อาหารเพื่อสุขภาพ
ปัจจุบัน คนไทยประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยเฉพาะมิติ BCG Model หรือระบบเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างชุมชนสู่ความเข้มแข็ง มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงในชุมชน หลักการเกษตรสุขภาพ ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและการวิจัย วิทยาลัยบริหารศาสตร์ กล่าวว่า “เกษตรสุขภาพ” เป็นการทำการเกษตรผสมผสาน สวนป่า ธรรมชาติ มุ่งผลิตอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระความเจ็บป่วย ความเสื่อมสภาพของร่างกาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรสุขภาพ งดการใช้สารเคมีทุกชนิด เน้นใช้จุลินทรีย์ ชีวภาพ สารอาหารธรรมชาติ และสิ่งที่เหลือใช้ภายในบ้าน ชุมชน ป่า นำมาผลิตเป็นธาตุอาหารให้กับพืชที่ปลูก และเน้นปลูกพืช
มีผู้ประกอบการไม่น้อยที่เปลี่ยนความชอบเป็น Passion สร้างธุรกิจ เช่นเดียวกับ คุณยุวดี มีทำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปหมึก ฟู้ดแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ‘แคปหมึก’ ภายใต้แบรนด์ ‘Ocean Boy’ ที่ชื่นชอบการรับประทานปลาหมึกเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่ได้คิดเพียงว่าทำสินค้าอะไรก็ได้จากปลาหมึก แต่เริ่มจากการค้นหางานวิจัยเพื่อนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง จนกลายเป็น ‘แคปหมึก’ ขนมไทยใส่นวัตกรรมที่สะกดใจผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ เริ่มจากความชอบเปลี่ยนเป็น Passion สร้างธุรกิจไม่เหมือนใคร คุณยุวดี เล่าถึงที่มาของธุรกิจว่า เกิดจากความชอบรับประทานปลาหมึก จนกลายมาเป็นธุรกิจจากการได้ไปพบงานวิจัยของด็อกเตอร์ท่านหนึ่ง แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช เรื่องการทำปลาหมึกแปรรูปให้พองฟู และกรอบเหมือนแคปหมู งานวิจัยนี้ช่วยทำให้ความฝันของเธอ ก้าวสู่ความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจ เพราะมองว่า คนรับประทานหมูอาจมีข้อจำกัดบางเชื้อชาติ แต่สำหรับปลาหมึกใครๆ ก็รับประทานได้ ไม่จำกัดเชื้อชาติ ถ้าทำผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานส่งออกที่ครบถ้วน จะมีโอกาสเติบโตสู่ตลาดส่งออกไปยังตลาดทั่ว
ปัจจุบันเทรนด์เรื่องการทำอาหารเพื่อสุขภาพนั้นได้รับความนิยมเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มมีความตระหนักกับความเสี่ยงต่อสุขภาพของพวกเขาในอนาคต ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่ดีต้องเริ่มที่อาหารการกิน ทำให้เกิดเป็นอาหารคลีนขึ้นมา แต่ในการทำอาหารคลีนนั้นก็จำเป็นต้องใช้ส่วนผสมต่างๆ ที่ผ่านการปรับสูตรต่างๆ มาอย่างดีเพื่อให้เลี่ยงแร่ต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายออกไปได้ สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องปรุงและผงปรุงรสออนไลน์ เพื่อการทำอาหารคลีนวันนี้เราจะมาแนะนำกับ 5 เครื่องปรุงที่คุณต้องมี 1. น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัดส่วนที่เป็นรำข้าวและจมูกข้าวกล้อง ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมไปด้วยวิตามิน E ที่มีจุดเด่นเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลี่ยงหรือลดไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย เป็นวัตถุดิบที่สามารถหาได้ตามร้านขายเครื่องปรุงและผงปรุงรสทั่วไป 2. น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวนอกจากจะถูกในไปใช้ในเรื่องการบำรุงผิวแล้ว ในแง่ของการทำอาหารก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่แพ้น้ำมันรำข้าวเลยทีเดียว เพราะน้ำมันมะพร้าวนับเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย
หมอโภชนาการ ย้ำผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงพอตามหลักโภชนาการ ได้รับ แนะ 5 เมนูอาหารช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคโควิด-19 และโรคต่างๆ ได้ นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ ระบุว่า ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัม หรือประมาณ 4-6 ทัพพีต่อวัน ส้ม ส้มโอ กล้วย และแอปเปิ้ล ซึ่งสามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สำหรับปั่นสมูทตี้ ผักประเภทหัว นำมาหั่นแช่แข็งเพื่อบริโภคในภายหลัง เช่น แครอต หัวผักกาด หัวบีทรูท กะหล่ำปลี บร็อกโคลี่ กะหล่ำดอก กระเทียม ขิง และหัวหอม เพราะสามารถใช้เพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารได้หลากหลาย รวมไปถึงการควบคุมปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับในแต่ละวันไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชา น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา การบริโภคไขมันรวมน้อยกว่า 30% ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดซึ่งไม่ควรเกิน 10% ลดอาหารประเภทไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อแดง ไขมัน เนย ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมู เป็นต้น ขณะที่การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ จะช่วยในการย่อยอาหารที่ดีต่อสุขภาพและให้ความร
ข้าวสังข์หยดเป็นที่นิยมทานของกลุ่มสายรักสุขภาพกันมาก เพราะเป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และไนอะซิน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ชาวบ้านจึงนิยมปลูกและแปรรูปเป็นข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือ เพื่อจำหน่ายให้กับคนบริโภคข้าวเป็นอาหารเพื่อสุขภาพในชุมชนและจังหวัดใกล้เคียง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชมรมสื่อแห่งปัญญาพัฒนาเกษตรยั่งยืน” รวมตัวกันปลูกข้าวสังข์หยดบนพื้นที่ราบกว้างใหญ่นับพันไร่เคยเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีชื่อว่า “ทุ่งชัยรอง” ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยเป็นข้าวสังข์หยดอินทรีย์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานได้รับความสนใจจากผู้บริโภค กระทั่งนำไปสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิดตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง คุณอำมร สุขวิน ประธานกลุ่ม เล่าถึงอาชีพเกษตรกรรมของตัวเองว่า ตอนนี้ปลูกข้าว 2 ชนิด ได้แก่ สังข์หยดอินทรีย์และข้าว กข 43 โดยข้าวสังข์หยดปลูกนาปีใช้พื้นที่ 4 ไร่ ส่วนข้าว กข 43 ปลูกนาปรังใช้พื้นที่ปลูก 11 ไร่ สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวสังข์หยดและข้าว กข 43 จะแบ่งเก็บไว้ทุกปี แต่บางคราวหากมีความจำเป็นต้องนำมาจากทางศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ข้าว
ทุกวันนี้กระแสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงขยายตัวในวงกว้าง ทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงประกาศเตือนคนไทยอย่าการ์ดตก เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน กศน. กทม.) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์เกี่ยวกับอาหารต้านโควิด (COVID-19) บนหน้าเพจเฟซบุ๊ก (https://www.facebook.com/ksnbkk) โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่สามารถป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านการทำแบบทดสอบ 70% จะได้รับเกียรติบัตรทางอีเมล นอกจากนี้ สำนักงาน กศน. กทม. ยังได้เชิญชวนให้คนไทยหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ โดยกินอาหารเพื่อสุขภาพ 2 เมนู คือ ไก่ผัดขิง และต้มโคล้งปลากรอบ รวมท
ชาวบ้านบ้านขันหมู่ พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวนยางพารา ปลูกพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนหนึ่งจะมีเวลาว่างจากอาชีพหลักในช่วงบ่าย ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งมีแนวคิดในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จึงรวมกันจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านผลิตไข่เค็มน้ำแร่ขึ้น เพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวเสริมจากอาชีพหลัก คุณนาตยา แท่นรัตน์ ประธานกลุ่มแม่บ้านผลิตไข่เค็มน้ำแร่ บอกด้วยว่า ตนเองเป็นแม่บ้านตำรวจ ซึ่งหลังจากที่สามีย้ายมาประจำที่สถานีตำรวจภูธรนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตนเองได้ลาออกจากบริษัทในกรุงเทพฯ มาอยู่กับครอบครัวในพื้นที่จังหวัดพัทลุง หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ มีแนวคิดในการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับครอบครัว จึงได้ชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนาขยาด อำเภอควนขนุน รวมกลุ่มกันผลิตไข่เค็มน้ำแร่เพื่อสุขภาพ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน ซึ่งไข่เค็มดังกล่าว ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้นมา นับเป็นไข่เค็มเพื่อสุขภาพ โดยแบ่งการผลิตไข่เค็มออกเป็น 2 ชนิด คือ ไข่เค็มน้ำแร่ใบเตยหอม และไข่เค็มน้ำแร่จมูกข้าวสังข์หยด ส่วนวั
เชื่อว่า ไม่มีใครอยากแก่ชรา ร่างกายถดถอยลง โรคภัยเบียดเบียน หลังค่อม ผมขาว ผิวตกกระ ทุกคนต้องการมีสุขภาพแข็งแรง ให้หนุ่ม-สาว ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือเป้าหมายที่ทุกคนใฝ่ฝัน เรื่องนี้ทำได้จริง โดยอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจและใช้เคล็ดลับการกินอาหารเพื่อสุขภาพ 10 ประการ บำรุงดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้ กินอาหารเช้าทุกวัน กินอาหารเช้า เป็นเรื่องสำคัญมากและจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจและพลังชีวิตของทุกคนตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้าจะช่วยลดระดัยคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น และทำให้กินอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนในกลุ่มผู้กินอาหารเช้า เปลี่ยนน้ำมัน ที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิด เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวันปรุงอาหารแทนน้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธีแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดไม่มีไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย แถมยังมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร
ไข่ไก่ เป็นอาหารโปรตีนที่ได้รับความนิยมสูงแล้ว ไข่ไก่ยังถือเป็นแหล่งโภชนาการชั้นเลิศ เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งโปรตีนคุณภาพดี ที่มีกรดอะมิโนที่สำคัญต่อร่างกายถึง 9 ชนิด รวมทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินอี โอเมก้า 3 โฟเลต ไรโบฟลาวิน โคลีน ลูทีน และแร่ธาตุต่างๆ ทั้งโพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง ซีลีเนียม ฯลฯ ไข่ไก่ อุดมไปด้วยเลซิตินที่เป็นสารธรรมชาติที่ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 2 ตัว ได้แก่ โคลีน (Choline) และอิโนซิทอล (Inositol) เลซิติน มีความจำเป็นต่อขบวนการทำงานภายในเซลล์ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงสมองและช่วยเสริมสร้างความจำ บำรุงและชะลอการเสื่อมของตับ และเป็นตัวช่วยสำคัญในการเร่งการเผาผลาญของคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอุดตันในเส้นเลือด “โคลีน” เป็นสารสื่อประสาทที่มีอยู่ในไข่ในรูปเลซิติน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่พบในเยื่อหุ้มเซลล์สมอง และเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์สมอง ตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์จนถึงสิ้นอายุขัย และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของอะเซทิลโคลีน (acetylcholine) ซึ่งเป็นสารเคมีในเซลล์สมองที่ทำหน้า
หากเอ่ยชื่ออาหารเพื่อสุขภาพ “สลัด” ถือเป็นเมนูลำดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง โดยเฉพาะสายคลีน สายเฮลท์ตี้ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก รับประทานแล้วไม่อ้วน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะผักสลัดอุดมไปด้วย วิตามิน เกลือแร่ และมีปริมาณแคลอรีไม่มาก สามารถเผาผลาญได้ในเวลาอันสั้น หัวใจสำคัญที่ทำให้เมนูนี้อร่อย นั่นคือ น้ำสลัด เพราะเป็นตัวชูรสชาติที่ทำให้ผักอร่อยกลมกล่อมแบบลงตัว และเพื่อเพิ่มสุขภาพดีให้กับคนหลงใหล “เมนูสลัด ” สามพรานโมเดล อะคาเดมี่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเต็มเวิร์คช็อป 4 สูตรเด็ด “น้ำสลัดออร์แกนิก” เพื่อเพิ่มอัตราการบริโภคผักผลไม้วันละ 400 กรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และเพื่อให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้ เคล็ดลับความอร่อย รวมถึงเทคนิค วิธีการทำน้ำสลัด ที่ดีต่อสุขภาพ มีประโยชน์ สะอาด ปลอดภัยด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำรับประทานเองที่บ้าน สำหรับเวิร์คช็อป “น้ำสลัดออร์แกนิก” มี 4 สูตรด้วยกัน ได้แก่ 1.น้ำสลัดยำไทย 2.น้ำสลัดบัลซามิก3.มายองเนส และ 4.น้ำสลัดซีอิ๊วงาคั่วญี่ปุ่น แต่ละสูตรมีความโดดเด่นที่แตกต่างๆ กัน แต่ที่เหมือนกั
