สินค้าเกษตรแปรรูป
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ปลูกได้ ขายเป็น แต่สิ่งที่จะชี้วัดความอยู่รอดได้คือการต่อยอดและพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ไปได้เรื่อยๆ การหาข้อมูลคือสิ่งที่ดีที่สุด หาข้อมูลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เช่น ถ้าปลูกไม้ผลจะทำอย่างไรที่ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วเก็บผลขาย แต่ให้แบ่งตัดขายผลสุก 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างจุดเด่น สร้างสตอรี่ผลผลิตของตัวเองให้ได้ อย่าหยุดอยู่กับที่ การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ต้องหมั่นพัฒนาให้ทันโลกที่ก้าวไป คุณนิภาพร แคยิหวา (กุล) ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่มะละกอริมคลอง อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาขาว อำเภอละงู จังหวัดสตูล เล่าว่า อดีตเธอเคยเป็นพนักงานบัญชีอยู่ที่กรุงเทพฯ รักในงานที่ทำแต่รู้สึกว่าวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ใช่ตัวตน เพราะจริงๆ แล้วอยากที่จะทำอะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับครอบครัว จึงได้มีการปรึกษากับหัวหน้าและขอลาออกจากงานเพื่อกับมาบ้านเกิดที่จังหวัดสตูล ช่วงแรกๆ ก็ต้องปรับตัวเยอะเพราะสังคมในเมืองกับสังคมที่ต่างจังหวัดต่างกันมาก แต่การที่ได้กลับมาอยู่บ้านมีความสุขกว่ามาก ตื่นมาแล้วไม่ต้องหาของกิน แต่สามารถเดินรอบบ้า
อย่างที่ทราบกันดีว่า “กล้วย” เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารครบถ้วน กินสุก-ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน ในส่วนของการรักษาโรคนั้น กล้วยเกิดมาเพื่อดูแลท้องไส้โดยเฉพาะ ไม่ว่าท้องเสีย ท้องผูก เป็นโรคกระเพาะ นอกจากนี้ หยวกกล้วยและปลีกล้วย เป็นอาหารที่มีเส้นใย ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บกวาดขยะของแข็งที่ตกค้างในลำไส้ได้เป็นอย่างดี ในวัฒนธรรมไทยจึงมีตำรับอาหารหลากหลายจากกล้วย ทั้งอาหารหวาน คาว และของว่าง คุณเสาวภา หมื่นแก้ว หรือ พี่ซ้อ เจ้าของไร่เขยหล่าหมื่นแก้ว เลขที่ 122 หมู่ที่ 2 บ้านหนองโดน ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรสาวผู้นำหลักให้ชาวบ้านปลูกกล้วยแปลงใหญ่ และยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการแปรรูปผลผลิต ด้วยแนวคิดเริ่มต้นเพียงเพื่ออยากหาทางออกจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ราคาตกต่ำ ทำแล้วเป็นหนี้ จึงคิดหาวิธีทางรอด จนได้พบการปลูกและแปรรูปกล้วย ถึงปัจจุบันสามารถสร้างแบรนด์สินค้าจากกล้วยเป็นของตัวเอง สู่การกระจายรายได้แก่คนในชุมชนได้อย่างน่าทึ่ง พี่ซ้อ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแปรรูปแป้งกล้วยน้ำว้าชงดื่มว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่บ้านเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูก
จังหวัดยากจนที่สุด “แม่ฮ่องสอน” ที่มีความสุขอันดับ 1 ของประเทศ (ข้อมูลจาก : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2561) จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ 7,987,808 ไร่ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ และอันดับ 8 ของประเทศ ซึ่ง 85 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ป่า 4.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่การเกษตร (361,766 ไร่) และ 10.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่อยู่อาศัยและอื่นๆ สภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถดำเนินวิถีชีวิตด้านการเกษตรร่วมกับป่าได้อย่างมีความสุขและอย่างยั่งยืน โดยสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ดำเนินการกิจกรรมจัดตั้งธุรกิจรายสินค้าเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรเกษตรกร มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนา แก้ปัญหา เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ และนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืน สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงดำเนินกิจกรรมจัดตั้งกลุ่มธุรกิจรายสินค้าเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กลุ่มเกษตรปลอดภัยบ้านนาเปะ ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยยึดหลัก “ตลาดนำ&
จากหัวปลี 5 กิโลกรัม ราคาไม่กี่สิบบาท เพิ่มมูลค่า กลายเป็น 5 กิโลกรัม 1,500 บาท ขึ้นมาได้ยังไงมาดูกัน! คุณเสาวลักษณ์ มณีทอง หรือ พี่จอน บ้านเลขที่ 339 หมู่ที่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อดีตพนักงานออฟฟิศ ทำงานเกี่ยวกับระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ หวนคืนถิ่นกลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดตาก ที่มาของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหัวปลี เพิ่มน้ำนมแม่ พี่จอน เล่าว่า ตนเองทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ มานานกว่า 10 ปี จนมีความรู้สึกว่าอิ่มตัวกับงานประจำที่ทำแล้ว อยากกลับบ้านมาดูแลพ่อกับแม่ จึงพยายามมองหาอาชีพที่จะรองรับตัวเองหลังจากลาออกจากงานมาแล้ว ใช้เวลามองหาอยู่นานก็ยังไม่เจออาชีพที่ถูกใจและให้เงินเดือนเท่าๆ เดิมจากที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงมีความคิดที่ว่าในเมื่อหางานหาเงินที่ต้องการไม่ได้ ทำไมไม่ลองกลับมาพัฒนาอาชีพเกษตรของพ่อแม่ให้ดีขึ้น พัฒนาให้หลุดพ้นจากปัญหาการตลาดที่มีมานาน โดยเริ่มจากการมองหาประโยชน์จากสิ่งใกล้ตัว เนื่องจากเกษตรกรในชุมชนมักจะปลูกกล้วยกันเป็นส่วนใหญ่ จึงมองว่าน่าจะเป็นจุดที่สร้างผลิตภัณฑ์เด่นขึ้นมาได้ บวกกับแนวคิดที่อยากจะพัฒนาสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน จนเกิดไอเดี
เทรนด์การบริโภค ผู้คนยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพคือ การลดน้ำตาล ลดไขมัน ทำให้อาหารที่ทำจากพืชธรรมชาติขยายตัวเติบโตมากขึ้น “ช็อกโกแลต” ที่ทำจากผลโกโก้ 100% และใช้สารสกัดหญ้าหวานสตีเวียแทนน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และมีหลากหลายรสชาติให้ผู้ชื่นชอบช็อกโกแลตได้เลือกสรร เดิมช็อกโกแลตแท้ๆ ราคาค่อนข้างสูงเพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทว่าวันนี้สามารถซื้อช็อกโกแลตคุณภาพดี ราคาไม่สูงนักได้ที่จันทบุรี เพราะมีผู้ปลูกโกโก้และผลิตช็อกโกแลตภายใต้แบรนด์ “บีนทูบาร์ ช็อกโคแลต” สามารถไปเที่ยวชม ชิม และซื้อได้ หรืออาจจะมองหาได้ตามร้านจำหน่ายอาหารคีโตทั่วไปทั้งในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด และร้านของฝากจังหวัดจันทบุรี เริ่มจากชอบรับประทานทานช็อกโกแลต อาหารคีโตเจนิก คุณจีรนุช ธรรมอินทอง หรือ คุณปุ้ม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองทราย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เจ้าของแบรนด์ “บีนทูบาร์ ช็อกโคแลต” เล่าว่า เดิมทำสวนมังคุดรุ่นปู่ย่า รับช่วงต่อจากพ่อแม่ มาร่วม 20 ปี เคยทำงานบริษัทโฆษณา นักจัดรายการวิทยุชุมชน เพิ่งทำธุรกิจช็อกโกแลตขายมาได้ 2 ปีเศ
อาชีพเกษตรกรรมในความหมายของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป บางคนมองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ เป็นอาชีพของคนจน แต่ในความหมายของบางคนมองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ทั้งมีเกียรติและมีกิน คุณอรรณพ สารนอก เกษตรกรรุ่นใหม่ป้ายแดง อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 7 ตำบลโนนทองหลาง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ผู้ที่นับว่าเป็นเกษตรกรป้ายแดงเริ่มทำเกษตรเมื่อปี 2562 นับมาถึงปัจจุบันระยะเวลาผ่านมาเพียง 1 ปี แต่ระยะเวลาไม่ได้เป็นตัวการันตีความสำเร็จ เขาคนนี้ผู้มีความชอบใจรักในการเกษตร จึงใช้เวลาหลังจากลาออกจากงานประจำมาศึกษาเรียนรู้และต่อยอดงานเกษตรของที่บ้านอย่างไม่หยุดยั้ง จุดเริ่มต้นลาออกจากงานประจำ มาต่อยอดงานเกษตรของครอบครัว คุณอรรณพ เล่าว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร ตนเองเรียนจบด้านภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จบมาทำงานเป็นพนักงานประจำของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาทำเกษตรเนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ทำงานมีความคิดตลอดว่าการเป็นพนักงานประจำในตำแหน่งที่ทำได้เงินเดือนดีก็จริง แต่ก็ยังเลี้ยงได้แค่ตัวเอง ไม่สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้ และเหตุ
กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูป ผ่านโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค OPOAI 4.0 ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน กว่า 10 ปีแล้วที่โครงการโอปอยเข้าไปช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท ผ่านแผนงานของโครงการ 7 แผนงาน ซึ่งในแต่ละแผนงานมุ่งหวังให้สถานประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการโอปอย จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ทีมงานที่ปรึกษา และสถานประกอบการที่จะต้องผสานความร่วมมือกันในการดำเนินโครงการ โดย สอจ. จะทำหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือ ติดตาม และประสานงาน ส่วนทีมงานที่ปรึกษาจะเป็นผู้ที่เข้าไปให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการ สำหรับสถานประกอบการมีหน้าที่ให้รายละเอียดแก่ทีมงานที่ปรึกษา และร่วมกันแก้ไข ดำเนินการปรับปรุงตามคำแนะนำของที่ปรึกษา รวมทั้ง ทีมที่ปรึกษายังได้จัดทำแผนการดำเนินงาน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้สถานประกอบการนำองค์ความรู้ที่ไ
