หอมหัวใหญ่
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานหอมหัวใหญ่ กิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิตภายใต้แคมเปญ “รักนะจึงให้หอม (หอมหัวใหญ่) เชียงใหม่เน้อจ้าว” จำนวน 12 คัน สู่ตลาดปลายทางทั่วประเทศ กระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง บรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ ณ สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว จำกัด ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ขบวนการสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่วาง และสันป่าตอง เข้าร่วม โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายและกล่าวเปิดงานกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ผ่านขบวนการสหกรณ์รวมทั้งสิ้น 50 ตัน เป็นมูลค่า 872,450 บาท พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนโยบาย CPD DRIVE และชมบูธอาหารจากหอมหัวใหญ่และสินค้าสหกรณ์ และเปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐา
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์หอมหัวใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตหอมหัวใหญ่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่วาง อ.ฝาง และ อ.พร้าว ซึ่งทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานไปยังสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ในพื้นที่ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด อ.ฝาง สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่แม่วาง จำกัด อ.แม่วาง และสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่พร้าว จำกัด อ.พร้าว ให้เตรียมความพร้อมเรื่องการรวบรวมผลผลิตเพื่อกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วไทย โดยผ่านเครือข่ายสหกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศที่ต้องการรับซื้อผลผลิต โดยจะมีการปล่อยคาราวานรถบรรทุกขนหอมหัวใหญ่จากเชียงใหม่ไปสู่ตลาดปลายทาง ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 นี้ โดยจะรับในราคานำตลาดที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากที่ราคาหอมหัวใหญ่ปัจจุบันตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น ปัจจุบันปริมาณผลผลิตหอมหัวใหญ่ของทั้ง 4 สหกรณ์ใน จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย 1. สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด อ.ฝาง มีสมาชิก 1,932 ราย
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์พืชหัว กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2567/68 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ เดือนมีนาคม 2568) คาดว่า ประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกกระเทียม 52,067 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีพื้นที่ปลูก 52,457 ไร่ (ลดลง 390 ไร่ หรือร้อยละ 0.74) ให้ผลผลิต 55,306 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่จำนวน 53,714 ตัน (เพิ่มขึ้น 1,592 ตัน หรือร้อยละ 2.96) เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต มีปริมาณน้ำเพียงพอ ไม่มีโรคพืชและแมลงศัตรูพืชระบาด ซึ่งแหล่งปลูกกระเทียมที่สำคัญคือ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน สำหรับหอมแดง คาดว่าจะมีเนื้อที่ปลูก 53,863 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีพื้นที่ปลูก 54,266 ไร่ (ลดลง 403 ไร่ หรือร้อยละ 0.74) ผลผลิต 152,469 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 148,239 ตัน (เพิ่มขึ้น 4,230 ตัน หรือร้อยละ 2.85) เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีโรคพืชและแมลงศัตรูพืชรบกวน แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ศรีสะเกษ เชียงใหม่ และลำพูน เป็นต้น และหอมหัวใหญ่ คาดว่าจะมีเนื้อที่ปลูก 7,826 ไร่ ลดลงจากปีที
หอมหัวใหญ่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ มีฤทธิ์มากในการขับสารพิษทั้งที่เป็นโลหะหนักและพยาธิ หอมหัวใหญ่ (Allium cepa) เป็นพืชในตระกูลเดียวกับกระเทียม อุดมไปด้วยธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน ซีลีเนียม เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก และฟลาโวนอยด์เควอเซทิน หอมหัวใหญ่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ มีฤทธิ์มากในการขับสารพิษทั้งที่เป็นโลหะหนักและพยาธิ เควอเซทินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก คอเลสเตอรอลและความดันเลือดสูง หอมหัวใหญ่มีผลคล้ายกระเทียมในการลดคอเลสเตอรอลและความดันเลือด มีสารไซโคลอัลลิอิน ที่สามารถละลายลิ่มเลือดที่จับตัวอุดขวางทางเดินเลือดได้ ผลการศึกษากลุ่มคนกินมังสวิรัติในประเทศอินเดียที่กินกระเทียม 10 กรัม ต่อสัปดาห์ และกินหอมหัวใหญ่ 200 กรัม ต่อสัปดาห์ มีปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์เฉลี่ย 172 และ 75 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ในขณะที่ค่าดังกล่าวในกลุ่มควบคุม (ไม่ได้กินกระเทียมและหอมหัวใหญ่) คือ 208 และ 109 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ส่วนการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัวในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันเอชดีแอลต
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์พืชหัวปีเพาะปลูก 2566/67 กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2566) กระเทียม คาดว่าประเทศไทยมีเนื้อที่ปลูก 52,916 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมา ที่มีเนื้อที่ปลูก 54,583 ไร่ (ลดลงร้อย 3.05) ให้ผลผลิต 54,653 ตัน ลดลงจาก 59,326 ตัน (ลดลงร้อยละ 7.88) เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและบางพื้นที่มีแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ประกอบกับต้นทุนการผลิตสูง โดยแหล่งปลูกที่สำคัญ 3 ลำดับแรก คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน หอมแดง คาดว่าจะมีเนื้อที่ปลูก 54,858 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมา ที่มีเนื้อที่ 55,830 ไร่ (ลดลงร้อยละ 1.74) ให้ผลผลิต 143,988 ตัน ลดลงจาก 149,312 ตัน (ลดลงร้อยละ 3.57) เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แหล่งปลูกที่สำคัญ 3 ลำดับแรก ได้แก่ ศรีสะเกษ เชียงใหม่ และลำพูน หอมหัวใหญ่ คาดว่าจะมีเนื้อที่ปลูก 9,640 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีเนื้อที่ปลูก 7,955 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.18) ผลผลิต 32,967 เพิ่มขึ้นจาก 28,265 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.64) เนื่องจากปีที่ผ่านมาราค
คุณฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์หอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2564/65 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ กุมภาพันธ์ 2565) คาดว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่ รวมประมาณ 8,504 ไร่ ลดลงจากปีเพาะปลูก 2563/64 ที่มีพื้นที่ปลูก 8,798 ไร่ (ลดลงร้อยละ 3.34) ให้ผลผลิต 34,647 ตัน ลดลงจากปีเพาะปลูก 2563/64 ที่ให้ผลผลิต 34,797 ตัน (ลดลงร้อยละ 0.43) เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ราคาดีกว่าแทน อาทิ หอมแขก ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศคือ จังหวัดเชียงใหม่ (ผลผลิตร้อยละ 74 ของประเทศ) รองลงมาคือ เชียงรายและนครสวรรค์ ตามลำดับ ผลผลิตส่วนใหญ่ทยอยออกตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน และผลผลิตออกมากสุดในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ ภาพรวมราคาหอมหัวใหญ่ที่เกษตรกรขายได้ เริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงต้นปี เนื่องจากผลผลิตลดลง พ่อค้าในพื้นที่เข้ามารับซื้อผลผลิตมากขึ้น และการส่งออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นส่งออกได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่การบริหารจัดการสินค้าหอมหัวใหญ่ในปี 2565 กระทรวง
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2564/65 ในพื้นที่รับผิดชอบของ สศท.1 ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ 95 ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ โดยปีเพาะปลูก 2564/65 (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) คาดว่ามีเนื้อที่เพาะปลูกรวม 3 จังหวัด 8,606 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีเนื้อที่เพาะปลูก 8,328 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3) เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น ด้านผลผลิต คาดว่าจะมีปริมาณรวม 35,044 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 32,740 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหอมหัวใหญ่ได้ดี คาดว่าไม่มีฝนตกในช่วงการเก็บเกี่ยว สำหรับการเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวนเกษตรกรเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ทั้ง 3 จังหวัด (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) รวม 3,765 ราย เกษตรกรจะเริ่มทยอยปลูกในเดือนกรกฎาคม
หอมหัวใหญ่…เป็นพืชผักคู่ครัว ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และโตไว ปลูกได้ 2 วิธี คือ ปลูกแบบสวนหลังบ้านเพื่อเก็บผลผลิตมาบริโภค และการปลูกในเชิงการค้า จะเน้นการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาปริมาณมากที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด หอมหัวใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมีรายได้และมีความมั่นคงในการยังชีพ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรกรปลูกหอมหัวใหญ่แปลงใหญ่…ได้คุณภาพผลผลิต มาบอกเล่าสู่กัน คุณเจริญ พิมพ์ขาล หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี เล่าให้ฟังว่า หอมหัวใหญ่หรือหอมใหญ่ (Onion) เป็นพืชผักคู่ครัว มีสรรพคุณช่วยรักษาเบาหวาน โรคหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด บำรุงระบบโลหิต ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีวิตามินซีสูงที่เสริมสร้างให้มีสุขภาพแข็งแรง หอมหัวใหญ่ เป็นพืชผักที่ปลูกเพียง 1 ครั้ง ต่อปี เมื่อย้ายต้นกล้าอายุ 45 วัน ลงปลูกในแปลง หลังจากนั้นอีก 90-110 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยลักษณะดอกหอมหัวใหญ่จะออกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกสีขาว หัวหอมกลมป้อม เปลือกนอกบาง มีสีม่วงแดง เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกษตรกรที่รวมกลุ่มปลูกหอมใหญ่แ
สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด เชื่อมโยงตลาดกับเอกชนรับซื้อผลผลิตหอมหัวใหญ่ของสมาชิก ใช้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด ช่วยพยุงราคาผลผลิต สมาชิกและเกษตรกรพึงพอใจให้ราคาดี สร้างรายได้ นายสุดเขตร ชาติพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 6 อำเภอฝาง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง จำกัด ในการเปิดจุดรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตหอมหัวใหญ่ของสมาชิกสหกกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอฝาง โดยสหกรณ์ฯ ดำเนินการเปิดจุดรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตหอมหัวใหญ่ปีการผลิต 2562/63 ซึ่งมีการเชื่อมโยงการตลาดกับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการในท้องถิ่น มีสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่จำนวนกว่า 2,373 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 2,847 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้มีผลผลิตจำหน่ายออกสู่ตลาดไปแล้วกว่า 15,943,200 กิโลกรัม คิดเป็น 80% ของผลผลิตทั้งหมด ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 7,000 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 8 บาท รวมมูลค่า 127,545,600 บาท เมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตต่อไร่ เทียบกับราคาต่อหน่วย จะเห็นว่า
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดว่า ปี 2562 เนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ รวมทั้งประเทศ 10,354 ไร่ ลดลง จากปี 2561 ซึ่งมีจำนวน 10,430 ไร่ (ลดลงร้อยละ 0.73)ผลผลิต รวมทั้งประเทศ 37,072 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งมีจำนวน 36,838 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.64) ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูกทั้งประเทศ 3,580 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3,532 กิโลกรัมต่อไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.36) สำหรับเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ในปี 2562 คาดว่าเนื้อที่ลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากราคาหอมหัวใหญ่เบอร์ 1 ที่เกษตรกรขายได้ ในปี 2561 เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 9.46 บาทเมื่อเทียบกับปี 2560 ราคาลดลงร้อยละ 34.40 ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 14.42 บาท จึงไม่จูงใจให้เกษตรกรเพิ่มเนื้อที่เพาะปลูก ส่วนผลผลิตต่อไร่ คาดว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว หากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น ไม่มีโรค และแมลงรบกวน เอื้ออำนวยต่อการผลิต ส่งผลให้ผลผลิตทั้งประเทศเพิ่มขึ้น
