เกษตรกร
“ผมเรียนจบปริญญาตรีมา 4 ใบ ปริญญาโทด้านการบริหารอีก 1 ใบ” “ตำแหน่งสุดท้ายก่อนตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรที่ยึดแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงที่เน้นการทำเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก ผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส กินเงินเดือนประมาณครึ่งแสน นอกจากนี้ ยังมีงานเสริมนอกอีกรวมๆ แล้วเป็นแสนบาท” “แต่ที่เลือกมาเดินบนเส้นทางสายนี้ เพราะผมตระหนักแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่สุขภาพของเราสำคัญและต้องมาก่อน ใจผมนั้นสนใจเรื่องการเกษตรมานาน จึงใช้เวลาว่างศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในข้อมูลที่ได้รับรู้ คือการใช้สารเคมีต่างๆ ในพืชผัก ซึ่งพบว่ามีการตกค้างและส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะคนเมือง อยู่ในเมืองนั้นมีความสะดวกสบาย มีงาน มีเงิน แต่หากเรายังต้องซื้อต้องทานพืชผักที่มีการตกค้างของสารเคมี เงินที่ได้มาจากการทำงานหนักนั้นมากกว่าครึ่งต้องเตรียมไว้เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา เพราะฉะนั้นเรากลับมาปลูกกินเองและไม่มีโรครบกวนจะดีกว่าไหม ผมจึงเลือกที่จะทำสวนเกษตรแบบพอเพียงเช่นทุกวันนี้” ยาซีน บุญมาเลิศ เกษตรกรเจ้าของสวนฮาวา ออกานิคฟาร์ม ตั้งอยู่ เลขที่ 245
รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ณ สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยรับฟังบรรยายการดำเนินกิจการของสหกรณ์ฯ ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตลอดจนเยี่ยมชมแปลงเกษตรอินทรีย์ พร้อมรับฟังบรรยายแนวคิดการเชื่อมโยงตลาดพืชผักอินทรีย์ของเกษตรกรรุ่นใหม่ รมช.มนัญญา กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด ได้ให้ความสำคัญและความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนโยบายที่สำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ด้วยดีเสมอมา สหกรณ์ฯ และชุมชน ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ และงานเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ตั้งแต่ปี 2558 จำนวน 6 ชุมชน ใน 4 จังหวัด และชุมชนแม่ทาเป็นชุมชนแรกเริ่มในโครงการดังกล่าว ซึ่งสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด ได้ขับเค
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้จัดพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้กับเกษตรกรผู้ประสบปัญหาอุทกภัย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม ในนามตัวแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ฯ และมี รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวรายงานวัถตุประสงค์ของพิธีมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวในวันนี้ โดยมีที่มาจากโครงการปลูกข้าววันแม่ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา 12 สิงหาคม 2564 ได้ใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ในการเพาะปลูก บนพื้นที่ 13.5 ไร่ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และได้ดำเนินการเก็บเกี่ยว ในงานเกี่ยวข้าววันพ่อ ประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ผลผลิตเป็นเมล็ดข้าวเปลือกพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ จำนวน
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศูนย์บริการและการบริหารการปลูกข้าวความแม่นยำสูงของนาแปลงใหญ่ต้นแบบ ณ แปลงนากลุ่มวิสาหกิจเพาะรักกสิกรรม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายชาตรี ระดมเล็ก ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เพาะรักกสิกรรมให้การต้อนรับ นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรไทยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วง ทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน ภาครัฐจึงมีการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันทำเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อสร้างประสิทธิภาพการผลิต ด้วยระบบบริหารจัดการแบบครบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมข้าว โดยใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) เป็นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรสามารถปรับใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ รวมไปถึงการดูแลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการไถพรวนดิน การหว่านเมล็ดพืช การให้ปุ๋ย
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิด “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีแปลงนาอัจฉริยะ” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2564 ณ แปลงเรียนรู้ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การทำนาโดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร การเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ และเกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับการบูรณาการกับทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร ปัจจุบันการผลิตทางการเกษตรมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัย สามารถนำมาใช้ในไร่นาได้ผลดีและจะส่งผลให้การผลิตในภาพรวมของประเทศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ร่วมกันพัฒนา โดยกรมการข้าว ได้มอบหมายให้สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ทำการศึกษาทดลองซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าว โดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริย
ธ.ก.ส. เตือน! เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ระวังการแอบอ้างใช้ LINE Account ของธนาคาร ลวงให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล ย้ำไม่มีนโยบายขอข้อมูลส่วนบุคคลผ่าน LINE Account หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อธนาคารผ่าน Facebook Page “ธกส BAAC Thailand” “ธกส บริการด้วยใจ” และ Call Center (02) 555-0555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ใช้ช่องทาง LINE Account แอบอ้างว่าเป็นบัญชีของธนาคาร จากนั้นจะมีการพูดคุยเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล โดยอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือให้ความช่วยเหลือด้านธุรกรรมต่างๆ ได้นั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง LINE Account เพื่อขอข้อมูลมาดำเนินการทำธุรกรรมการเงิน จึงขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป อย่าหลงเชื่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้เด็ดขาด อีกทั้งการใช้งานแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ในการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น จะใช้งานควบคู่กับบัญชีเงินฝากของลูกค้า ซึ่งจำเป็นต้องระมัดระวังในการดูแลข้อมูลส่วนตัวเป็นสำ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามประเมินผลโครงการบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรรายย่อยและผู้ด้อยโอกาส ปีงบประมาณ 2563 ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้แผนบูรณาการเศรษฐกิจฐานราก โดยดำเนินการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 สำหรับพื้นที่ทำการเกษตร และเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 (ช.) สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย มีเป้าหมายให้เกษตรกรได้รับเอกสารสิทธิ จำนวน 59,000 ราย สศก. ได้มีการสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 110 ราย ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร ชลบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ชุมพรและลพบุรี พบว่า เกษตรกร ร้อยละ 45 ได้รับเอกสารสิทธิเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ ร้อยละ 41.24 เป็นที่ดินเพื่อทำการเกษตร และร้อยละ 3.30 เพื่ออยู่อาศัย ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 55 อยู่ระหว่างนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินอำเภอ (คปอ.) และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) เพื่อพิจารณา ซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะได้รับเอกสารสิทธิครบทุกรายภายในเดือนกันยายนนี้ ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เกษตรกรได้รับนั้น แบ่งเป็นสัดส่วนพื้นที่ ร้อยละ 9 จะเป็นที่อย
ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินเยียวยาเดือนที่ 2 ให้กับเกษตรกรที่ได้รับโอนเงินในเดือนแรกไปแล้วจำนวนกว่า 7.14 ล้านราย วงเงินกว่า 35,000 ล้านบาท โดยเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15-21 มิ.ย. 63 นี้ วันละ 1 ล้านราย ส่วนเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ การตรวจสอบข้อมูลสถานะและเลขที่บัญชี ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินต่อเนื่องทันทีเมื่อได้รับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามมติคณะรัฐมนตรี ในเดือนที่ 2 (มิถุนายน 2563) จำนวน 5,000 บาท แก่เกษตรกรที่ได้รับโอนเงินในเดือนแรกไปแล้ว โดยจะทำการตรวจสอบสถานะการมีชีวิตอีกครั้ง จากนั้นจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15 -21 มิถุนายน 2563 ต่อเนื่องทุกวันไม่เว้นวันหยุด วันละประมาณ 1 ล้านราย สำหรับเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทั้งเรื่องสถานะและเลขที่บัญชี เมื่อได้
นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดํารง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การพิทักษ์สิทธิ์และการรับเรื่องร้องทุกข์ตามมาตรการเราไม่ทิ้งกันของกระทรวงการคลัง ในโอกาสนี้ได้มอบเงินเยียวยาแก่เกษตรกรและมอบเงินสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน พร้อมให้กําลังใจพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายอาวุธ วิเชียรฉาย นายอําเภอเมืองปทุมธานี ผู้แทนส่วนงานในพื้นที่ ผู้บริหาร และพนักงาน ธ.ก.ส. ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ณ ธ.ก.ส. สาขาปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมการข้าว นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว และผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางมาจังหวัดนครราชสีมาเพื่อร่วมกันมอบพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร ตามโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 แผนฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยฝนทิ้งช่วง โดยเดินทางไปมอบ ณ อำเภอโนนสูง อำเภอชุมพวง อำเภอห้วยแถลง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่มอบเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 ทั้ง 4 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว ได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว ปี 2563/64 ให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ความสามารถทางการค้า และการตลาดข้าวไทย จึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนเมล็ดพ
