เกษตรในเมือง
“ถ้าที่ดินที่น้ำท่วมทุกปี และไม่มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง จะทำเกษตรได้ไหม” นี่คือคำถามของผู้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรที่ คุณสุพจน์ โคมณี ชาวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับฟังมาจากผู้เข้าอบรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ 20 ไร่ ที่หมู่ที่ 5 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่คุณสุพจน์ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ด้านการทำเกษตรกรรมจนมาพบความสำเร็จด้วยการนำองค์ความรู้ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาใช้อย่างครบเครื่อง แต่สำหรับผู้ที่สงสัยในเกษตรทฤษฎีใหม่ว่าจะตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาที่ดินที่มีปัญหามากๆ หรือไม่ กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้คุณสุพจน์ตัดสินใจซื้อที่ดิน 32 ไร่ เลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปั้นเป็น “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง คุณสุพจน์ โคมณี” ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ถึงใจเกษตรคนเมืองและเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่อาจมีข้อสงสัยว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะทำ
คุณสิรินทร์ กล้วยพนาวัน เลขานุการบริษัท ได้นำความชอบจากการที่ปลูกดอกไม้มาสร้างอาชีพเสริม โดยเธอได้ปลูกไม้ดอกหลายชนิด ด้วยการเช่าพื้นที่ซอยประชาชื่น 37 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร นำมาทำสวนไม้ดอกกินได้ จากที่ต้องการทำเพื่อเป็นสถานที่ให้ลูกได้เล่นในวันหยุด แต่กลับทำเงินทุกเดือน . ดอกไม้ที่เด็ดและบรรจุใส่กล่องไปให้ลูกค้า ราคาขายอยู่ที่กล่องละ 100 บาท วันๆ หนึ่งจะรับออร์เดอร์ขั้นต่ำอยู่ที่วันละ 5 กล่อง และมากสุดอยู่ที่ 10 กล่องต่อวัน เท่ากับก่อนไปทำงานประจำ ทุกเช้าจะได้เงินอยู่ที่ 500-1,000 บาท ท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เพจ Sirin garden & edible flower
วิถีคนเมือง เป็นวิถีชีวิตที่ต้องใช้เวลาไปกับการเดินทางและการทำงานเกือบ 12 ชั่วโมง ซึ่งทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและพักผ่อนค่อนข้างน้อย เรื่องทำอาหารกินในบ้านค่อนข้างยาก ถึงแม้จะปรุงอาหารเองก็ต้องซื้อผักจากตลาด ซึ่งหมายถึงผักที่ใช้สารเคมี ยิ่งผักที่มาจากต่างประเทศยิ่งแล้วใหญ่ ผักเหล่านี้ผ่านการขนส่งมาทางรถยนต์มีระยะทางหลายพันกิโลเมตรกว่าจะมาถึงเมืองไทย แต่ยังคงสดอยู่ ไม่รู้ว่าราดสารเคมีมามากเท่าไร ปัจจุบันเราบริโภคผักหลายอย่างจากต่างประเทศ การปลูกผักกินเองเป็นความฝันสำหรับคนในเมืองที่เคยมีชีวิตเด็กๆ อยู่ในชนบท แต่ต้องมาทำงานในเมืองใหญ่ ผักในสวนที่ปลูกเองและในป่ารอบบ้านที่ธรรมชาติปลูกเป็นผักที่ปลอดจากสารเคมี สามารถนำมา บริโภคได้โดยสนิทใจ ถือว่าเป็นผักปลอดภัยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการยากสำหรับการปลูกผักเองในเมือง แต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย ยังมีคนส่วนหนึ่งที่มุ่งมั่นที่จะทำการเกษตรในเมืองใหญ่ ถึงแม้จะขาดแคลนปัจจัยต่างๆ เช่น สถานที่ วัสดุปลูก แต่คุณครสวรรค์ ประกิ่ง หรือ คุณอั๋น ไม่ได้คิดแบบนั้น ความมุ่งมั่นจึงทำให้เกิดสวนผักบนดาดฟ้าตึกแถวที่จินตนาการแล้วยังนึกไม่ออกว่าเกิด
ตอนเขียนต้นฉบับ คนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองกรุง ต่างพากันหนีเชื้อไวรัส โควิด-19 กันอย่างจ้าละหวั่น ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่มีมาตรการรองรับ ทำให้น่าเป็นห่วงว่าจะกระจายเชื้อโรคไปทั่วประเทศ ส่วนคนในกรุงเทพฯ ก็ต้องตุนอาหารกับเวชภัณฑ์ที่หายาก คือ แฮลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ส่วนผู้เขียนตุนข้าวและอาหารกระป๋องอาหารแห้งไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว นัยว่าจะยังชีวิตได้หลายเดือนอยู่ ประกอบกับผักที่ปลูกไว้ในสวน ไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้ น่าจะรอดปลอดภัย กรุงเทพฯ ในตอนที่ผู้อ่านได้อ่านเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะมีสภาพอย่างไร แต่ขอให้ประชาชนชาวไทยจงผ่านพ้นวิฤกติไปได้ด้วยดี เนื่องจากเราเป็นครัวโลก เป็นแหล่งผลิตอาหาร เราจึงไม่น่าจะขาดแคลนเหมือนกับเมืองนอกเมืองนาเขา ซึ่งต้องพึ่งอาหารส่วนใหญ่จากการนำเข้า เดิมกรุงเทพฯ ก็มีความเจริญเฉพาะใกล้กับพระบรมมหาราชวัง แค่ระยะเสียงปืนที่ได้ยิงจากวังในตอนเที่ยง ถ้าไม่ได้ยินแล้วถือเป็นบ้านนอก คำว่า “ไกลปืนเที่ยง” มาจากเรื่องราวนี้ เมื่อหลายสิบปีก่อน แถวมีนบุรีถือเป็นบ้านนอกคอกนา แต่ปัจจุบันความเจริญเข้าใกล้มาจนกลายเป็นที่เจริญกันหมด ผืนดินแต่ละตารางวาจับแทบไม่ลง หมู่บ้านจัดสรรขึ้นเป
การเลี้ยงแพะเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ที่ให้ลูกเร็ว โตเร็ว ลงทุนน้อย ขายได้เร็ว อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก รวมถึงตลาดยังมีความต้องการสม่ำเสมอต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน คนไทยมีศักยภาพที่เลี้ยงแพะได้เก่ง ประกอบกับความเอื้ออำนวยของสภาพพื้นที่และสภาพอากาศ ทำให้การเลี้ยงแพะเป็นอาชีพที่น่าสนใจแล้วมีชาวบ้านหันมาทำกันเพิ่มมากขึ้น ทั้งเป็นอาชีพเสริมและหลัก คุณดิเรก มะหะหมัด อยู่บ้านเลขที่ 10 ไมตรีจิต 7/1 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ มีอาชีพการเกษตรกรรมหลายอย่าง ทั้งการทำนา รับจ้างทั่วไปทางเกษตร เลี้ยงวัว และเลี้ยงแพะเนื้อหรือแพะขุน คุณดิเรกชี้ว่า เลี้ยงแพะได้ประโยชน์มากกว่าวัว เพราะมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งการมีลูกเร็ว ลงทุนน้อย ขายได้เร็ว และตลาดยังมีความต้องการตลอดเวลา เพียงแต่การเลี้ยงแพะมีความยุ่งยากกว่า เพราะต้องเลี้ยงหลายตัว ดังนั้น หากเทียบการลงทุนระหว่างเลี้ยงแพะกับวัวด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันแล้วจะพบว่าการเลี้ยงแพะคุ้มค่ากว่า แนวทางการเลี้ยงแพะเนื้อของชาวบ้านรายนี้จะซื้อแพะที่มีความเด่นของแต่ละสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้ได้แพะที่ตรงตามความต้องการ
คุณศรีเพ็ญ พงศ์ทรัพย์เจริญ เลี้ยงปูนาอยู่ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ คุณศรีเพ็ญ เล่าว่า มีอาชีพหลักคือเป็นผู้ส่งออกอัญมณี แต่เมื่อไม่นานมานี้ เห็นการเลี้ยงปูนา จากยูทูบ จึงเกิดความสนใจ ถึงขนาดที่บอกว่า ดูยูทูบวันพฤหัสบดี พอวันเสาร์ ก็เดินทางไปต่างจังหวัดไปดูฟาร์มปูนา เลยไปซื้อพ่อแม่พันธุ์มา ทั้งๆ ที่ยังไม่มีบ่อเลี้ยง ได้พ่อแม่พันธุ์มาแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำบ่อให้มัน 1 บ่อ 100 คู่ และกลางสัปดาห์ ก็ทำให้อีกบ่อ อีก 100 คู่ อะไรทำให้คุณศรีเพ็ญ สนอกสนใจขนาดนั้น เธอเล่าว่า จริงๆ เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน มีความเป็นเกษตรกรอยู่ในสายเลือด แต่บังเอิญได้มาทำธุรกิจจิวเวลรี่ มาถึงวันนี้ ลูกๆ โตพอ ช่วยดูแลกิจการได้แล้ว ก็เลยอยากทำ “คือเราไม่ได้อยากแค่เลี้ยงปูนา แต่เราอยากต่อยอด ที่คนระดับกลางๆ สามารถทานปูนาได้อย่างมั่นใจ ปลอดเชื้อ ปลอดสารเคมี ปลอดพยาธิ” คุณศรีเพ็ญ ว่าอย่างนั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณศรีเพ็ญ เริ่มจากศูนย์จริงๆ ใช้วิธีการศึกษาจากยูทูบ รวมทั้ง ศึกษาด้วยตัวเอง ถึงขนาด ตื่นตีสาม ตีสี่ มาศึกษาชีวิตมันและอินจัด ขนาดสามสี่ทุ่มก็มาดูอีก มากินมานอนเฝ้ากันเลยทีเดียว การเลี้ยง เคยทดลอง เริ่มจา
กระแสการทำเกษตรกำลังมาแรงมาก คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น กระทั่งคนเมืองหลายคนก็ใฝ่ฝันถึงการมีบ้านท่ามกลางต้นไม้สีเขียว ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ และสามารถทำรายได้จากการทำการเกษตรแบบนี้เลี้ยงตัวเองได้ แต่จะทำการปลูกพืชผล หรือต้นไม้ดอกไม้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะต้องคำนึงถึงเรื่องการตลาด วิธีการปลูก การดูแล หรือการลงทุนอีก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็จะสามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว ต้องอาศัยการศึกษาและประสบการณ์ไม่น้อย กว่าจะทำการเกษตรจนประสบความสำเร็จได้ ปลูกกล้วยไม้ ที่หนองแขม พื้นที่เกษตรเดิม รูปแบบคนเมือง คุณสมศักดิ์ สัจจานุรักษ์วงศ์ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ และเป็นผู้แทนเกษตรกรเขตหนองแขม เล่าเรื่องราวการทำสวนกล้วยไม้ให้ฟังว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำกล้วยไม้ เคยทำสวนผักมาก่อน ตอนนั้นคือช่วงปี 2535 ที่ต้องเปลี่ยนมาทำสวนกล้วยไม้เพราะตอนนั้นราคาขายกล้วยไม้ดีมากๆ ราคาค่อนข้างสูง เริ่มแรกก็เอามาทดลองปลูกก่อนประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนที่มีอยู่แล้วในบริเวณบ้าน การปลูกกล้วยไม้ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย และการจะได้ทุนคืน ก็ค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างผมเองก็เกือบ 2 ปีกว่าจะได้เงินทุนคืน จึงเห็
เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันเป็นการสื่อสารที่รวดเร็วมาก ความเปลี่ยนแปลงนี้สามารถทำให้บางสิ่งบางอย่างที่เคยใช้ในสมัยก่อนต้องถูกทิ้งภายในระยะเวลาไม่นาน ดังจะเห็นธุรกิจกล้องถ่ายภาพและฟิล์มที่ดำรงอยู่ร้อยกว่าปีล่มสลายภายในไม่กี่ปีที่มีกล้องถ่ายรูประบบดิจิตอล โทรเลขที่เคยเฟื่องฟูก็ต้องยกเลิกไปเมื่อหลายปีก่อน และตู้โทรศัพท์ที่เคยมีอยู่มากมายอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ ก็ถูกทอดทิ้งด้วยระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มสื่อสารในระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีกลุ่มต่างๆ มากมายเกี่ยวกับการเกษตร พบว่ามีคนส่วนหนึ่งที่เป็นมนุษย์เงินเดือนอยากกลับมาทำการเกษตรที่บ้าน แต่ความฝันของเขายังไม่เป็นจริง เพราะมีปัจจัยต่างๆที่ยังไม่พร้อม มีคนที่ออกจากมนุษย์เงินเดือนมาทำเกษตรต้องประสบความผิดหวังหลายราย แต่คนที่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง คุณเอ๋ หรือ คุณมนธิดา อยู่หนู แห่งสวนแม่หอมแดง เป็นชาวจังหวัดราชบุรีโดยกำเนิด จบปริญญาตรี ด้านคหกรรมศาสตร์ ได้เข้าทำงานในบริษัทโรงงานอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ในตำแหน่งพนักงานแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งปี 2546 วันหนึ่งเห็นแม่บ้านอายุ 60 ปี ได้เกษียณอายุจากโรงงาน ป้าแม
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไปสำหรับคนเมือง ที่ต้องการสัมผัส และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ เพียงแค่แวะมา ที่ร้าน Patom Organic Living (ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง) พื้นที่สีเขียวใจกลางทองหล่อ ที่นี่ คือ แหล่งอาหารอินทรีย์ชั้นดีของคนรักสุขภาพ ที่รับวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์มีชีวิตที่รื่นรมย์ของคนเมืองกรุง ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน บรรยากาศที่ร้านแห่งนี้ก็จะคึกเป็นพิเศษ เพราะจัดให้มีกิจกรรม “ORGANIC FARMERS’ MARKET” (ออร์แกนิก ฟาร์มเมอร์ส มาร์เก็ต) เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนเมือง ได้เข้าถึง และสัมผัสเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งชม ช้อป ชิม ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ สดจากไร่ ตัดใหม่จากสวน มีเวิร์คช็อปสีเขียว “เรียน-รู้-รื่นรมย์ วิถีเกษตรอินทรีย์” และมุมส่งเสริมสุขภาพดี กินผักผลไม้วันละ 400-600 กรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และ สสส. เป้าหมายเพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและสร้างสุขภาพที่ดีแก่ผู้บริโภคนั่นเอง อนัฆ นวราช ผู้บริหารร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ในฐานะหัวหน้าโครงการปฐมเชื่อ
