สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
“อย่าดื้อนะจะให้ตำรวจมาจับ”, “แกรู้ไหมฉันต้องทนทำงานหนักเพื่อหาเงินให้แกเรียน” ประโยคเหล่านี้ทำร้ายจิตใจของลูกโดยไม่รู้ตัว พูดบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ข่มขู่ ยิ่งบีบหัวใจลูก เด็กบางคนอ่อนแอต้องไปพึ่งพายาเสพติด ไม่ไปโรงเรียน ติดเพื่อน หันไปใช้ความรุนแรงก้าวร้าว ติดเกม ท้องก่อนวัยอันควร “เพราะเราใช้ความรู้สึกของผู้ใหญ่ใส่ลงในหัวของเด็กที่ไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน”, “ครูเล็ก” ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวที ภาพยนตร์) และผู้ก่อตั้งมูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์ กล่าวตอนหนึ่ง ในงานเปิดการแสดงสดผสมผสานศิลปะ “เสน่ห์…รอยร้าว” ในโครงการศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชน ณ หัวหิน สเก็ตพาร์ค อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสะท้อนปัญหาเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์กับเยาวชน โดยจะเปิดการแสดงออนทัวร์ทั่วประเทศ ครูเล็ก เล่าที่มาของคอนเสิร์ตออนทัวร์ ให้ฟังว่า ในบทบาทของความเป็นแม่ เป็นครู ประกอบกับได้ศึกษาเรื่องศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการบำบัด (Creative Art
ไก่สีหมอก เป็นไก่พันธุ์ผสมระหว่างไก่ดำที่มีลักษณะกระดูกดำและขนดำสนิท กับไก่ประดู่หางดำ(ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คือโตเร็ว และเนื้อมีรสชาติดี อันเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว.) มาผสมกัน ส่วนผลที่ได้ของการผสมกับไก่ดำ ในระดับฟาร์มนำร่องพบว่าไก่สายพันธุ์ลูกผสมที่เกิด ขึ้นโตเร็ว เนื้อมีรสชาติดีใกล้เคียงกับไก่ประดู่หางดำ และกลิ่นคาวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสายพันธุ์ลูกผสมจะคงความเป็นสีดำของขน และกระดูกไว้ แต่สิ่งที่พบคือ สีเนื้อที่ปรากฏไม่ดำสนิท และไม่สม่ำเสมอกันทุกตัว แต่ด้วยลักษณะเนื้อที่มีสีเทาถึงเทาเข้มเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คณะผู้วิจัยได้แนวคิดในการผลักดันเป็นตัวสินค้าใหม่ภายใต้ชื่อพันธุ์ “ไก่สีหมอก” ไก่สีหมอก เป็นผลงานวิจัย ของ ศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รศ. ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายฯ เผยว่า เป้าหมายของการพัฒนาสายพันธุ์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นความท้าทายในเชิงวิชาการแล้วยังเป็นความท้าทายในการดึงคุณสมบัติเด่นของสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำมาใช้ประ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับกรมควบคุมโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนโครงการวิจัยท้าทายไทย “กำจัดไวรัสตับอักเสบจากประเทศไทย” ประเทศไทยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรัง ประมาณ 2.2 ล้านคน และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ประมาณ 7.5 แสนคน ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากกว่าการติดเชื้อ HIV และเป็นที่รู้กันดีว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้องรัง ส่งผลให้เกิดโรคตับแข็งและโรงมะเร็งตับตามมา วช. จึงได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยท้าทายไทยเพื่อ “กำจัดไวรัสตับอักเสบจากประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดไปจากประเทศไทยในปี 2573 โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการในส่วนของการวิจัยเพื่อให้เกิดผล (lmplementation Research) เพื่อกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดไปจากประเทศไทย โดยใช้จังหวัดเพ
นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในวันที่ย่างสู่ปีที่ 19 นอกจากภารกิจหลักตามพันธกิจ “จุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลังบุคคลและองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีขีดความสามารถและสร้างสรรค์ระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ” สสส. ยังขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ แอลกอฮอล์ อุบัติเหตุ การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกตามหลักโภชนาการ การขาดกิจกรรมทางกาย ฯลฯ และภารกิจหนึ่งที่สำคัญ ของ สสส. คือ การรณรงค์สื่อสารสร้างความตระหนักนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของทุกคนในสังคม สสส. เป็นทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง การผลิตภาพยนตร์โฆษณาหลายต่อหลายชิ้นที่โดดเด่น สร้างการจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ ช่วยกระตุกสังคมไทย และสร้างค่านิยมใหม่ จากสโลแกนของภาพยนตร์โฆษณา ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง”, “งดเหล้าเข้าพรรษา”, “ลดพุงลดโรค”, “จน เครียด กินเหล้า” ฯลฯ และนับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร สสส. ผลิตชิ้นงานโฆษณามาแล้วกว่า 250 ชิ้น เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อนรณรงค์สื่อสารสังคมของ สสส. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ สุพัฒนุช สอนดำริห
ตลาดสุขใจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ” ที่น่าเรียนรู้แห่งหนึ่งของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจที่ได้แวะเยี่ยมชมตลาดสุขใจ…ศูนย์รวมความอร่อยไร้สารพิษ แห่งนี้จะได้สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียง และเรียนรู้โครงการรวมพลังรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน เรียกว่า ได้ ช็อป ชิม อิ่มท้องและสุขใจที่ตลาดแห่งนี้ได้ทุกวันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้น “ตลาดสุขใจ” มีจุดเริ่มต้นจาก สวนสามพรานมีความต้องการวัตถุดิบอินทรีย์ที่ดี มีคุณภาพ สำหรับใช้ในห้องอาหารของโรงแรม รศ. จุฑาทิพย์ ภัทราวาท สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำให้ คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ ชักชวนเกษตรกรที่ต้องการเปลี่ยนจากเกษตรระบบเคมีเป็นเกษตรระบบอินทรีย์ในพื้นที่มารวมกลุ่ม ชื่อ “กลุ่มธุรกิจเชิงคุณภาพสามพราน” โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)โดย ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย ร่วมก่อตั้งตลาดสุขใจและดำเนินกิจกรรม
“สังคมเมืองรุกคืบเข้าหาเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะปรับตัวเรียนรู้ อยู่ในสังคมเมืองอย่างไร ให้มีสุขภาวะที่ดี คือเรื่องที่ทุกคนในแต่ละชุมชนต้องคิดร่วมกันได้” วรรคตอนสำคัญที่ชวนให้ทุกคนร่วมกันฉุกคิด ภายงานในงานมหกรรม “สุขภาวะสร้างได้ด้วยมือเรา” งานนี้จัดโดยมูลนิธิพร้อมใจพัฒนาและสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนงานโครงการพื้นที่สร้างสรรค์สุขภาวะคนเมืองและชนบทจำนวน 40 เมือง กระจายทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและยกระดับพื้นที่ในประเด็นสุขภาวะให้เป็นพื้นที่เมืองศูนย์การเรียนรู้ จำนวน 6 เมือง เมืองพื้นที่รูปธรรม จำนวน 12 เมือง และพื้นที่เมืองพัฒนา จำนวน 22 เมือง ให้เกิดขบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับภาคีทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเป็นเมืองสุขภาวะ เมืองแห่งความสุขของทุกคน ที่ประชากรในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และส่งเสริมแกนนำเยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า ปัจจ
สสส. จับมือภาคีเครือข่าย จัดงาน “Play Day วันเล่นสนุก เล่นเปลี่ยนโลก” หนุนเด็กไทยเล่นอิสระ เติมเต็มสิ่งที่กำลังขาดหายในสังคมยุคดิจิทัล ที่มุ่งให้เด็กเรียนเก่ง แต่ขาดช่วงเวลาแห่งความสุข แนะพ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ ได้พัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน สร้างความสุขพื้นฐานชีวิตเพื่อให้เด็ก เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะการเล่นสำคัญ ขอเพียงผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ ได้ปลดปล่อยจินตนาการ เพิ่มเติมประสบการณ์ และพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคม โดยที่ผู้ใหญ่ไม่ต้องคาดหวังอะไร เพียงดูแลเรื่องความปลอดภัย ก็จะได้รู้ว่าการเล่นมหัศจรรย์เกินกว่าที่เราคาดคิด นี่เป็นแนวคิดหลักในการจัดงาน “Play Day วันเล่นสนุก เล่นเปลี่ยนโลก” ที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ร่วมกับเครือข่ายการเล่นทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขศูนย์ 5 สำนักงานเขตปทุมวัน คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา จุฬาฯ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กลุ่มไม้ขีดไฟ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (มยพ.) เครือข่ายครูมหัศจรรย์ We Are Happy มูลนิธิเมล็ดฝัน และเครือข่ายรองเมืองเรืองยิ้ม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงา
สสส. เดินหน้าหนุนอาสาสร้างสุข ส่งเสริมคนรุ่นใหม่เป็นจิตอาสา ร่วมเติมพลังมหัศจรรย์สร้างภูมิคุ้มกันเด็กในสถานสงเคราะห์ รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ย้ำเด็กหนึ่งคนต้องมีแม่เป็นผู้ใหญ่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ โดยเฉพาะ 1,000 วันแรกของชีวิตมีความหมายและสำคัญยิ่ง เด็กที่มีพี่อาสาจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งกายภาพและพฤติกรรมทางอารมณ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด จ.นนทบุรี มูลนิธิสุขภาพไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “วันคนอาสาสร้างสุขและเปิดบ้านเยี่ยมชมแหล่ง (ศูนย์) เรียนรู้ เพื่อส่งเสริมจิตอาสาและจุดประกายคนรุ่นใหม่ร่วมส่งมอบความสุขและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้กับเด็กที่ขาดโอกาสในสถานสงเคราะห์ โดยในงานมีเวทีเสวนาความรู้พร้อมมอบเหรียญยกย่องและเป็นกำลังใจให้อาสาสมัครสร้างสุข นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า มูลนิธิสุขภาพไทย สหทัยมูลนิธิ และมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ได้ริเริ่มการส่งเสริมกิจกรรมอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์ เพื่อมอบความสุขและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้กับเด็กที่ขาดโอกาส โดยริเริ่มที่สถานสงเคราะห์เด็
จากสถิติข้อมูลปี 62 มีจำนวนผู้พิการประมาณ 2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 3.01 ของคนไทยทั้งประเทศ และ 3 อันดับแรกเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย รองลงมาคือผู้พิการทางการได้ยิน (หูหนวก) และผู้พิการทางการมองเห็น (ตาบอด) จากตัวเลขนี้นำมาสู่โครงการ “ด้วยกัน” ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีภาคส่วนต่างๆ ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2558 เพื่อสนับสนุนให้คนพิการทุกประเภทความพิการ และคนไม่พิการสามารถเรียนรู้ร่วมกัน อย่างมีความสุขบนพื้นฐานความแตกต่าง ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี และพัฒนาสังคมการเรียนรู้ ควบคู่กับสร้างเสริมทัศนคติเชิงบวกในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม ล่าสุด ร่วมกับ บริษัท กล่องดินสอ จำกัด วิทยาลัยราชสุดา กองกิจการนักศึกษา และกองเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.มหิดล จัดกิจกรรม “เรียนด้วยกัน”ครั้งที่1 เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาพิการทางการได้ยินจากวิทยาลัยราชสุดาและอาสาสมัคร(ไม่พิการ)ศิษย์เก่าจาก ม.มหิดล ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การออกแบบงานกราฟิกดีไซน์ จำนวน 20 คน โดยจับคู่บัดดี้ เรียนร่วมกัน ใช้เวลาเรียน 10 วัน จนสามารถสร้างชิ้นงาน Final Proje
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2562 ว่า เป็นเวทีระดับชาติที่รวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญจากทุกหน่วยงานในระบบวิจัยของประเทศ โดยเฉพาะผลงานที่สามารถใช้ประโยชน์อย่างบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำไปสู่ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งรัฐบาลได้มุ่งเน้นความสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรม ผ่านแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 แผนแม่บท สำหรับแผนแม่บทประเด็นที่ 23 ประเด็น การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศเพิ่มสูงขึ้น เป็นประเทศชั้นนำของโลก สัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนต่อภาครัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าแผนแม่บท ประเด็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการพัฒนาต่อยอดและการสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ปฏิรูประบบวิจั
