เกษตรกร
เครื่องมือของใช้ชาวบ้าน วัสดุที่นำมาใช้มักเป็นของใกล้ตัว ต้องการเมื่อใดก็หยิบจับได้ง่าย อย่าง เข่งใส่ผัก เรานำไผ่ริมรั้วมาเป็นวัสดุ จากนั้นใช้ฝีมือจักตอก และสานออกมา เรียกว่าถ้ามีไผ่อยู่ริมรั้วแล้ว แค่มีฝีมือก็ผลิตเข่งออกมาใส่ผักได้แล้ว ไม่ต้องไปซื้อหาวัสดุใดๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีก วิธีสานเข่งใส่ผัก เริ่มจากหาไผ่ลำงามๆ มาจักตอก ตอกสานเข่งใส่ผักไม่ต้องจักเป็นเส้นเล็กๆ เหมือนใช้สานเข่งอย่างอื่น แต่จักเป็นตอกเส้นโตๆ เมื่อได้ตอกยืน ตอกเวียน เรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มสานได้ เราชาวบ้านมักมีแบบเข่งไว้ 1 ใบ เมื่อเราเริ่มต้นสานส่วนของก้นแล้ว เราก็เอามาทาบเข้ากับก้นของแบบ ใช้ไม้กลัดไว้ให้มั่นคง แข็งแรง กันขยับเขยื้อนเวลาสาน จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้ตอกเวียนสานวนไปทางเดียวกัน จนกระทั่งได้ความสูงของเข่งตามต้องการ การที่เรามีแบบ ช่วยให้เข่งทุกใบมีขนาดเท่ากัน ทั้งเส้นผ่าศูนย์กลางและความสูง เมื่อสานเสร็จเรามักวางซ้อนๆ กันไว้ เมื่อผู้สั่งซื้อ หรือผู้มารับไปขายมา เราก็ช่วยกันยกขึ้นไปเรียงไว้ รายการต่อไปก็คือคิดค่าแรง ถูกแพงขึ้นอยู่กับฝีมือ และสถานที่ขนส่ง เข่งผักชาวบ้านแต่ละที่ แต่ละถิ่นรูปร่างอาจผิดเพี้ยนกันไปในร
ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเชิญจากสำนักงานเกษตรอำเภอลอง ให้ไปเล่าประสบการณ์ ชี้ช่องทางการเพิ่มรายรับ ลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรตามโครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร กิจกรรมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อย ผู้เขียนได้ศึกษาข้อมูลจากโครงการ มีสาระดี ระบุไว้ว่าโครงการนี้เน้นการพัฒนาเกษตรกรรายย่อยให้มีการรวมกลุ่มโดยการเรียนรู้ฐานวิธีคิด การสร้างความเข้าใจร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศ หลักการสำคัญของการรวมกลุ่ม การประกอบธุรกิจ การจัดทำแผนธุรกิจ การลดต้นทุน ทั้งนี้ มีการอบรมบัญชีครัวเรือนอยู่ด้วย และเป็นวิชาบังคับ การจัดโครงการครั้งนี้มีหน่วยงานหลักคือ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ เป็นหน่วยงานดำเนินงาน ผู้เขียนเห็นว่าเป็นโครงการดีๆ จึงขอนำมาเล่าสู่กันอ่าน ผู้เขียนตอบรับและยินดี ด้วยเห็นว่าบัญชีครัวเรือนเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการกับชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร หากเกษตรของประเทศเราพร้อมใจกันจัดทำบัญชีครัวเรือนแล้วนำตัวเลขที่จดบันทึกนั้นมาปรึกษาหารือกันภายในครอบครัว เพื่อแส
พริก เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพสูง และมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ คาดว่าพื้นที่ปลูกพริกของเกษตรกรไทยในปัจจุบันนี้มีรวมทั้งสิ้น 584,564 ไร่ รูปแบบของการใช้ประโยชน์จากพริกมีมากมาย ทั้งเพื่อการบริโภคสด ผลิตเป็นพริกแห้งหรือพริกป่น รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ นอกจากนั้น ยังใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคบางชนิด จากข้อมูลการสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยบริโภคพริก คนละ 5 กรัม ต่อวัน หรือลองคำนวณคร่าวๆ ด้วยประชากรคนไทย 60 ล้านคน ก็จะประมาณได้ว่าคนไทยบริโภคพริกถึง 109,500,000 กิโลกรัม ต่อปี พื้นที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “พริกขี้หนูหัวเรือ” มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากที่สุด โดยเฉพาะในเขตจังหวัดอุบลราชธานี แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ปลูกพริกสายพันธุ์นี้พบปัญหาเรื่องผลผลิตต่อไร่ต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เองและไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ หลังจากที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ใช้เวลาประมาณ 7 ปี ในการคัดเลือกพันธุ์พริกหัวเรือแบบสายพันธุ์บริสุทธิ์ สุดท้าย ได้ทดสอบสายพันธุ์ในไร่ของเกษตรกร ได้พริกขี้หนูหัวเรือพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ
3,000 โรงรมควันยางพารา สูญ 2 พันล้านบาท เหตุพิษกำแพงภาษี สหรัฐ-จีน ทำราคา “ยางรมควัน” ผันผวนรายวัน เร่งพลิกกลยุทธ์การผลิต เพิ่มแปรรูปน้ำยางสดเป็นน้ำยางข้น 70% ลดยางรมควันเหลือ 30% น้ำยางข้นแปรรูปได้หลากหลาย พร้อมวอนรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ธ.ก.ส. 15,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกำหนดสถาบันเกษตรกรต้อง “กำไร” เหตุราคายางตกขาดทุนต่อเนื่องกันหลายปี นายกัมปนาท วงศ์ชูวรรณ ผู้จัดการ กลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ สถาบันเกษตรกรผู้ส่งออกยางรายใหญ่ภาคใต้ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีการค้า 45% กับประเทศจีน และการที่นักลงทุนซื้อขายล่วงหน้าที่ตลาดยางเซี่ยงไฮ้ ล้วนส่งผลให้เกิดการกดราคายางลดลง และส่งผลต่อสถาบันการเกษตร เนื่องจากไทยส่งออกยางไปสู่จีนปริมาณมาก และจีนนำไปผลิตล้อยางรถยนต์ส่งออกไปสหรัฐอเมริกาถึง 40% ทั้งนี้ สถานการณ์ราคายางพาราผันผวนเกิดขึ้นทั้งในส่วนน้ำยางสด และยางรมควัน ส่งผลให้สถาบันในกลุ่มสหกรณ์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ราคายางรมควันลดต่ำกว่าราคารับซื้อน้ำยางดิบในช่วงราคาผันผวน แต่ผู้ค้ายางรายใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีการป้องกันความเสี
ธ.ก.ส. เผย ผลการดำเนินงานโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.9 ล้านราย พื้นที่กว่า 27.46 ล้านไร่ ขณะที่การผลิตปี 2560 ที่ผ่านมา จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ว 196,326 ราย พื้นที่เสียหาย 1.6 ล้านไร่ เป็นเงินกว่า 2,000 ล้านบาท นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ที่ได้สิ้นสุดการลงทะเบียนไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา (ยกเว้นภาคใต้จะสิ้นสุด วันที่ 15 ธันวาคม 2561) ว่า มีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 1,916,432 ราย พื้นที่ จำนวน 27.46 ล้านไร่ ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับในการทำประกันภัยครั้งนี้คือ รัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 54 บาท ต่อไร่ จากอัตราค่าเบี้ยประกันภัย 90 บาท ต่อไร่ โดยเกษตรกรจ่ายเพียง 36 บาท ต่อไร่ และกรณีเป็นลูกค้าที่กู้เงินเพื่อปลูกข้าวกับ ธ.ก.ส. เกษตรกรจะได้รับการอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยจาก ธ.ก.ส. อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขโครงการกำหนดให้เกษตรกรที่ทำประกันภัย ต้องขึ้นทะเบียนผู้เพาะปลูกข้าว
จากกรณีเพจแห่งหนึ่ง ได้โฟสต์กองกระสอบปุ๋ยถูกวางไว้ในอาคาร ผ่านโซเชียล ระบุว่า “ปุ๋ยโครงการ 9101 ของตำบลบางเดือน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ถูกทิ้งในโรงเรียนร้าง พร้อมติด#ว่า ปุ๋ยโปกาชิ ปุ๋ยเน่า ขายไม่ออก ส่งกลิ่นเหม็น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีกลิ่นไข่เน่าอาจใช้หัวเชื้อไม่ได้คุณภาพ อาจมีความชอบมาพากลในการจัดซื้อวัสดุ” จากกรณีดังกล่าว ล่าสุด วันที่ 11 ก.ค. นายธาร นวลนึก เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้ นายระนอง เหมทานนท์ เกษตรอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายสุวัฒน์ จรัลศิลป์ กำนันตำบลบางเดือน พร้อมคณะกรรมการกลุ่มผลิตปุ๋ย โครงการ 9101 ของ ต.บางเดือน และชาวบ้าน ร่วมลงพื้นที่โรงเรียนบ้านแท่นแก้ว หมู่ที่ 3 ต.บางเดือน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบพบถุงปุ๋ยกว่า 2,000 กระสอบ วางไว้ในอาคารโรงอาหารของโรงเรียนซึ่งได้ปิดทิ้งร้างและไม่ได้ใช้ประโยชน์ พบว่า เป็นปุ๋ยที่แห้งและล้วนมีแกลบและมูลไก่เป็นส่วนผสม และไม่มีกลิ่นเหม็น นายสุวัตน์ กล่าวว่า ปุ๋ยที่เห็นเป็นปุ๋ยที่มีการสั่งจองแล้ว บางรายจ่ายเงินไว้แล้ว บางรายยังไม่จ่าย แต่ขอฝากเก็บปุ๋ยไว้ก่อน เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เหมาะสมในการใส่ปุ๋ย จึงใช้โรงอาหา
คุณเกสรา นารถถนอม หรือ “เจมส์” อายุ 28 ปี เจ้าของ สวน Ketsara’s Garden พื้นเพเป็นคนตำบลห้วยแร้ง จังหวัดตราด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อ ปี 2554 ปัจจุบัน ทำงานบริษัทเอกชน นำเข้า-ส่งออก ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการบริษัท วันนี้ตัดสินใจเลือกอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพื่อปูทางสู่อนาคต เริ่มต้นเป็นเกษตรกร เมื่อ ปี 2560 เลือกปลูกเมล่อน คุณภาพพรีเมี่ยม พืชผลที่ชื่นชอบในรสชาติเป็นส่วนตัว เมื่อประสบความสำเร็จในก้าวแรก จึงเลือกที่จะเดินต่อเส้นทางสายเกษตรกรรม ด้วยการขยายพื้นที่ปลูกเมล่อนและเตรียมปลูกพืช ผลไม้อื่นๆ เช่น สตรอเบอรี่สายพันธุ์ต่างประเทศ มะเขือเทศเชอร์รี่ ข้าวโพดชนิดกินดิบ เป็นต้น ลูกเกษตรกรสานต่ออาชีพพ่อแม่ เลือกทำเมล่อนด้วยความชอบ จุดเริ่มต้นของคุณเจมส์ที่หันมาทำเกษตรกรรม ในปี 2559 เพราะครอบครัว พ่อ แม่ ทำเกษตรกรรม มีที่ดินเป็นของตนเอง คิดว่าแม้ทำงานอยู่ต่างจังหวัดเมื่อพ่อแม่อายุมากอนาคตต้องกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด ช่วงทำงานบริษัทเอกชนจึงพยายามเก็บสะสมเงิน และเริ่มต้นเลือกปลูกเมล่อนเกือบ 500 ต้น ด้วยความชอบรับประทาน จากไม่มีความรู้ด
“สนธิรัตน์” รมว.พาณิชย์คนใหม่ ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ตรวจติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าว ส่วน 2 รมช.เกษตรฯ ใหม่ลุยงานเต็มที่ “ลักษณ์” ดันชาวนาลดต้นทุนการผลิต สร้างอำนาจต่อรอง ชี้ราคาข้าวปีนี้เกษตรกรพอใจ “อาจารย์ยักษ์” ยัน 3 เดือนเห็นผลงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2560/61 ด้านการตลาด เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ได้แก่ การจ่ายเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรทุกรายไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 12,000 บาท โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ตันละ 1,500 บาท โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร และโครงการชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ในวันที่ 2 ธันวาคม นี้ กำหนดลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าว พร้อมติดตามสถานการณ์การซื้อขาย ข้าวเปลือก ปีการผลิต 2560/61 และรับฟังปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะในการดำเนินการมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งติดตามโครงการ สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว ที่สหกรณ์เกษตรวิสั
นายบำรุง รื่นบรรเทิง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2560/61 จังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ว่า จังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนนการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2560/61 เพื่อขับเคลื่อนงานตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวตามนโยบายของรัฐบาล โดยการบูรณาการร่วมกันของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรได้มีอำนาจการต่อรองมากขึ้น แก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำในพื้นที่ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตลาดรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม ทั้งในด้านราคา การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน และไม่ถูฏเอารัดเอาเปรียบ โดยเปิดตลาดรับซื้อข้าวเปลือกตามเกณฑ์คุณภาพข้าวที่กำหนดในราคานำตลาด สูงกว่าตันละ 100-200 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ราคาดียิ่งขึ้น ด้
พาณิชย์จังหวัดมหาสารคามจับมือศูนย์ชั่งตวงวัดขอนแก่น ติวเข้มกฎหมายชั่งตวงวัด หวังให้เกษตรกรรู้ทันกลโกงพ่อค้าหัวใส เผยมีเครื่องชั่งไฟฟ้าที่ใช้รับซื้อข้าวเปลือก ยางพารา แอบใช้รีโมตกำหนดน้ำหนักเองได้ กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 เครื่อง ระบาดหนักสุดในภาคอีสาน ปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาประสบอยู่ทุกปีเมื่อนำพืชผลการเกษตรไปขายให้พ่อค้าคือ การถูกโกงตาชั่ง เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายชั่งตวงวัดรวมทั้งไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าว่าถูกโกงตาชั่งอย่างไร กรณีดังกล่าว ทางศูนย์ชั่งตวงวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม จัดฝึกอบรมโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรด้วยกฎหมายชั่ง ตวง วัด เพื่อให้เกษตรกรรู้ทัน รู้ราคา รู้รายได้ ไม่ถูกโกง โดยผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา จาก 13 อำเภอ ในจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประจำพื้นที่ นายสุชาติ สินรัตน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการอบรมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรด้วยกฎหมายชั่งตวงวัด มีวัตถุประ
