เกษตรแปลงใหญ่
กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานรวมพลเกษตรกรแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (young smart farmer) กว่า 2,000 คน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเกษตรกรรุ่นใหม่ (young smart farmer) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้เรียนรู้การทำงานในรอบปีที่ผ่านมาและสรุปบทเรียนร่วมกัน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน ว่า ทั้ง 3 เครือข่ายประกอบด้วย เกษตรแปลงใหญ่ ศพก.และเกษตรกรรุ่นใหม่ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเกษตรกรทั้ง 3 เครือข่ายนี้ ได้ผ่านการอบรมรับองค์ความรู้จากกรมส่งเสริมการเกษตรมาเป็นอย่างดี สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายภายนอกเพื่อยกระดับอาชีพและรายได้อย่างมั่นคง รวมถึงจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายด้านอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไปในอนาคตอีกด้วย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายทั้ง 3 ส่วนให้เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับ
กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรด้วยระบบส่งเสริมแบบแปลงใหญ่ มีการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชสมุนไพร และพัฒนาเกษตรกรให้สามารถผลิตพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพ และปริมาณตามความต้องการของตลาด ได้มาตรฐานสากล หนุนตลาดภายในประเทศและส่งออกตลาดเอเชีย นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2561 พื้นที่ปลูกสมุนไพรเป็นการค้า รวม 27,555 ไร่ ผลผลิตรวม 39,103 ตัน มีการรวมกลุ่มผลิตสมุนไพรในรูปแบบแปลงใหญ่ จำนวน 16 แปลง ใน 15 จังหวัด จำนวนเกษตรกร 701 ราย พื้นที่ 7,706.75 ไร่ สำหรับ พืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ( Product Champions ) 4 ชนิด ได้แก่ ได้แก่ กระชายดำ มีพื้นที่ปลูก 116 ไร่ ผลผลิตรวม 310 ตัน, ไพล มีพื้นที่ปลูก 595ไร่ , ผลผลิตรวม 1,694 ตัน, บัวบก มีพื้นที่ปลูก 842 ไร่ ผลผลิตรวม 255 ตัน และ ขมิ้นชัน มีพื้นที่ปลูก 1,746 ไร่ ผลผลิตรวม 3,405 ตัน” สำหรับแนวโน้มด้านการตลาดสมุนไพรไทย ความต้องการวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานมีมากขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ผลิตแบบอินทรีย์ เนื่องจากสมุนไพรเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการร
กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณบุญมี แท่นงาม เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ถึงสถานการณ์ทางด้านการเกษตรภายในจังหวัด จากบทสัมภาษณ์มีความน่าสนใจไม่น้อย ลองติดตามดู นครสวรรค์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคกลางหรือบางหน่วยงานจัดให้อยู่ทางตอนล่างของภาคเหนือ ซึ่งถ้าเป็นภาคส่งเสริมการเกษตรนี้จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าอยู่ภาคเหนือแต่ถ้าเป็นของกรมอุตุนิยมวิทยาจะอยู่ภาคกลาง สรุปแล้วคือเป็นจังหวัดภาคกลางติดต่อทางเหนือ นครสวรรค์ทำนา 2.3 ล้านไร่ แต่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน คุณบุญมี เล่าว่า จังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ มีพืชเศรษฐกิจหลักอยู่ 3-4 ชนิดด้วยกัน พืชตัวแรกคือ “ข้าวนาปี” โดยนครสวรรค์มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งหมด 2.3 ล้านไร่ โดยเฉพาะในปีนี้ในช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลทำนา เกษตรกรทำนาไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ประมาณ 2 ล้านไร่ ก็จะเหลืออีกบางส่วนนิดหน่อย ทีนี้พื้นที่ทำนาทั้งหมด 2.3 ล้านไร่นี้เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานจริงๆ ประมาณ 4 แสนไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ที่ใช้น้ำฝนอย่างเดียวในการทำนา ฉะนั้น เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ชลประทานกับพื้นที่ทำนาโดยอาศัยน้ำฝน&#
กรมส่งเสริมการเกษตร ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่ดำเนินการ 14 จังหวัด ผ่านผลไม้อัตลักษณ์ประจำถิ่น 8 ชนิด เน้นให้ความสำคัญกับเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยมุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการพืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สะละ จำปาดะ และมะม่วงเบา ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยให้บริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก การยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการจัดทำการรับรองคุณภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย แต่สื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างถิ่น ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ภาคใต้ และการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเน้นเกษตรกรเป้าหมาย 3,000 ราย ผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่ มุ่งส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่อง
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
ผู้คนส่วนใหญ่ รู้จัก “จังหวัดสงขลา” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางการค้าสำคัญของภาคใต้ ความจริงจังหวัดสงขลาเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว พืชผักผลไม้และสินค้าประมง สร้างอาชีพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรจำนวนมากมาอย่างยาวนาน หากใครอยากรู้ทิศทางสินค้าเกษตรของจังหวัดสงขลาปรับตัวไปในทิศทางไหน ต้องลองฟังคำตอบจากบทสัมภาษณ์ของ “คุณประสงค์ พีรธรากุล” เกษตรจังหวัดสงขลา ได้ในฉบับนี้ ภาพรวม “การเกษตร” จังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมด 4.6 ล้านไร่ มีเกษตรกรกว่า 139,000 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตร 2.6 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ สวนยางพารา 1.97 ล้านไร่ เกษตรกร 87,525 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าว 210,104 ไร่ เกษตรกร 20,000 ครัวเรือน สวนปาล์มน้ำมัน 66,503 ไร่ เกษตรกร 6,253 ครัวเรือน ไม้ผลไม้ยืนต้น 206,138 ไร่ พืชผัก 26,540 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และศูนย์เครือข่าย เป็นแหล่งให้บริการทางการเกษตรและแหล่งถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพ
การส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในการดำเนินการตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งผลการดำเนินการนั้นสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดีตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ภาคตะวันออก หนึ่งในแหล่งการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะไม้ผล เป็นหนึ่งพื้นที่ส่งเสริมที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังดำเนินการตามโครงการอย่างต่อเนื่อง โดย คุณสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานในโครงการแปลงใหญ่พื้นที่ภาคตะวันออกว่า เป็นการปรับวิธีการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เพื่อช่วยให้เกษตรกรรายย่อยลดต้นทุนการผลิตลง สามารถใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิตได้ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น รวมถึงมีการจัดการการผลิตอย่างมืออาชีพ สามารถเข้าถึงการตลาด และมีอำนาจต่อรองทางการตลาดสูงขึ้น เกษตรแปลงใหญ่ ช่วยเพิ่มมูลค่าถึง 22,000 ล้านบาท โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทำการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันรวมการผลิตเป็นแปลงใหญ่โดยที่เจ้าของแปลงทุกแปลงยังคงเป็นเจ้าของและผู้ผลิตในแปลงนั้นๆ อยู่ พร้อมจัดให้มีผู้มาช
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ และจังหวัดบึงกาฬ เจ้าภาพหลักในการจัด “งานวันยางพารา บึงกาฬ 2562” ได้เปิดเวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน ในหัวข้อ “วิสาหกิจชุมชนยางพาราต้นแบบ” โดย คุณธนวนิช ชัยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง จังหวัดบึงกาฬ ต้นแบบประชารัฐ จังหวัดบึงกาฬ คุณธนวณิช ชัยชนะ หรือ “คุณอ๊อด” เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่สวมหมวกหลายใบในฐานะ ประธานเกษตรแปลงใหญ่ จังหวัดบึงกาฬ และเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง ขณะเดียวกัน คุณอ๊อด ยังมีธุรกิจส่วนตัว ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีแก้วรับเบอร์เทค จำกัด คุณอ๊อด มีอาชีพทำสวนยางพารา 76 ไร่ ในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ยางก้อนถ้วยมีปัญหาโดนกดราคารับซื้อจากพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด คุณอ๊อดจึงรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในท้องถิ่น นำน้ำยางสดมาแปรรูปเป็นยางแผ่นออกจำหน่าย ปรากฏว่า ขายได้ราคาดีและมีผลกำไรมากขึ้น ต่อมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินกิจกรรม “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง เป็นหนึ่งในสถ
ดูเหมือนชีวิตดิจิทัลจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่า… มันสะดวกกว่ามากกกกกก ถ้าคุณเคยเดินเล่นตลาดนัด เดี๋ยวนี้ คนขายบอกว่า โอนมาเลยนะคะ ทั้ง E banking หรือ กระเป๋าเงินออนไลน์ เพราะการขายที่ไม่จำกัดสถานที่ เวลา ทำให้รายเล็กมีโอกาสโต ขายได้ ไม่ต่างจากค้าปลีกรายใหญ่ เมื่อค้าปลีก สามารถใช้เทคโนโลยีทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย “พฤติกรรม” ปรับไปเอง ไม่ต้องบังคับ คนค้าขายซึ่งส่วนใหญ่คือคนเมืองก็ดีขึ้น เศรษฐกิจในเขตเมืองก็คึกคัก หันมาที่คนส่วนใหญ่คือ 60% ของประเทศอยู่ในภาคการเกษตร คนชนบท ยังไม่มีเทคโนโลยีใช้ ยังไม่ซื้อสะดวกขายคล่อง และเลยยิ่งทำ ยิ่งจน งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า เกษตรกรไทยใช้เวลาในไร่นา นานกว่าเกษตรกรชาติอื่นๆ เพราะเรายังไม่ยอมก้าวไป 4.0 วันนี้รัฐผลักดัน นาแปลงใหญ่ หวังเพื่อแก้จน แต่เคยสงสัยหรือไม่ ว่า จริงๆ แปลงใหญ่ คืออะไร ถ้าในโลกนี้ มีประเทศอื่น ที่ค่อนข้างไกลจากเรา อย่าง บราซิล และสหรัฐฯ สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจ เหมือนที่เรามี และปลูกได้ถูกกว่า มีราคาขายที่ถูกกว่า เพราะแปลงของเขาใหญ่ขนาดหลักพันไร่ ถึงแสนไร่ โดยที่ดินทั้งหมด “ต้อง” ผสานเป็นหนึ่งเดียว ไร้รอยต่อ การหยอดเมล็ดพ
การทำนาแปลงใหญ่ หรือเกษตรแปลงใหญ่ เป็นยโยบายที่ดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการระบบไร่นา แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ผมขออนุญาตเล่าเรื่องในอดีต มีโครงการจัดรูปที่ดินให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันกับเกษตรแปลงใหญ่ วิธีการนำแปลงนามารวมกันแล้วจับเหลี่ยมมุม และทำถนนเข้าสู่แปลงนาเพิ่มความสะดวกในการนำอุปกรณ์เข้าไปใช้งาน หรือนำผลผลิตออกจากแปลงหลังการจัดรูปเรียบร้อย ปรากฏว่าที่ดินของเกษตรกรบางรายหายไปหลายตารางเมตร แต่กลับไปเพิ่มให้เกษตรกรที่มีพื้นที่ติดกัน ปัญหาความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ในกรณีเมื่อรวมตัวกันได้สำเร็จ แต่แนวคิดของเกษตรกรบางรายต้องการปรับเปลี่ยนสภาพนามาเป็นร่องสวน แต่เกษตรกรรายอื่นยังต้องการทำนาเหมือนเดิม ทำให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น เพราะการบริหารจัดการน้ำ และการเคลื่อนย้ายเครื่องไม้เครื่องมือยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้น ถ้าต้องการให้โครงการประสบความสำเร็จ ต้องมีการเตรียมการแก้ปัญหาสารพิษที่จะตามมาในอนาคตไว้เป็นอย่างดี
