สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม แปลงเกษตรกรรมยั่งยืนและวิสาหกิจชุมชุน ในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดสุพรรณบุรี ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้ตรวจพื้นที่จุดที่ 1 แปลงเกษตกรรมยั่งยืน ของ นางสาวณธรา แย้มพิกุล ณ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยแปลงเกษตรกรรมแห่งนี้ มีจุดเด่นในการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยว (มันสำปะหลัง อ้อย) มาเป็นเกษตรผสมผสาน ทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นศูนย์เครือข่าย ศพก.ในเขตปฏิรูปที่ดิน อีกด้วย ปัจจุบันเป็นแปลงที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมระบบวนเกษตร จากนั้น เลขาธิการ ส.ป.ก. และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่จุดที่ 2 โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นการร่วมกลุ่มของเกษตรกร ใช้พื้นที่บางส่วนในแปลงเกษตรกรรมมาปลูกเมล่อนที่มีคุณภาพปลอดภัย มีมาตรฐาน GAP มีการบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาด ทั้งยังมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถ
การจัดตั้งนิคมเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้โครงการขยายผลฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินของ 2 ตำบล คือ ตำบลนาแต้และตำบลคำตากล้า โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร คือ ในก้าวสำคัญในการดำเนินงานเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาแต้ ตำบลคำตากล้า ตำบลหนองบัวสิม และตำบลแพด อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2548 ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนคำ – เสนานฤมิตร ตำบลนาแต้ อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีรายได้หลังเสร็จสิ้นฤดูทำนา โดยในระหว่างเส
ภายในพื้นที่ 123 ไร่ ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ คือ พื้นที่ดำเนินการภายใต้โครงการ ธนาคารอาหารชุมชน ที่มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานเพื่อสนองพระราชดำริแห่งการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วันนี้ได้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้ตามวัตถุประสงค์ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงรักและห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์บริเวณบ้านกองแหะ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดทำเป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธ
กระทรวงเกษตรฯเผยแทรนด์บริโภคสมุนไพรกลุ่มคนรุ่นใหม่มาแรง มูลค่าการบริโภควัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศปี 62 สูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มีมูลค่าเพียง 4.3 หมื่นล้านบาท เดินหน้าหนุนเกษตรกรปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ มั่งคง ยั่งยืนให้เกษตรกรในภาวะวิกฤติโควิด-19 จากแทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่หันมานิยมใช้สมุนไพรเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับเกิดกระแสค่านิยมการบริโภคอาหารปลอดภัยอย่างกว้างขวางทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ตลาดสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสทองในการส่งเสริมเกษตรกรไทยปลูกสมุนไพรให้ขว้างขวางมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน มั่นคงแก่เกษตรกรไทยในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในรายการ “เกษตรบอกข่าว” ซึ่งออกอากาศทาง Facebook live : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงเกษตรฯจะเร่งเดินหน้าในการขับเคลื่อนการพัฒนาพืชสมุนไพรไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาปลูกพืชส
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยประชาชน เมื่อทรงรับทราบถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า นำมาสู่ปัญหาช้างออกจากป่า มาสร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมกันนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธาน “พัชรสุธาคชานุรักษ์” อันมีความหมายว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบร
จากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกร โดยเฉพาะในเขตพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดของภาคตะวันออก ด้วยมีสาเหตุจากที่ช้างป่าขาดแคลนแหล่งอาหาร ทำให้มีการเคลื่อนย้ายพื้นที่หากิน จึงลงมาที่แปลงเกษตรกรรมของเกษตรกร ทำความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกร โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จำนวน 22 อำเภอ 56 ตำบล 299 หมู่บ้าน ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ ในการอยู่ร่วมกันกับช้างป่าท่ามกลางความรุนแรงที่ทวีมากขึ้น โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ คือโครงการสำคัญที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหา เพื่อทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างสมดุลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 การจัดการพื้นที่ป่า ด้านที่ 2 การจัดการพื้นที่แนวกันชน และ ด้านที่ 3 การจัดการพื้นที่ชุมชน โดยเน้นกลไกการทำงานร่วมกัน เชื่อมและประสานงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
“การเพาะเห็ดและการแปรรูปเห็ดนางฟ้า” คือ หลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ครูและเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยฆ้อง หมู่ที่ 5 ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตร ภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ โครงการ กพด.-ส.ป.ก. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยฆ้อง เป็น 1 ใน 57 โรงเรียน จาก 24 จังหวัด ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. กำหนดให้เป็นโรงเรียนเป้าหมายการดำเนินงานตามโครงการ กพด.-ส.ป.ก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โครงการ กพด.-ส.ป.ก. เป็นโครงการ ที่ ส.ป.ก. ได้มีส่วนร่วมดำเนินการสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งโครงการ กพด.-ส.ป.ก. มีวัตถุประสงค์ให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกา
โครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตรภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ กพด.-ส.ป.ก. เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ได้มีส่วนร่วมดำเนินงานสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 เป็นต้นมา ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการช่วยเหลือราษฎรในถิ่นทุรกันดารของพระองค์เอง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีโอกาสได้รับความรู้และฝึกฝนตนเอง สามารถพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ พร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันแห่งการเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ทุกคนของ ส.ป.ก. ได้ทุ่มเทให้กับการทำงานภายใต้ โครงการ กพด.- ส.ป.ก. ที่ดำเนินการในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 นี้ ส.ป.ก. ได้กำหนดโรงเรียนเป้าหมายดำเนินงานภายใต้โ
“ดินที่เหมาะสมสำหรับการเกษตรกรรม ต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้ มีแร่ธาตุที่เรียกว่า ปุ๋ย ส่วนประกอบสำคัญคือ 1) N (nitrogen) ในรูป nitrate 2) P (phosphorus) ในรูป phosphate 3) K (potassium) และแร่ธาตุ อื่น ๆ O H Mg Fe มีระดับ เปรี้ยว ด่าง ใกล้เป็นกลาง (pH 7) มีความเค็มต่ำ มีจุลินทรีย์ มีความชื้นพอเหมาะ (ไม่แห้ง ไม่แฉะ) มีความโปร่งพอเหมาะ (ไม่แข็ง)” คำแนะนำจากเอกสารพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 ได้สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อการพัฒนาด้านดิน เพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารต่าง ๆ ของเกษตรกรไทยในฐานะที่เป็นครัวของโลก การพัฒนาด้านดิน เป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญ และได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาดิน การอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน อันสืบเนื่องมาจากการเสื่อมโทรม การชะล้างพังทลาย สภาพที่เปรี้ยวจัดหรือเค็มจัด จนไม่เหมาะสมกับการเกษตรกรรม เป็นต้น ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะใน
ส.ป.ก. ส่งเสริมอาชีพเกษตรกร พื้นที่ คทช ส.ป.ก.4-01 จ.อุทัยธานี-นครสวรรค์ หนุนรวมกลุ่มบริหารจัดการผ่านระบบสหกรณ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดร. วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคม หนุนสร้างโอกาสการเข้าถึง บริการภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร การรุกล้ำเขตป่าสงวนฯ และการรักษา ความมั่นคงของฐานทรัพยากร การสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ขึ้น เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของรัฐ และจัดสรรที่ดินให้กับผู้ยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ได้มีที่ทำกิน เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส.ป.ก. ได้ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยนำที่ดินแปลงว่าง เนื้อที่ 3,239-2-39 ไร่ ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เคยขอใช้ประโยชน์และหมดอายุสัญญาเช่าจาก ส.ป.ก. มาดำเนินการจัดที่ดิน ในลักษ
