สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และตกถึงมือทายาทในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงมีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เพื่อยกระดับเป็นโฉนดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำคัญ อาทิ 1) การจัดที่ดินยังคงเป็นไปเพื่อประกอบเกษตรกรรมตามศักยภาพของพื้นที่ 2) สามารถเปลี่ยนมือได้ระหว่างเกษตรกรที่มีคุณสมบัติด้วยกันตามที่กฎหมายกำหนด 3) ต้องปลูกไม้มีค่าในพื้นที่ตามสัดส่วนที่ ส.ป.ก. กำหนด 4) สามารถใช้ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ 5) ต้องถือครอง ส.ป.ก. 4-01 และทำประโยชน์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไข จำนวน 1,628,520 ราย เอกสารสิทธิรวม 2,205,561 ฉบับ เนื้อที่รวม 22,079,407.67 ไร่ โดย ส.ป.ก. จะทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่างๆ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ สำหรับ คุณสมบัติเกษตรกรที่มีสิทธิยื่นคำขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร มีดังนี้ 1. เป็นเกษตรกรผู้ได
ภารกิจหนึ่งของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. คือ การปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครองในที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อขยายโอกาสให้กับประชาชนผู้เป็นเกษตรกร ให้ได้รับประโยชน์จากการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. โดยการปรับปรุงหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” ที่สามารถโอนสิทธิในที่ดินและใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับสถาบันการเงิน เพื่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกรได้มากยิ่งขึ้น และได้เปิดให้เกษตรกรยื่นความประสงค์ขอออกโฉนดเพื่อเกษตรกรรม โดยเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด ทั่วประเทศ ณ ที่ตั้ง ส.ป.ก.จังหวัด, หน่วยบริการเคลื่อนที่ของ ส.ป.ก.จังหวัด (Mobile Unit) และระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ ส.ป.ก. www.alro.go.th เอกสารที่ต้องเตรียม มีดังนี้ 1. ส.ป.ก.4-01 (ฉบับผู้ถือ) หรือสำเนาสัญญาเงินกู้ ธ.ก.ส. (กรณีกู้เงิน ธ.ก.ส.) 2. บัตรประจำตัวประชาชน 3. สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) สำหรับผู้มีสิทธิยื่นคำขอ ต้องเป็นเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันที่ระเบียบใช้บังคับ) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังน
ในยุคที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงมุ่งมั่นในการให้สิทธิและความรับผิดชอบในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อส่งเสริมการเกษตรที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก. สิทธิในการใช้ที่ดิน เจ้าของที่ดินสามารถใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ตามแผนพัฒนาที่ดินที่กำหนด ซึ่งรวมถึงการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการจัดการที่ดินเพื่อผลผลิตที่ยั่งยืน 1. สิทธิในการปรับปรุงที่ดิน เจ้าของที่ดินมีสิทธิ์ในการปรับปรุงที่ดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การถมดิน การทำฝาย หรือการปรับสภาพดิน เพื่อให้การใช้ที่ดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 2. สิทธิในการแบ่งปันที่ดิน การแบ่งปันที่ดินหรือการทำสัญญาให้ผู้อื่นใช้ที่ดินต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ ส.ป.ก. และต้องไม่ละเมิดข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง 3. สิทธิในการได้รับการสนับสนุน เจ้าของที่ดินสามารถขอรับการสนับสนุนจาก ส.ป.ก. เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับเ
วนเกษตร เป็นแนวทางการเกษตรที่มุ่งเน้นการรวมกันระหว่างการปลูกพืชและการปลูกป่าในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ลดการใช้สารเคมี และเสริมสร้างระบบนิเวศที่สมดุล การทำวนเกษตรไม่เพียงทำให้พื้นที่เกษตรมีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการกัดเซาะของดิน และฟื้นฟูแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรและชุมชนโดยรอบ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการจัดหาที่ดินทำกินและพัฒนาพื้นที่เกษตรกร ส.ป.ก. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งวนเกษตรเป็นหนึ่งในแนวทางเกษตรกรรมที่ ส.ป.ก. ส่งเสริมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 276,317 ไร่ และเกษตรกร 35,645 ราย ได้รับการสนับสนุน โดยมีครูต้นแบบวนเกษตรจำนวน 103 ราย ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างในการนำวนเกษตรไปปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆ อย่างไร
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้จัดตั้งโครงการเกษตรวิชญา วันที่ 21 ธันวาคม 2544 เนื่องจากทรงเล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติถูกทำลายจากกิจกรรมการเกษตรบนพื้นที่สูง เกษตรกรขาดความเข้าใจในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน อีกทั้งเกษตรกรยังไม่เห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติมากนัก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ในพื้นที่หมู่บ้านกองแหะ หมู่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และราษฎร จากเดิมสภาพพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าเสื่อมโทรม ทำให้เกิดพื้นที่ป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และปลูกจิตสำนึกของชุมชนให้มีความรัก ความหวงแหนในการดูแลป่าไม้สืบต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จึงจัดพิธีเปิด ‘โครงการขยายผลธนาคารอาหารชุมชน (เกษตรวิชญา) สู่ธนาคารอาหารครัวเรือน’ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาค
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ส.ป.ก. ได้แต่งตั้งคณะทำงาน ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อวางระเบียบขั้นตอนการใช้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตัวบุคคล ในชั้นสอบสวนได้ทุกกรณี ยกเว้นบางกฎหมาย เช่น กฎหมายยาเสพติด การพนัน ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ทั้งนี้ ส.ป.ก. คาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตัวบุคคลได้จริงภายใน 3 เดือนนี้ ในอดีต ที่ดิน ส.ป.ก. เป็นเอกสารสิทธิที่ดินของรัฐ อาจไม่มีมูลค่า ทำให้เกษตรกรที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. ไม่มีหลักทรัพย์ใดๆ ในการค้ำประกันตน หลังจาก ส.ป.ก. ปรับปรุงเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาล จึงเร่งเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรใช้ “โฉนดเพื่อการเกษตร” เป็นภูมิคุ้มกันช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากนี้ ส.ป.ก. ได้แสวงหาพันธมิตรรายใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับโฉนดเพื่อก
วันที่ 12 มีนาคม 2567 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มอบหมายให้ นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การตรวจสอบข้อมูลแผนที่และจัดทำแผนที่แปลงที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รุ่นที่ 2 โดยมี นายเกียรติยศ ทรงสง่า ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายพนมไพร ดีใหม่ ผู้อำนวยการสำนักจัดการแผนที่และสารบบที่ดิน นางสาวยุพเรศ เพิ่มพูน ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายศักดิ์ศิริ ธูปวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกองทุน นายบรรจง ปองนาน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการปฏิรูปที่ดิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การตรวจสอบข้อมูลแผนที่และจัดทำแผนที่แปลงที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รุ่นที่ 2 จัดอบรมเพื่อให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสำรวจรังวัด จัดทำแผนที่และจัดทำสารบบที่ดินมีความรู้
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมงานวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา และ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน โดย นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงในวันที่ 6 มีนาคม 2567 บริเวณ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กษ. กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 49 ปี ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ส.ป.ก. ในการดำเนินภารกิจไปสู่เป้าหมายขององค์กร เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยเฉพาะการดำเนินการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็น โฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงและพัฒนาสิทธิในที่ดินเกษตรกรรม สร้างความมั่นคงในการถือครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเติบโตและแข่งขันต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคต” นายวิณะโรจน์ ทร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ และคณะผู้บริหารทั้งอดีตและปัจจุบัน ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษา และรำลึกถึงบุคคลผู้มีอุปการคุณต่อ ส.ป.ก. โดยมี นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณริมสระน้ำ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ถนนประดิพัทธ์ กรุงเทพมหานคร โดยพิธีการในงานครั้งนี้ ได้แก่ พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษา ส.ป.ก. พร้อมทั้งพิธีทำบุญเพื่อรำลึกถึงบุคคลผู้มีอุปการคุณต่อ ส.ป.ก. (ผู้บริหารและบุคลากร ส.ป.ก. ในอดีต ล้วนเป็นบุคคลที่บริหารงานในภารกิจสำคัญของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สร้างคุณูประโยชน์ที่ประจักษ์ชัดในการบริหารงานราชการในแต่ละยุคแต่ละสมัยอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ) ตลอดจนมีการพบปะกันของหมู่พี่น้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. รวมถึงมีกิจกรรมออกร้า
นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) ได้มอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เป็นประธานเปิดงาน Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมส่งสารยินดีกับเกษตรกร มุ่งหวังเข้าถึงแหล่งทุน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืน รัฐบาลมีความตั้งใจมุ่งมั่นสร้างโอกาสให้ประชาชนอยู่ดี กินดี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เป็นประธานเปิดงาน “Kick off พิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตรเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2567” โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวรายงานการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ และวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ ทั้งนี้ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ร่วมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่ตัวแทนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ชัยนาท ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี สระบุรี นครนายก สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อุทัยธานี และจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลา 09.00-10.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอา
