดร้อนให้สมาชิกและรักษาที่ดินทำกิน วันที่ 15 มีนาคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดย นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร นายธนสรรค์ สีสม หัวหน้าส่วนจัดการหนี้ฯ 1 พร้อมด้วย นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) และตัวแทนกลุ่ม ร่วมเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้ให้เกษตรกรสมาชิก กฟก. กับผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมี นายกิตติภพ อรรถพร ผู้อำนวยการฝ่ายกฏหมาย พร้อมคณะผู้บริหาร ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 กระทรวงการคลัง ในประเด็นที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. และได้รับผลกระทบจากการถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยทางกลุ่ม สกท. ได้ยื่นข้อเสนอให้ ธ.ก.ส. ชะลอการดำเนินการทางคดีกับสมาชิก กฟก. ในทุกกรณี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 เพื่อให้ กฟก. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้สมาชิกและรักษาที่ดินทำกินอันเป็นทรัพย์สมบัติของเกษตรกรตา
กฟก. เตรียมอนุมัติแผนและโครงการฟื้นฟูฯ 1,600 โครงการ งบกว่า 9 พัน ลบ. สร้างฐานความเข้มแข็งให้เกษตรกรสมาชิก สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดย นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ (กฟก.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในการประชุมครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ซึ่งมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการใช้จ่ายเงินด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดย กฟก. มีแผนงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้การสนับสนุนองค์กรเกษตรกรไปฟื้นฟูอาชีพให้กับสมาชิกองค์กรเกษตรกร จำนวน 3 กลุ่ม คือ 1. การฟื้นฟูปกติ 2. การฟื้นฟูหลังการจัดการหนี้ และ 3. การฟื้นฟูก่อนกระบวนการจัดการหนี้ โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้รายงานข้อมูลว่า มีองค์กรเกษตรกรสมาชิกได้ยื่นเสนอแผนและโครงการที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดทั่วประเทศ กว่า 1,600 โครงการ งบประมาณจำนวน 9,229 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในไตรมาสที่ 2 ของป
บอร์ด กฟก. เห็นชอบให้ กฟก. เสนอ ครม. ขอใช้งบกลาง 10,000 ลบ. กำชับบอร์ดบริหารฯ – บอร์ดหนี้ กฟก. ผนึกกำลังเร่งซื้อหนี้-ฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรโดยเร็ว คณะกรรมการกองทุนฯ มีมติเห็นชอบให้ กฟก. เสนอ ครม. ขอใช้งบกลางเพื่อซื้อหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร 10,000 ล้านบาท โดยมอบนโยบายให้คณะกรรมการบริหารฯ และคณะกรรมการจัดการหนี้ฯ เร่งรัดแก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคการทำงานเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ เห็นชอบเพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับเกษตรกรสมาชิก สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดย นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ กฟก. เปิดเผยว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารฯ และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานที่ติดขัดหลายๆ ด้าน เช่น การแก้ไขระเบียบต่างๆ ให้เป็นปัจจุบัน และนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 4/2563 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ซึ่งมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ประชุมคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบนโยบายและระเบียบต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้ 1.
นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ตามที่องค์กรเกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ในมาตรา 31 องค์กรเกษตรกรมีสิทธิขอรับการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยให้ทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรยื่นต่อสำนักงานหรือสำนักงานสาขาจังหวัดที่เป็นที่ตั้งขององค์กรเกษตรกร และมาตรา 37/9 เกษตรกรที่ได้รับการจัดการหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ โดยในปีงบประมาณ 2563 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 มีองค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ยื่นเสนอแผนหรือโครงการแล้ว จำนวน 1,538 องค์กร งบประมาณรวม 8,033,522,789 บาท โดยเฉพาะในวันที่ 24-25 ธันวาคม 2563 ได้มีองค์กรเกษตรกรยื่นเสนอแผนหรือโครงการตามระเบียบใหม่ ที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีมติเห็นชอบระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วย การพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การติดตามและประเ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานบอร์ด กฟก. มอบโฉนดที่ดินทำกินให้เกษตรกรสมาชิกภายหลังที่ชำระหนี้คืนครบสัญญา ในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด 192 ราย 307 แปลง เนื้อที่รวม 2,187 ไร่ 6.1 ตารางวา มอบเช็คเพื่อชำระหนี้ 3 สหกรณ์ ลูกหนี้ 5 ราย มูลหนี้รวม 4,620,934.29 บาท นายจุรินทร์. กล่าวว่า ยินดีกับเกษตรกรที่ได้โฉนดคืนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ภายหลังจากการเป็นหนี้และถูกยึดที่ดินทำกินเพื่อนับหนึ่งใหม่ให้กับชีวิต ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจังหวัดครบทุกจังหวัดแล้ว เพื่อผลักดันงานในพื้นที่ ซึ่งคณะอนุกรรมการจังหวัดมีภารกิจสำคัญ 2 เรื่อง 1.แก้หนี้ให้กับสมาชิกกองทุนที่มาขึ้นทะเบียน 2.มีหน้าที่ฟื้นฟูอาชีพให้สามารถทำการเกษตรและประกอบอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการเกษตรให้มีความยั่งยืนต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ คือ เมื่อได้ที่ดินคืนมาแล้วจะต้องไม่เป็นหนี้อีกและจะต้องทำแผนฟื้นฟูควบคู่กันไป เพื่อให้สามารถยังชีพ ของตนเองและครอบครัว และมีเงินมาชำระหนี้คืนกองทุนฟื้นฟูได้ ขณะนี้กองทุนมีงบประมาณเตรียมไว้สำหรับให้ฟื้นฟูอาชีพแล้ว 458 ล้านบาท โดยอนุกรรมการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือมีหน้าที่กลั่นกรองแผนงาน
กฟก. มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรในภาคอีสาน 205 ราย เนื้อที่กว่า 2.1 พันไร่ และมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรลูกหนี้สหกรณ์กว่า 10 ล้านบาท “จุรินทร์” มอบนโยบายสร้างความเข้าใจแก่ อนุกรรมการฯ จังหวัด เร่งผลักดันงานฟื้นฟูอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิก วันที่ 17 สิงหาคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินทำกินให้เกษตรกรสมาชิก ภายหลังจากเกษตรกรชำระหนี้คืนครบสัญญา ที่ โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานีโดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2563 กฟก.จัดโครงการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจังหวัด เวทีที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยมี นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานคณะกรรมการจัดการหนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนคณะกรรมการบริหารฯ
นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่าในสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดจะมีคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยคณะอนุกรรมการฯ จะมีบทบาทหน้าที่ในการเสนอนโยบาย แผนงานและงบประมาณประจำปีของสำนักงานสาขาจังหวัด กำกับดูแล ให้คำปรึกษา และแนะนำแก่สำนักงานสาขาจังหวัด สนับสนุนงานในด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกร และด้านการประชาสัมพันธ์ผลงาน ตลอดจนการประสานกับหน่วยงานภาคีภายนอก สำหรับเวทีแรกในครั้งนี้เป็นการจัดสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ จังหวัด ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมเคพาร์ค จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารฯ เปิดการสัมมนา มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการจัดการหนี้ คณะที่ปรึกษาสำนักงาน และคณะอนุกรรมการฯ จังหวัด สาขาจังหวัดละ 17 คน ซึ่งรวมทั้งหัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดในภาคใต้จำนวน 14 จังหวัด วัตถุประสงค์ของการสัมม
เลขา กฟก. เดินหน้าติวเข้ม อนุกรรมการ กฟก. จังหวัด สร้างองค์ความรู้การขึ้นทะเบียน-จัดการหนี้-ฟื้นฟูเกษตรกรเต็มแม็ค ปูพรมเวทีสัมมนา 4 ภาค ตลอดเดือนสิงหาคม นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ในฐานะรักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดโครงการสัมมนาสร้างความเข้าใจเพื่อให้คณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด มีความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของตน และสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานสาขาจังหวัด และเกษตรกรสมาชิกในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่า สืบเนื่องจากระเบียบคณะกรรมการ กฟก. ว่าด้วยการกระจายอำนาจการบริหาร พ.ศ. 2556 ข้อ 4 ให้มีคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะอนุกรรมการ กฟก. จังหวัด” ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเกษตรกร จำนวน 8 คน ผู้แทนภาคราชการและผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 8 คน เป็นอนุกรรมการและให้หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ โดยให้คณะกรรมการบริหาร กฟก. เป็นผู้แต่งตั้งอนุกรรมการในส่วนของผู้แทนองค์กรเกษตรกร ผู้แทนภาคราชการและผู้แทนภาคเอกชน โดยให้มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ใน
คณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน นำโดย คุณสุเทพ ปั๋นธิวงค์ ประธานกลุ่ม จัดให้มีการแข่งขันตกปลาหมอไทย ภาษาทางล้านนาเรียกว่า ปลาสะเด็ด โดยใช้เบ็ดไม้ไผ่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีการตกปลา เป็นการส่งเสริมการเลี้ยงปลาหมอไทยให้ขยายวงกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เป็นศูนย์เรียนรู้ศึกษาดูงานการเลี้ยงปลาหมอไทยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการของกรมประมง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกษตรอินทรีย์ การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปสัตว์น้ำ โดยการสนับสนุนถ้วยรางวัลจาก ดร. ประเทือง นรินทรางกูล ณ อยุธยา หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดเชียงใหม่ คุณสมหมาย คำมาสาร ประธานสภาเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ คุณบรรจง จำนงศิตธรรม ประมงจังหวัดเชียงใหม่ คุณพงษ์ศักดิ์ ศิริ นายกเทศมนตรีเทศบาลเจดีย์แม่ครัว คุณสุเทพ ปั๋นธิวงค์ เล่าว่า ปลาหมอไทย เป็นปลาที่ได้รับความนิยมบริโภคกันมานานแล้ว ทั้งปิ้ง ย่าง ฉู่ฉี่ เป็นปลาที่มีความอดทนอย่างสุดยอดกว่าปลาอื่นๆ ทั้งสภาพอากาศร้อนเย็น ดินปกติ ดินเหนียว ดินกรดด่าง อยู่ในน้ำที่มีปริมาณน้อยได้นานกว่าปลาอื่นๆ เพราะมีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจ ปลาหมอ
