องค์การส่งเสริมกิจการโคนม
อ.ส.ค. ผนึก อ.ต.ก. ขยายช่องทางการตลาด และสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ตราไทย-เดนมาร์ค ใน ตลาดอ.ต.ก.พร้อมส่งทีมขาย“หนุ่มสาววัวแดง”เปิดเกมรุกขยายตลาดภูธรภายใต้แคมเปญ “เพียงคุณสั่ง เราส่งถึงที่”เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ทะลุเป้าในปีนี้นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ตราไทย-เดนมาร์คให้กว้างขวางขึ้นครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกเพศ ทุกวัย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)ในการจัดจำหน่วยผลิตภัณฑ์ตราไทย-เดนมาร์ค ณ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ในตลาด อ.ต.ก.กรุงเทพรวมทั้งส่งเสริมทางด้านตลาดและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ตราไทย-เดนมาร์คให้เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันตลาด อ.ต.ก.ถือเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่ได้คุณภาพสูงที่ประชาชนให้การยอมรับและมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแม่บ้าน กลุ่มคนทำงานและกลุ่มคนรุ่นใหม่มาใช้บริการวันละหลายพันคนฉะนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีที่ อ.ส.ค.ได้เข้ามาทำ
อ.ส.ค.เปิดอาณาจักรฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ครับเทศกาลสงกรานต์หนุนวันครอบครัวลดค่าเข้าเยี่ยมชม 10% นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมวันครอบครัวและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถึใหม่ (New Normal) ในฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค อ.ส.ค.ได้จัดโปรโมชั่นลดค่าเข้าชมฟาร์มฯ 10% สำหรับประชาชนที่สนใจพาลูกหลานและคนในครอบครัวเข้ามาท่องเที่ยวในฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค สำหรับกิจกรรมชมฟาร์มฯ อ.ส.ค.เปิดให้บริการ 6 รอบ/วัน เริ่มรอบเช้า 9.00น.,10.00น.และ11.00น.และรอบบ่าย13.00น.,14.00น.และ 15.00น. เยี่ยมชมศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เรียนรู้ศาสตร์พระราชา สาธิตการทำปุ๋ยนมสด รีดนมแม่โค (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ป้อนนมลูกโค (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ชมวีดีทัศน์ประวัติฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ให้อาหารปลา ชมการแสดงคาวบอยทุกกิจกรรมอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยนักท่องเที่ยวทุกท่านต้องผ่านจุดคัดกรองของทางฟาร์มฯ พร้อม Check in ผ่าน QR Code “ไทยชนะ” ณ จุดคัดกรองฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวต้องใส่หน้ากาก
อ.ส.ค. เดินหน้ารุกขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ “ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน นมไทย-เดนมาร์ค ผลิตนมเพื่อสร้างคน ไม่จำนนให้ยาเสพติด” เพื่อน้อมนำโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อน้อมนำโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อ.ส.ค.ได้เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ “ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน นมไทย-เดนมาร์ค ผลิตนมเพื่อสร้างคน ไม่จำนนให้ยาเสพติด” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554-จนถึงปัจจุบัน โดยภารกิจสำคัญๆ ของชมรมคือ การรวมพลังพนักงาน อ.ส.ค. และครอบครัวนมไทย-เดนมาร์ค มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามพระปณิธานขององค์ประธาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด โดยมีแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 แผน คือ แผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ อาทิ ได้มีการจัดกิจกรรมทูบีนัมเบอร์วัน ฟุตบอลไทย-เดนมาร์ค คัพ ต้านภัยยาเสพติด เพื่อสร้างสัมพันธ์สมาชิกชมรม เยาวชน และประช
อ.ส.ค.-บขส.ผนึกความร่วมมือครั้งใหญ่ พลิกมิติการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่ (New Normal) จัดขบวนรถเข้าเยี่ยมชมอาณาจักรฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คทั้งแบบเช้า-เย็นกลับ เช่าเหมาแบบกลุ่ม คณะในราคามิตรภาพ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและหนุนวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นสร้างรายได้ให้ชุมชน นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อกระตุ้นและปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่ (New Normal) แบบ ONE DAY TRIP ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค อ.มวกเหล็กจ.สระบุรีแก่นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เร็วๆนี้อ.ส.ค.ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรขึ้น โดยการลงนามในครั้งนี้อ.ส.ค. และ บขส. จะร่วมกันเสนอแนวคิดหรือโครงการในการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่ (New Normal) ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลระหว่างกันอันจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสอดรับกับเส้นทางเดินรถของทาง บขส.และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรฯ พร้อมร่วมกันเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครง
รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และรับมอบหนังสือพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากตัวแทนชุมนุมสหกรณ์ นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด พร้อมด้วย นายประกอบ เผ่าพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ ห้อง 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว จะนำข้อร้องเรียนของตัวแทนชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด เข้าหารือกับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานให้สามารถมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนได้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากรัฐบาลที่จัดสรรให้ดำเนินการปีละกว่า 14,000 ล้านบาท สำหรับผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพให้แก่เด็กนักเรียนของไทยได้ดื่มนม และยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้ความสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จากข้อร้องเรียนของชุมน
ความยากจนไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นเพียงบททดสอบชีวิต ที่ทุกคนต้องพยายามก้าวข้ามให้ได้ หากสอบผ่าน ครอบครัวจะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเหมือนกับ “ลุงเชือน ชัยพร้อม” เกษตรกรวัย 73 ปี เจ้าของกิจการธุรกิจเลี้ยงวัวนม ชื่อ “สำราญฟาร์ม” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ลุงเชือนเกิดในครอบครัวเกษตรกร ยึดอาชีพทำเกษตรตามรอยพ่อแม่ ลุงเชือนทำเกษตรบนที่ดิน 50 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด เนื่องจากที่ดินดังกล่าวอยู่ห่างจากแหล่งน้ำชลประทาน จึงเพาะปลูกพืชไร่เป็นหลัก เริ่มจากปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ทำไร่สับปะรด แต่ไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้ เนื่องจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ตลาดมีความเสี่ยงสูง ราคาสินค้าปรับขึ้นๆ ลงๆ ตามภาวะตลาด เลือกอาชีพเลี้ยงวัวนม ลุงเชือนตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพหันมาเลี้ยงโคขุนแทน แต่ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ในปี 2542 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรีหันมาเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพ โดย อ.ส.ค. ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรกรรมเพชรบุรี อบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายใหม่ โครงการดังกล่าวนับเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพเลี้ยงวัวนมของลุงเช
คณะกรรมการเร่งสรรหามืออาชีพขึ้นแท่นผู้บริหารอ.ส.ค.คนใหม่ ประกาศขยายเวลารับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผอ.อ.ส.ค.คนใหม่ออกไปตั้งแต่วันนี้-30 ก.ย. 64 ชี้เป้าเน้นมืออาชีพเพื่อผลักดัน อ.ส.ค. สู่ผู้นำอุตสาหกรรมนมครบวงจรระดับอาเซียน และสืบสาน ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทานสู่ความมั่นคง ยั่งยืนในอนาคต นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ประธานกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่าหลังจากได้ประกาศสรรหาบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ตั้งแต่วันที่ 9 – 31 สิงหาคม 2564 ไปนั้นปรากฏว่ายังไม่มีผู้ใดที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาครบถ้วนในการเข้ามาบริหารจัดการและพัฒนาส่งเสริมกิจการโคนมของ อ.ส.ค.ผู้นำอุตสาหกรรมนมของประเทศ ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาจึงได้ออกประกาศ ขยายเวลารับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง ผอ.อ.ส.ค.คนใหม่ออกไปโดยกำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ 2-30กันยายน 2564 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (
วันที่ 6 กันยายน 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ จังหวัดสระบุรี เพื่อส่งมอบวัคซีนป้องกันไวรัสลัมปีสกิน(Lumpy Skin Disease) ให้กับประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค เพื่อจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่อยู่ในพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. โดยมีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายชาญชัย จุลโลบล ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรีและนายสุรักษ์ นามตะ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตลอดจนเกษตรกรและผู้นำภาคประชาชนเข้าร่วมงานและให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนม ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ว่าตามที่ประเทศไทยได้พบการระบาดของโรคลัมปีสก
อ.ส.ค. ผนึกกำลังร่วมกับตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คทั่วประเทศ จัดทำ “โครงการวัคซีนใจ On–site กับ นมไทย-เดนมาร์ค” แจกนม 3 ล้านกล่อง ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พร้อมมอบให้ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คทั่วประเทศออกจำหน่ายถึงประตูบ้านเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่กำลังวิกฤติหนักในขณะนี้ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แสดงความห่วงใยต่อสุขภาพ ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน จึงได้มอบหมายให้ อ.ส.ค.จัดทำ “โครงการวัคซีนใจ On–site กับนมไทย-เดนมาร์ค”ขึ้นโดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ 3 ด้านคือ 1. ส่งเสริมให้ตัวแทนจำหน่ายใช้แพลตฟอร์มในการสื่อสารทางออนไลน์กับลูกค้าในท้องถิ่น 2. เพื่อให้ลูกค้าในท้องถิ่นได้รับบริการจัดส่งผลิตภัณฑ์นมถึงบ้านแบบจัดส่งฟรี และ 3. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนและชุมชนในท้อง
จากสถานการณ์โรคระบาดการติดเชื้อไวรัส ลัมปี-สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤตหนัก ทำให้โค-กระบือป่วยแล้วกว่า 85,000 ตัว เพื่อป้องกันการระบาดของโรคและป้องกันความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือทั่วประเทศ อ.ส.ค. จัดกิจกรรม “ดื่มนมทานเนื้อปลอดภัย ส่งกำลังใจให้เกษตรกร สู้ภัยโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ” นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบายองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) มีความห่วงใยต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบทั่วประเทศ 5,952 ราย มีจำนวนโครวม 174,658 ตัว ส่งน้ำนมดิบให้ อ.ส.ค. ประมาณ 874 ตัน ต่อวัน โดยพื้นที่ภาคกลางมีสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบมากที่สุดคือ จำนวน 15 สหกรณ์ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 2,380 ราย และจำนวนโคนม 65,863 ตัว จึงได้สั่งการให้ อ.ส.ค. เฝ้าระวังโรคในพื้นที่พร้อมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดและให้รายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง นอกจากนี้ รมช.มนัญญาได้ลงพื้นเป็นประธานจัดกิจกรรม “โครงการรณรงค์ป้องกันโรคลัมปี-สกิน” ณ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง อ.ส.ค. มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมมอบสิ่งของ
