เกษตรแปลงใหญ่
กว่า 3 ปี ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับโจทย์อันท้าทาย ในการปรับเปลี่ยนระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงราคาพืชผลจากรายย่อยสู่การรวมกลุ่มของทุกฝ่าย “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “สมชาย ชาญณรงค์กุล” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะหัวหอกหลักถึงความคืบหน้าและทิศทางการขับเคลื่อนในปี 2561 Q : ความก้าวหน้าแปลงใหญ่ใน 3 ปี ปีแรก 2559 มี 597 แปลง สร้างมูลค่าได้ 4,800 ล้านบาท จากวางเป้าไว้ 962 แปลง แต่เกษตรกรต้องปรับตัวจึงไม่เป็นไปตามเป้า แต่ได้เกินครึ่ง พื้นที่ 1.41 ล้านไร่ ปี 2560 วางเป้าไว้ 1,938 แปลง พื้นที่ 1.97 ล้านไร่ ถ้ารวมผลการดำเนินงานทั้งหมดตอนนี้ได้ 2,535 แปลง พื้นที่ 3.3 ล้านไร่ เกษตรกร 249,106 ราย ปี 2561 จะเพิ่มให้ได้ 1,838 แปลง ขณะนี้เริ่มรับสมัครแล้ว 6 หน่วย แบ่งเป็นด้านพืช 466 แปลง ปศุสัตว์ 100 แปลง ประมง 70 แปลง หม่อนไหม 16 แปลง ส.ป.ก. 11 แปลง ส่วนด้านข้าวอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (single command) ระดับจังหวัด พิจารณารับรองแปลง จริง ๆ แล้วไทยมีพื้นที่ปลูกข้าว 60 ล้านไร่ ทำแปลงใหญ่มา 3 ปี ได
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรกร สู่ไทยแลนด์ 4.0 เสริมสร้างความรู้การใช้เทคโนโลยี ผ่าน Application กระดานเศรษฐี ให้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่ 21 แปลง ณ ศพก. ต.เกตรี อ.เมือง จ.สตูล ด้านเกษตรกรพึงพอใจ ช่วยคำนวณต้นทุนสินค้าได้แม่นยำ รวดเร็ว สามารถบอกความเหมาะสมชุดดิน และตลาดใกล้เคียง เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจในการผลิตได้ง่ายขึ้น นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 จังหวัดสงขลา (สศท.9) ได้ถ่ายทอดการใช้ Application กระดานเศรษฐี เกษตรกรมีโอกาส (RCMO) ให้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่ ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งตัวแทนเกษตรกรจากแปลงใหญ่ ทั้ง 21 แปลง ที่เข้าร่วมอบรม มีความพึงพอใจมาก และต้องการให้ สศก. ขยายผลเพิ่มเติม ในเรื่องความรู้การคำนวณต้นทุนการผลิตพืช/ปศุสัตว์ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกกิจกรรมการผลิตให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และตลาด จากการสอบถามความคิดเห็น เกษตรกรยังเห็นว่า การนำ Application RCMO มาใช้ ถือเป็นก
กระทรวงเกษตรฯ แจงผลเบิกจ่ายงบประมาณ ณ 18 สิงหาคม 60 เบิกจ่ายแล้ว ร้อยละ 78.16 แจงจัดสรรงบสร้างผลงานปฏิรูปภาคการเกษตรให้เป็นรูปธรรม พัฒนาและสร้างความเข้มแข็งเกษตรกร ย้ำความสำเร็จ ยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2560 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 90,050.07 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2560) เบิกจ่ายแล้ว 70,386.45 ล้านบาท (ร้อยละ 78.16 ของงบประมาณที่ได้รับ) หากพิจารณาผลการเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อแยกตามประเภทหมวดรายจ่ายงบประมาณ พบว่า รายจ่ายลงทุน กระทรวงเกษตรฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 46,032.31 ล้านบาท เบิกจ่ายได้ 33,428.04 ล้านบาท (ร้อยละ 72.62) โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ ระบบส่งน้ำและกระจายน้ำ สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 0.102 ล้านไร่ เพิ่มความจุ 381.22 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 60 จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 0.777 ล้านไร่ และเพิ่มความจุเก็บกักได้ 439.23 ล้าน ล
เกษตรจังหวัดจันทบุรีต่อยอดมหานครผลไม้เดินหน้าลุยโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง รวม 17 แปลง พื้นที่เกือบ 8 พันไร่ นำร่องประมูลผลผลิตแปลงใหญ่มังคุดเขาคิชฌกูฏ ขายดีถล่มทลายพลิกชีวิตเกษตรกร ด้านเกษตรอำเภอเขาคิชฌกูฏเผยยังไม่หมดฤดูกาล รายได้รวมทะยาน 12 ล้านบาท ล้งกว่า 10 รายแห่ร่วมประมูล ทำราคาดีต่อเนื่อง 2 เดือนติด สูงสุด 169 บาท/กิโลกรัม เตรียมดันแบรนด์ “มังคุดกระทิง@เขาคิชฌกูฏ” เป็นไฮไลต์จันทบุรี 17 แปลงใหญ่ 8 พันไร่ นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกปี 2560 จังหวัดจันทบุรี ข้อมูลวันที่ 9 เดือนมิถุนายน 2560 ระบุว่าผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน 284,874 ตัน มังคุด 107,138 ตัน เงาะ 94,324 ตัน ลองกอง 16,265 ตัน รวม 502,601 ตัน ซึ่งแม้ว่าผลผลิตโดยรวมจะมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ราคายังเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของตลาดยังสูง และการดำเนินโครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มกำหนดตั้งแต่ปี 2559 ให้ทุกจังหวัดจัดทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีหลักการ คือ ให้นำเกษตรกรท
จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 3.5 ล้านไร่ แยกเป็นข้าวหอมมะลิ (พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข 15) 3.2 ล้านไร่ และข้าวเหนียว (พันธุ์ กข 6) 3 แสนไร่ มีผลผลิตเฉพาะข้าวหอมมะลิประมาณ 1.8 ล้านตัน (ผลผลิตเฉลี่ยของจังหวัด 585 กิโลกรัม ต่อไร่) มีมูลค่าการผลิตประมาณ 28,080 ล้านบาท แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออกของจังหวัดศรีสะเกษ สามารถทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เพราะเป็นพื้นที่นาน้ำฝน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,553 มิลลิเมตร ต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ย 27.86 องศาเซลเซียส ปัญหาในการผลิตข้าวของเกษตรกรคือ มีผลผลิตและคุณภาพต่ำ เนื่องจากขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี และที่สำคัญขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี เกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองเป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายปี รวมพลังชาวนาตำบลผักไหม กลุ่มชาวนาในตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน ได้รวมตัวกันพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่า “ต้นทุนการผลิตสูง” คืออุปสรรคสำคัญของอาชีพการทำนา เนื่องจากพวกเขาต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี ขาดองค์ความรู้การผลิตข้าวห
กรมส่งเสริมสหกรณ์สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าส่งเสริมการรวมพื้นที่ทำเกษตรแปลงใหญ่เพิ่ม หลังสำรวจข้อมูลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะผลักดันเข้าสู่ระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อีกจำนวน 360 แปลง พื้นที่ 456,887 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่แปลงใหญ่ข้าว พืชไร่ ไม้ผล ปศุสัตว์ ประมงและสินค้าเกษตรอื่นๆ คาดว่าจะสามารถผลักดันให้ดำเนินการได้ในเดือนสิงหาคม 2560 นี้ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ขณะนี้การดำเนินงานส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่สหกรณ์ โดยจะแบ่งภารกิจออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อบริหารจัดการพื้นที่การผลิตแบบแปลงใหญ่ โดยจะมีการให้ความรู้การรวมกลุ่ม การกำหนดโครงสร้างและวางระบบการบริหารจัดการกลุ่มและแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อเข้ามาบริหารงานในพื้นที่แปลงใหญ่ ส่งเสริมให้สมาชิกรวมกันผลิต บริหารจัดการการใช้ปัจจัยการผลิตและเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตร่วมกัน ซึ่งจะช่วยในการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังได้เน้นการส่งเสริมด้านการตลาด
ว่าที่ ร.ต.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่ ซึ่งดูแลพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน เผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐด้วยระบบส่งเสริมการเกษตร และการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสานงานส่งเสริมการเกษตร ของศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ว่า นโยบาย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้พัฒนาและใช้ประโยชน์ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ขับเคลื่อนเกษตรกรรมสู่เกษตรกร เพื่อทำการเกษตรแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ โดยนำร่องพื้นที่ปลูกสัปปะรด ที่ ศพก. ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปางเป็นแห่งแรก ที่มีสมาชิก 160 ราย ปลูกสัปปะรด จำนวน 690 ไร่ ที่ผลผลิตมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท/ปี “เป้าหมาย ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ เชียงใหม่ เป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ ลำไย ลำปาง ข้าว สัปปะรด น่าน สุมนไพรพื้นบ้าน แม่ฮ่องสอน พืชผักเมืองหนาว ส่วนข้าวโพด ย้ายพื้นที่ปลูกจากต้นน้ำ หรือบนดอย ลงมาปลูกพื้นที่นาข้าว เพื่อแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน โ
พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินการแปลงใหญ่ ปี 2559 ที่วางเป้าหมายไว้ 600 แปลง 33 ชนิดสินค้า 9 ประเภท 1.53 ล้านไร่ จากเกษตรกรทั้งหมด 96,697 ราย เสร็จสิ้นและมีผลสัมฤทธิ์ออกมาแล้ว โดยผลสัมฤทธิ์จากแปลงใหญ่ 9 กลุ่มสินค้า มีส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ อาทิ แปลงใหญ่กลุ่มข้าวสามารถลดต้นทุนได้ 19% จากเป้าหมายที่วางไว้ 20% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 13% ในขณะที่พืชไร่ ต้นทุนลดลง 22.7% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 27.8% โดยมีมูลค่าเพิ่มจากผลผลิต 3,437 ล้านบาท มูลค่าจากการลดต้นทุน 1,427 ล้านบาท สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร รวม 4,864 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2560 กระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มแปลงใหญ่อีก 1,512 แปลง โดยขณะนี้มีการรับรองแล้ว 1,417 แปลง เหลือประมาณ 95 แปลง อยู่ระหว่างดำเนินการรับรอง อย่างไรก็ตาม ภายใน 5 ปี กระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มแปลงใหญ่ จำนวน 7,000 แปลง “การดำเนินการแปลงใหญในปัจจุบันเดินหน้าไปมาก คาดว่าภายใน 3 ปี จะถึงเป้าหมาย 7,000 แปลงได้ นอกจากนี้ ยังมีแปลงข้าวหรือกลุ่มข้าวที่กระทรวงเกษตรฯ สั่งปรับขนาดของพื้นที่ จาก 1,000 ไร่ เหลือ 300 ไร่ เพื่อใ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ชู สับปะรดบ้านคา อีกหนึ่งของดีสร้างชื่อเสียงเมืองราชบุรี กับแนวทางการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาล สู่การวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ บนพื้นที่โครงการ 1,014 ไร่ นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สับปะรดบ้านคา นับว่ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ถือเป็นของดีจังหวัดราชบุรีที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยอำเภอบ้านคา สามารถปลูกสับปะรดได้ตลอดทั้งปี และทำรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงและยั่งยืน จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่ เพื่อให้เป็นพื้นที่แปลงใหญ่ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีการวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ในการนี้ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ สับปะรด ที่อำเภอบ้านคา ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 1,014 ไร่ สมาชิกจำนวน 82 ราย ทำการผลิต
คุณบุญเลื่อน ซุยน้ำเที่ยง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 10 บ้านสังข์ใหญ่ ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. (093) 485-0835 สมาชิก 160 คน พื้นที่ 3,215 ไร่ เป็นการดำเนินการรูปแบบคณะกรรมการ มี คุณสัญญา ท่าสิมมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 ประสานงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ คุณชูศักดิ์ ประทุมวัน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ผู้ช่วยผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ ข้าวหอมมะลิ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิ เป้าหมายสำคัญคือ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพข้าว การบริหารจัดการที่ดี และด้านการตลาด “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำสู่ผู้บริโภค” ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก (Area-based approach) ดำเนินงานในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านดิน ด้านน้ำ ด้านข้าว ด้านสัตว์ ด้านประมง ด้านสถาบันเกษตรกร ด้านการตลาด โดยมีผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่เป็นผู้จัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอด Supply chain คุณวัชรินทร์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ในฐานะผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิตำบลทุ่งกุลา กล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจาก ค
