สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 หน่วยบริหารและจัดการทุน ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร องค์การมหาชน (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมแถลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานสภาโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ เอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 15 ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนหน่วยบริหารและจัดการทุน แถลงเปิดตัว “ทปว.” ที่ประชุมผู้บริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เป็นกลไกบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ “สืบเนื่องจากสภานโยบายการอุด
เริ่มแล้ว!!!! งานสังคมสุขใจปี 2562 ที่สวนสามพราน ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตสมดุล เปิดตัว แอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์ วันแรก สุดคึกคัก ชวน ช้อปเปลี่ยนโลก ได้ทั้งสินค้าอินทรีย์ ความรู้ เครือข่าย แรงบันดาลใจ ตั้งแต่13-15 ธันวาคม สามพรานโมเดล ททท. ทีเส็บ เซ็นทรัล สสส. จังหวัดนครปฐม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และภาคีพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา และภาคประชาสังคม ผนึกความร่วมมือร่วมจัดงาน “สังคมสุขใจครั้งที่ 6 ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล” ภายใต้คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากทั่วประเทศ นำผลผลิตอินทรีย์สดใหม่จากฟาร์ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป มาให้ช้อปสุขภาพดีอย่างจุใจ โดยไฮไลท์เด่น ปีนี้ คือการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์ เป็นครั้งแรกในไทย มั่นใจช่วยยกระดับผู้บริโภคให้เป็น Active Consumer เข้าถึงสินค้าและกิจกรรมไ
เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดให้ “ประเทศไทย 4.0” เป็นโมเดลการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจจากเดิมเป็นระบบที่มุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์และใช้ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรม เป็นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งการผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางดังกล่าว จำเป็นต้องมีการพัฒนาเยาวชนที่จะเป็นกำลังหลักของการกำหนดอนาคตประเทศให้มีความเข้มแข็งและพร้อมเป็นบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงต่อไปในอนาคต ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เพื่อให้เยาวชนที่มีความสนใจและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นนักวิจัยและนวัตกรรมในอนาคตได้มีเวทีในการแสดงความสามารถพิเศษด้านการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งจะนำไปสู่ช่องทางเพิ่มโอกาสในการขยายฐานบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้จัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกั
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ชี้กลุ่มธุรกิจและรูปแบบนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ นวัตกรรมอุตสาหกรรมฮาลาล นวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นวัตกรรมด้านช่องทางการค้า และนวัตกรรมด้านการเกษตร นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย NIA ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) เดินหน้ายุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมภาคใต้ชายแดน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ด้วยการต่อยอดงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์กรภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักพัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในแง่ของชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา สาธารณสุข การอำนวยความสะดวกสบาย ตลอดจนพั
NIA แนะอุตสาหกรรมข้าวไทย ต้องพลิกโฉมใหม่ด้วยนวัตกรรม พร้อมจับมือมูลนิธิข้าวไทย จัดประกวดนวัตกรรมข้าวปี 62 หวังฟื้นคุณภาพชีวิตชาวนา และค้นหาสตาร์ทอัพด้านการเกษตร เอ็นไอเอ ร่วมกับ มช. โชว์เครื่องกำจัดมอดและไข่มอดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ นวัตกรรมกำจัดแมลงด้วยแรงสั่นสะเทือน คิดค้นโดยคนไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ชี้ปัจจัยท้าทายในอุตสาหกรรมข้าวต้องก้าวสู่การยกระดับด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น เครื่องสำอาง การแพทย์และความงาม ยารักษาโรค เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เพื่อให้อุตสาหกรรมข้าวและการเกษตรมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น NIA จึงมุ่งสนับสนุนความสามารถทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ ผ่านศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร โดยตั้งเป้าพลิกโฉมการเกษตรของประเทศจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรนวัตกรรม และเพิ่มสตาร์ทอัพด้านการเกษตรให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้จับมือกับมูลนิธิข้าวไทย จัดการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2562 เพื่อคัดเลือกผลงานนวัตกรรมท
“ นวัตกรรม-มีดกรีดยางนกเงือก ” เกิดจากการคิดค้นของ “ คุณมะนายิ ราหู ” ซึ่งเป็นลูกหลานชาวสวนยาง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาต้นยางหมดหน้ากรีดเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะใช้มีดกรีดรุ่นเก่า ( เจ๊ะบง ) ที่ต้องลับมีดให้คมทุกวัน หากแรงงานกรีดยางไม่มีฝีมือจะทำให้หน้ากรีดเป็นตะปุ่มตะป่ำ ต้นยางเสียหาย และอายุการให้ผลผลิตลดลง คุณมะนายิ เกิดแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นมีดกรีดยางแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาการกรีดยาง โดยเขาได้ไอเดียการออกแบบมีดจากกบไสไม้โบราณ ที่ตั้งความหนาบางของการไสได้และมีดโกนหนวดที่คมกริบ โดยไม่ต้องลับใบมีด ใช้เวลาคิดค้นลองผิดลองถูก7 ปี จนได้ มีดนกเงือก ที่กรีดโดยการลาก ได้น้ำยางมาก มีคุณภาพมาตรฐานในการกรีด 10คนกรีดทำได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งมีดรุ่นเก่าทำไม่ได้ เพราะใช้ทักษะมากเกินไปทั้งเรื่องการลับมีด-การกรีด (กรีดแบบลากหรือกระตุก) คุณมะนายิได้รับเงินทุนสนับสนุนแปลงสิ่ประดิษฐ์งเป็น“นวัตกรรม” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช : NIA ) เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เข้าสู่ระบบตลาดอุตสาหกรรม ผลิต มีดกรีดยางนกเงือก คุณภาพดี ราคาไม่แพง ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าต่อเกษ
