สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น (Change Fusion) ภายใต้มูลนิธิบูรณชนบทแห่งประเทศไทย ประกาศผลคัดเลือก 3 ผู้ชนะรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชนปี2” ประกอบด้วย กับดักแมลงโซลาร์เซลล์ จ.นครปฐม, ซาเล้งโซลาร์เซลล์ จ.ราชบุรี และเครื่องผลิตเทียนอัตโนมัติระดับชุมชน จ.เลย โดยมอบเงินรางวัลสนับสนุนให้กับช่างชุมชนทั้ง 3 ผลงาน มูลค่ารวม 300,000 บาท พร้อมเดินหน้าสานต่อ “โครงการส่งเสริมนวัตกรรมช่างชุมปี3” เพื่อพัฒนานวัตกรรมและยกระดับทักษะช่างชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับชุมชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัท ช.การช่าง มีความภูมิใจที่ได้เห็น “โครงการส่งเสริมนวัตกรรมช่างชุมชน” ได้มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาทางสังคมผ่านกระบวนการพัฒนานวัตกรรมช่างชุมชนต่อเนื่องมาเป็นปีที่2 โดยต้องขอขอบคุณ “ช่างชุมชน” ทั่วประเทศที่ได้ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการในปีนี้ และขอแสดงความยินดีกับช่างชุมชนเจ้าของนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ทั้ง 3 ผลงานท
“จังหวัดสมุทรสงคราม” แม้เป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศ แต่เป็นพื้นที่การเกษตรที่มีศักยภาพสูง ในฐานะ “เมืองสามน้ำ” ทั้ง น้ำจืด-น้ำกร่อย-น้ำเค็ม ผักผลไม้ที่ปลูกในโซนนี้มีรสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย ใครได้ชิมก็ต้องติดใจ ผลไม้สมุทรสงครามที่มีรสชาติอร่อยสุดๆ เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ เช่น ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ มะพร้าวน้ำหอม ลิ้นจี่ค่อมแม่กลอง กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าเขียว ฯลฯ ปัจจุบัน เกษตรกรจำนวนมากในจังหวัดสมุทรสงครามนิยมปลูกกล้วยน้ำว้าเขียวกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า พื้นที่อำเภอเมือง มีแหล่งน้ำค่อนข้างจะเค็มหรือกร่อยกว่าอำเภออื่น แต่ต้นกล้วยน้ำว้าเขียวเป็นไม้ผลที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพดินฟ้าอากาศในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตสูง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ของการปลูก กล้วยน้ำว้าเขียว ของจังหวัดสมุทรสงครามมีลักษณะเด่นคือ ลำต้นไม่ใหญ่ แต่เครือใหญ่ หวีโต ผลใหญ่ เปลือกสีเขียว ปลายจุกแหลม เนื้อกล้วยมีรสหวาน เมล็ดไม่ใหญ่ ไม่มีปัญหาโรคตายพราย กล้วยน้ำว้าเขียว เข้าข่ายสำนวนไทยที่ว่า
วันที่ 7 กันยายน 2564 นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา เรื่อง “การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับงานนวัตกรรม” ยกระดับความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการจัดการเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม ซึ่งได้รับเกียรติ จาก ผศ.ดร.รัตนวรรณ (วิบูลย์สวัสดิ์) เกียรติโกมล ผู้จัดการกลุ่มงานทรัพย์สินทางปัญญาและตัวแทนสิทธิบัตร สถาบันนวัตกรรม ปตท. และดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นวิทยากร โดยมีบุคลากร วศ. เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ตามนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ณ ห้องประชุม สล. ชั้น 6 อาคาร ดร.ตั้วลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ ทั้งนี้ วศ. มุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เริ่มตั้งแต่คำจำกัดความต่างๆ ตลอดจนแนวทางการจัดการสิ่งที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งให้ความสำคัญในการจัดตั้งหน่วยบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP Unit) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยพัฒนา ในการออกระเบียบ กฏเกณฑ์ต่างๆ ขอ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม นวัตกรรมประเทศไทย ระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้าง เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการ พลิกฟื้นประเทศ…ด้วยนวัตกรรมไทย โดยร่วมกันเป็นผู้แทนในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความตื่นตัว และความภาคภูมิใจในนวัตกรรมฝีมือคนไทย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความชำนาญระหว่างกัน ล่าสุดมีเครือข่าย 73 องค์กร ที่ตอบรับและพร้อมจะขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการก้าวสู่อันดับ 1 ใน 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลก ภายในปี 2573 และนำประเทศไทยก้าวเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศร
ทีม ‘Silapatech’ คว้าชัยชนะจากโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” ปีที่ 4 โครงการการประกวดแข่งขันนวัตกรรมเพื่อสังคมที่จัดขึ้นโดยนิสสัน ประเทศไทย และพันธมิตรมากมาย ด้วยผลงานต้นแบบ ‘Soundawearดีไวส์อัจฉริยะ ที่จะเปลี่ยนเสียงต่าง ๆ เป็นการสั่นสะเทือนที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สามารถรับรู้ และตอบสนองต่อเสียงต่าง ๆ โดยเฉพาะเสียงเตือนสถานการณ์อันตรายจากจุดที่อับสายตา อย่างเสียงแตรรถจากทางด้านหลังได้อย่างทันท่วงที รวมถึงยังขยายประสาทสัมผัส (sense) ให้พวกเขาสามารถรับรู้ถึงท่วงทำนองของบทเพลง และได้รับความเพลิดเพลินเหมือนคนทั่วไป สำหรับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 ทีม ‘GreenDot.’ กับผลงานแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชัน GreenDot. (กรีนดอท) ที่จะเป็นตัวกลางในการวิเคราะห์ความสามารถในการกำจัดคาร์บอนตามธรรมชาติของต้นไม้ ทั้งต้นไม้สาธารณะ ต้นไม้เอกชน และป่า ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อการออกแบบ วางแผน และลงมือจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และอันดับที่ 3 ทีม ‘กาชาปองสุราษฎร์ธานี’ กับผลงาน ‘Gacha Thani’ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด
เมืองไทย กำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” ดังนั้น นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยทำงานได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” นวัตกรรมโรบอท ผลงานของ คุณปุ้ย หรือ คุณสายธาร ม่วงโพธิ์เงิน เกษตรกรรุ่นใหม่ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” ติด 1 ใน 4 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมช่างชุมชน จัดขึ้นโดย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และสถาบันเชนจ์ฟิวชั่น ภายใต้มูลนิธิบูรณชนบทแห่งประเทศไทย หุ่นยนต์รดน้ำอัตโนมัติ “Rim” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีทักษะในด้านนวัตกรรมและกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อชุมชนและสังคม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรงบันดาลใจ คุณปุ้ย เรียนจบปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์สายการวิจัยและพัฒนา (R&D) และรับงานเขียนโปรแกรมเป็นฟรีแลนซ์มาหลายปีแล้ว เมื่อ 3 ปีก่อน คุณปุ้ยเริ่มกลับมาช่วยแม่ดูแลสวนกล้วยน้ำว
ชีวิตวิถีใหม่ ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ งานสังคมสุขใจครั้งที่ 7ภายใต้คอนเช็ปต์“เราปรับ…โลกเปลี่ยน” ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ได้รับความสนใจจากคนไทยจำนวนมากที่ตื่นตัวและห่วงใยสุขภาพ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทั้งมาช้อปพืชผักอาหารอินทรีย์มาเรียนรู้มาหาแรงบันดาลใจใหม่ๆเพื่อการปรับตัว พึ่งพาตนเอง สร้างการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรค โควิด-19 งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 “เราปรับ…โลกเปลี่ยน” ปีนี้มีความพิเศษมากกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะบรรยากาศงานสุดชิคเนื่องจากใช้พื้นที่หมู่บ้านปฐมออร์แกนิกเชื่อมต่อกับตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน เป็นที่ตั้งบูธ กิจกรรมเวทีกลาง และฐานเรียนรู้มีชีวิตต่างๆ โดยในพื้นที่มีภูมิทัศน์สวยงามร่มรื่น มีแปลงเกษตรอินทรีย์สาธิต โปร่ง กว้าง เดินสะดวก มาได้ทุกวัย วีลแชร์ก็มาสะดวก และสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างสบาย ทั้งนี้พื้นที่จัดงานได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA ) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้ทุกคนร่วมมืออย่างเคร่งครัด มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ใส่หน้ากากอนามัย ส
สามพรานโมเดลรวมพลังภาคีขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ จัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 วันที่ 11-13 ธันวาคมนี้ ชูคอนเซ็ปต์ “เราปรับ…โลกเปลี่ยน” พร้อมเปิดตัวสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย-เส้นทางเที่ยววิถีอินทรีย์-ธุรกิจเกื้อกูลสังคม นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มขับเคลื่อนสามพรานโมเดล ในฐานะประธานจัดงานสังคมสุขใจ กล่าวว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ได้ปลุกทุกคนให้หันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารปลอดภัยที่ผลิตในระบบอินทรีย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและครอบครัวทั้งใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 7 มีความพิเศษกว่าทุกปี ภายใต้แนวคิด “เราปรับ…โลกเปลี่ยน” ชีวิตวิถีใหม่ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล มุ่งเน้นให้ทุกคนได้มีการเรียนรู้ มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง มาหาแรงบันดาลใจ องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเรื่องการพึ่งพาตนเอง สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หันมาบริโภคอาหารและซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยตรงจากเกษตรกร เพื่อมีส่วนร่วมขับเ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเงิน การตลาด การใช้ชีวิต และอาชีพการงาน เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ พวกเราทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์วิถีใหม่ (New Normal) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อช่วยยกระดับการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ก้าวเข้าสู่ระบบสมาร์ทฟาร์มอัจฉริยะ ช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มกลายเป็นเรื่องง่าย ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต รวมทั้งแก้ปัญหาการตลาดไปพร้อมกัน ตอบโจทย์ การเกษตรยุคใหม่ (Smart Farmer) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำใต้ดินผ่านเซรามิกรูพรุนสำหรับทุเรียนนอกฤดู การควบคุมระบบการให้น้ำ เป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของการจัดการทุเรียนนอกฤดู ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมให้น้ำต้นทุเรียนบนดินผ่านระบบสปริงเกลอร์ ระบบพ่นฝอย ระบบน้ำหยด ซึ่งมักเกิดปัญหาการสูญเสียน้ำบนผิวดินในปริมาณมาก ทำให้ดินมีความหนาแน่นสูง แถมเกิดปัญหาท่อแตก ท่ออุดตัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูป
“สามพรานโมเดล ชวนช้อปสินค้าออร์แกนิกผ่านแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform ชูคอนเซ็ปต์ อยู่บ้านก็จ่ายตลาดได้ พร้อมยกระดับเกษตรกรอินทรีย์สู่แม่ค้าออนไลน์” วิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร้านอาหาร จนแทบทุกแห่ง มีจำนวนผู้เข้าพักเป็นศูนย์ และยังส่งผลกระทบกลับไปยังคนต้นน้ำ ผู้ผลิตอาหารอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เช่นเดียวกันกับเกษตรกรอินทรีย์เครือข่ายสามพรานโมเดล ที่หลายปีมานี้ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเคมี มาสู่วิถีอินทรีย์ พัฒนาเรียนรู้ จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มีลูกค้าประจำ ระดับโรงแรมห้าดาว ร้านอาหารชื่อดัง หลายแห่งในกรุงเทพ รวมถึงสวนสามพราน ดูทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี เกษตรกรมีรายได้มั่นคง บางรายแทบไม่ต้องทำตลาดเลย เพราะผลผลิตถูกจองไปหมดแล้ว แต่วันนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ได้เปลี่ยนโลก สังคมบอบช้ำ เศรษฐกิจแย่ลงอย่างสิ้นเชิง ใครจะคาดคิดว่า ออร์เดอร์ จากแหล่งรายได้ที่คิดว่ามั่นคงจะหายวับไปกับตา แถมพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไปอย่างชิ้นเชิง ผู้บริโภคไม่อยากออกจากบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทว่า ในช่วงภาวะวิกฤติเช่นนี้ การค้
