เกษตรกรต้นแบบ
คุณพิสิตร์ ภูโท หรือ ผู้ใหญ่สิตร์ บ้านโนนสำเริง ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 089-285-5962 เป็นเกษตรกรต้นแบบด้านการทำสวนทุเรียน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเกษตรกรดีเด่น สาขาทำสวน ระดับจังหวัด และยังเป็นคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลน้ำอ้อม ผู้ใหญ่พิสิตร์ ทำสวนทุเรียน เนื้อที่ 20 ไร่ นอกจากนั้นยังปลูกมันสำปะหลังอีกกว่า 10 ไร่ มีความรู้เกี่ยวกับการปลูก การดูแลรักษา การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การผสมเกสร และการเก็บเกี่ยวทุเรียน และที่สำคัญสวนทุเรียนของผู้ใหญ่พิสิตร์ ยังเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่ายด้านการปลูกทุเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่และผู้ที่สนใจการทำสวนทุเรียน คุณพิสิตร์ เริ่มปลูกทุเรียนเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีความรู้และเข้าใจธรรมชาติของผลไม้ชนิดนี้ดีนัก กระทั่งเพื่อนที่ทำงานด้านเกษตรแนะนำให้รู้จักเจ้าหน้าที่เกษตรที่จันทบุรี เพื่อให้ทดลองปลูกก่อนสัก 1 ไร่ ผู้ใหญ่พิสิตร์เผยว่า แปลงทดลอง 1 ไร่ ปลูกโดยขาดความรู้และทักษะ ไม่รู้แม้กระทั่งช่วงเวลาการดูแลและใส่ปุ๋ยจึงไม่ได้ใส่ม
คุณวีนัด สำราญวงศ์ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่มีผลงานโดดเด่นในเรื่องการปลูกดูแลอ้อยตอ ที่ขยายผลผลิตนับสิบปี แนวคิดในการทำอ้อยอย่างยั่งยืนคือ ตัดอ้อยสดส่งขายโรงงานน้ำตาลโดยไม่มีการเผาใบอ้อย เพื่อลดโลกร้อน รักษาระบบนิเวศในไร่อ้อย อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ให้อยู่ในสภาพธรรมชาติ นอกจากนี้ มุ่งรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยตัดอ้อยสด ตัดใบอ้อยทิ้งในแปลง และการฉีดน้ำหมักปุ๋ยยูเรีย ช่วยเร่งการย่อยสลายของใบอ้อยทุกปี ทำให้ดินมีความชื้น มีอินทรียวัตถุเพิ่มมากขึ้น และดินมีความอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่ตออ้อยที่ 4 ไม่ต้องปลูกอ้อยใหม่ ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน สามารถลดต้นทุนการผลิตในการเตรียมดิน ค่าปลูก ค่าพันธุ์อ้อย ค่ากำจัดวัชพืช และค่าปุ๋ยที่เกินความจำเป็น การตัดอ้อยสด นอกจากได้ค่าขายต้นอ้อย และค่าความหวานเพิ่ม ซีซีเอส (CCS.) ทางโรงงานน้ำตาลยังให้เงินเพิ่มจากการตัดอ้อยสด ตันละ 30-50 บาท ทำให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้น คุณวีนัด ตั้งใจเลี้ยงอ้อยไว้ตอนานอย่างยั่งยืน โดยไม่นำรถตัดอ้อยซึ่งเป็นเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าในแปลงอ้อย เพื่อไม่ให้ตออ้อยถูกทำลายและดินแน่นจนเกิดดินดาน สามารถไว้ตอได้นานหลายสิบปี โดยให้ผลผ
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 เวลา 10.00 น. นายภาชน์ จารุภุมมิก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ลงพื้นที่โครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นแปลงที่ดินของเกษตรกรต้นแบบ (นายวินัย พรมสุภาพ) เลขที่ 7 บ้านคลองกุ่ม หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีนายวินัย พรมสุภาพ มีพื้นที่ทำการเกษตร รวม 50 ไร่ ได้ทำการเกษตรในแปลงที่ดิน ได้แก่ การปลูกไม้ผล ไม้กินได้ พืชผักสวนครัว พืชไร่ เช่น มะม่วง มะขามเทศ น้อยหน่า ไผ่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น โดยใช้บ่อบาดาล จำนวน 1 บ่อเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและปลูกพืชโดยอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล ซึ่งเพียงพอต่อการทำการเกษตร โอกาสนี้ ท่านหัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ได้รับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรค ของเกษตรกรในโครงการฯ และได้ให้แนวทางการทำการเกษตรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้นและเป็นการครองตนได้อย่างผาสุกตลอดไป
การเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพที่กำลังได้รับความสนใจเพราะสามารถทำกำไรได้มากเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่ง การเลี้ยงโคขุนต้องมีการลงทุนและมีแผนงานที่แน่นอนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาตามที่กำหนด การเลี้ยงโคขุนเปรียบเสมือนการออมทรัพย์ การเติบโตของโคที่เกิดขึ้นคือ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการสะสม เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดก็นำมาขายสร้างรายได้แก่เกษตรกร คุณทวีป สูงสุทธิ์ เกษตรกรบ้านนาโต๊ะหมิง หมู่ที่ 1 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นเกษตรกรหัวไวใจสู้ ทำการเกษตรหลากหลายรูปแบบ เช่น การปลูกปาล์มน้ำมันและการเลี้ยงโคขุนร่วมด้วย เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปีจนพึ่งพาตนเองได้เป็นคนแรกในชุมชนและนำความสำเร็จสรุปเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด แก้ปัญหาความเป็นอยู่และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระทั่งได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังจึงจัดตั้งให้เป็นศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับจ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ต้นแบบความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตองุ่นไชน์มัสแคท ณ สวนองุ่นฮักริมปิง เชียงใหม่ ผลงานการบูรณาการองค์ความรู้ของนักวิจัย ม.นเรศวร ในด้านเทคโนโลยีการผลิต การจัดการโรคและแมลง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคทเพื่อการพาณิชย์ ตลอดจนการประเมินคุณภาพองุ่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าโครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไซน์มัสแคทเชิงพาณิชย์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำชมความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่สวนองุ่นฮักริมปิง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์พร้อมคณะ ได้สะสมความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการจัดการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคท ทั้งจากญี่ปุ่นและสวนองุ่นในไทย ได้แก่จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและตาก ทำให้ได้รับทรา
นอกเหนือจากการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรที่ยากไร้ 2.9 ล้านราย รวม 3.7 ล้านแปลง คิดเป็นพื้นที่ 36.2 ล้านไร่ อีกทั้งยังจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2562 จำนวน 74 พื้นที่ 17 จังหวัด เนื้อที่ 74,679.85 ไร่ อีกหนึ่งการทำงานที่ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการควบคู่ไปด้วย คือ การพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเน้นให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งโครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ ทั้งในและนอกภาคการเกษตร ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ส.ป.ก.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพของเกษตรกร นำมาซึ่งการอยู่ดีกินดี กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการดำเนินการของส.ป.ก.ที่มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ทำกิน เน้นการจัดการที่ดินและน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามความเ
“เดิมนั้นผมทำงานเป็นพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง แต่เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง จึงตัดสินใจลาออกมา แล้วก็มาทำเกษตรในพื้นที่ของพ่อแม่ ปลูกข้าวและอ้อย แต่ประสบปัญหาเยอะมาก โดยเฉพาะปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และเกิดโรคระบาด การปลูกพืชเชิงเดี่ยวนั้นพอมีปัญหาเกิดขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่เลยครับ เพราะเราไม่มีรายได้ทางอื่นมาจุนเจือ ส่งผลให้ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุน ขาดทุนตลอด แต่โชคดีว่า ต่อมาผมได้รับคัดเลือกให้มีสิทธิ์เข้าเช่าที่ดินทำกินจาก ส.ป.ก. ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลย” นายนวนศรี บุตรโคตร หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบผู้ประสบความสำเร็จ ที่วันนี้ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ย้อนอดีตเมื่อครั้งเริ่มต้น แม้ลำบาก แต่ไม่ย่อท้อ “สำนักงาน ส.ป.ก. จังหวัดหนองบัวลำภู ถือว่ามีส่วนร่วมอย่างมากในการช่วยเหลือผม ให้สามารถยกระดับความรู้ ยกระดับความคิด เปิดโลกทัศน์ผมให้กว้างขึ้น ทั้งจากการพาไปศึกษาดูงานตามศูนย์เรีย
“เดิมนั้นทำงานรับจ้างอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปี 2552 ช่วงที่อยู่กรุงเทพฯ จะใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดไปอบรมความรู้เรื่องการเกษตร ไปทั่วทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่าง อยุธยา อ่างทอง ลพบุรี ไปหมด เพราะเรามีใจรักและมีความฝันว่า วันหนึ่งต้องกลับบ้านเกิด สร้างรายได้ด้วยการทำเกษตร” นางผ่องพรรณ พินิตปวงชน อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 10 ตำบลน้ำเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 087-108-3482 เป็นหนึ่งในเกษตรกรของอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ที่ได้รับเอกสารสิทธิจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ในเนื้อที่ 30 ไร่ กล่าวถึงสิ่งที่เป็นความฝันของชีวิตเมื่อครั้งอดีต “พอปี 2553 ได้ตัดสินใจกลับบ้านเกิด แม้อยู่กรุงเทพฯ จะมีเงินเดือนเข้ามาให้เราใช้ทุกเดือน แต่ตอนนั้นรู้สึกว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา กลับบ้านดีกว่า ปล่อยให้สามีอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว เรากลับบ้านมาก็ใช้พื้นที่เท่าที่มีอยู่ในบ้านทำเกษตรเล็กๆ น้อยๆ อย่างทำนา ปลูกไผ่ ปลูกผักขาย ให้มีรายได้พอเลี้ยงตัวได้ และจุดที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลย คือ พ.ศ. 2555 ส.ป.ก. ได้คัดเลือกให้รับเอกสารสิทธิจากทางที่ดินทำกิน จำนวน 7 แปล
หากชาวนาคนไหนอยากเดินห่างความจน ขอแนะนำให้ใช้เคล็ดลับทำนาให้ได้ผลผลิตดี กำไรงาม ของ “คุณธำรง ทัศนา” เกษตรกรจังหวัดราชบุรี ที่สะสมประสบการณ์การทำนามากว่า 20 ปี จนได้ผลผลิตคุณภาพดีสม่ำเสมอ สร้างผลกำไรสูง เป็นเกษตรกรต้นแบบของการพัฒนาอาชีพการทำนาสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน คุณธำรง มีอาชีพทำนาบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ใน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เขาช่วยครอบครัวทำนามาตั้งแต่วัยเด็ก ตั้งแต่ไม่รู้อะไรเลย ลองผิดลองถูก เรียนรู้ขั้นตอนการไถนา ถอนกล้า เกี่ยวข้าวด้วยมือ ลงมือเรียนรู้การทำนาด้วยตัวเอง จนได้ข้อสรุปว่า ต้องปลูกดูแลอย่างไร จึงให้ได้ผลผลิตที่ดี พัฒนาจนกลายเป็นเทคนิคของตัวเองในที่สุด และยังได้รับรางวัลการันตีมาแล้วมากมาย เช่น รางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำนาจังหวัดราชบุรี, รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่ต่ำสุดระดับประเทศ ปี2556, เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำนาระดับเขต, รางวัลคนดีศรีปากท่อ สาขาเกษตร และรางวัลศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี2550 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ แม้วันนี้ อาชีพทำนา ยังไม่ร่ำรวย แต่สร้างผลกำไรงาม สร้างเงินทุนสะสมก้อนโตให้กับคุณธำรงได้ หากใครทำนา ด้วยใจ
เรื่องที่ใหญ่ที่สุดในรอบประวัติศาสตร์ภาคการเกษตรของไทย ความขัดแย้งลุกลามขยายวงกว้าง กระทบไปยังประชาชนหลายกลุ่ม หลายองค์กร หลายหน่วยงาน และที่สำคัญที่สุดอาจกระทบกับรัฐบาลทั้งแง่บวกและลบ เมื่อของขวัญปีใหม่ คือ การยกเลิกใช้ พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส แต่อาจเป็นการทำลายโครงสร้างปัจจัยการผลิต สร้างความหายนะต่ออาชีพของเกษตรกรไทย และอุตสาหกรรมเกษตร นายเชิดชัย จิณะแสน เกษตรกรต้นแบบ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับประเทศ และคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบายว่า สารเคมีทั้งสามชนิด ใช้ในประเทศไทยมาประมาณ 50 ปีที่แล้ว โดยไม่เสียภาษีนำเข้า เพราะต้องการลดราคาต้นทุนช่วยเหลือเกษตรกร และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางการเกษตรระดับต้นของโลก มีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการใช้สารเคมีเข้ามาเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ดั้งนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องใช้เป็นปัจจัยการผลิตและลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร สภาพภูมิอากาศของไทย ง่ายต่อการเกิดโรค แมลง และวัชพืช ประกอบกับระบบชลประทานไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน
