เครือเจริญโภคภัณฑ์
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน เเละชุมชนในพื้นที่หมู่บ้านสบขุ่น จ.น่าน จัดพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้บนพื้นที่ภาคเหนือ 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ภายใต้โครงการ “CP ร้อยเรียงความดี ร้อย รักษ์ โลก” โดยมี พันเอก นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาทิ จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน,ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา, ชุมชนบ้านสบขุ่น รวมถึงเหล่าพนักงานซีพีอาสาในกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ร่วมปลูกต้นไม้ 300 คน โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พร้อมมุ่งหวังให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล กิจกรรมจัดขึ้น ณ หมู่บ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน พ.อ.นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบก
นายประสิทธ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ (คนที่ 7 จากขวามือ) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดกิจกรรม “สายธารน้ำใจ ไถ่ชีวิตโค-กระบือ” ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 14 ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 20 ตัว รวมมูลค่า 536,474.99 บาท ตลอดระยะเวลาสนับสนุน 14 ปี“สายธารน้ำใจ ไถ่ชีวิต โค-กระบือ” จำนวนในการร่วมไถ่ชีวิต โค-กระบือทั้งสิ้น วัว 195 ตัว และกระบือ 155 ตัว รวมมูลค่า 8,512,266 บาท ส่งมอบให้กับธนาคารโค-กระบือตามพระราชดำริฯ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีเครื่องมือทำกินอย่างยั่งยืน อีกทั้งภายในงานได้มอบข้าวตราฉัตร ให้กับผู้สูงอายุได้บริโภค โดยมีคุณแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนเวศม์เป็นผู้รับมอบ และร่วมออกบูทข้าวไข่เจียวบริการผู้ร่วมงานจำนวนกว่า 400 คน โดยได้รับสายธารน้ำใจจากพี่ ๆ พนักงานจิตอาสา CSR SPIRIT ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ
เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ ใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (corn traceability) ตั้งแต่ปี 2560 ยืนยันได้ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จัดหา 100% ในกิจการประเทศไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งปลูกมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่า ตลอดจนขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกรายย่อย ปลูกจิตสำนึกการไม่เผาหลังเก็บเกี่ยว และหาแนวทางเพื่อร่วมแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 สร้างหลักประกันการจัดหาข้าวโพดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักทางการเกษตรของเครือซีพี กล่าวว่า ซีพีให้ความสำคัญกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และมุ่งมั่นในการจัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรอย่างรับผิดชอบสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าจากแหล่งปลูกที่ถูกกฎหมาย ไม่ตัดไม้ทำลายป่า และไม่เผา สนับสนุนการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ทั้งนี้ เครือซีพีได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Corn Traceability)
นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จแบบยั่งยืน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง ซึ่งมาจากความสามัคคี ความเข้มแข็งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กับสมาชิกในชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งหวังที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน จากการพึ่งพาตนเอง ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา รัชกาลที่ 9 คือ การระเบิดจากข้างใน “เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2566) ด้วยพื้นที่โครงการ จำนวน 14.03 ตารางกิโลเมตร (8,768.75 ไร่) แบ่งเป็น พื้นที่เกษตรหรือทำกิน จำนวน 1,200 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 214.80 ไร่ และพื้นที่ป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ จำนวน 6,252 ไร่ จนเกิดเป็นโมเดลตัวอย่าง “ชุมชนต้นแบบอย่างยั่งยืน” หรือที่เรียกว่า “Powerpoint มีชีวิต” ซึ่งปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ Social Enterprise ให้ชุมชนอ
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรแปลงใหญ่ ของสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในวันรณรงค์และสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนา พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความมั่นใจเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอน ณ แปลงเรียนรู้การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่สามัคคี นายเทพ เทพสถิตย์ ผู้อำนวยการ โครงการผลิตวัตถุดิบ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด เปิดเผยว่า CPP และสวนสมบูรณ์ ให้การสนับสนุน “โครงการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่” ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซี.พี. พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี สีสวย ยืนต้นดี สีได้เนื้อ และ ปุ๋ย ‘ซี.พี.หมอดิน’ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เร่งราก ขยายต้น เพิ่มผลผลิต พ
นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในฐานะ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า ตลอด 35 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้น้อมนำพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สานต่อปณิธานตอบแทนคุณแผ่นดิน ตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท และยังคงขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมไทย ตามแนวคิด “มุ่งสร้าง 4 ดี พัฒนา 4 ด้าน” ได้แก่ คนดี พลเมืองดี อาชีพดี และสิ่งแวดล้อมดี สอดคล้องไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตามเป้าหมายหลักการสากล “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 17 ประการ (SDGs)” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน สังคม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันอย่างสมดุล ในปี 2566 มูลนิธิฯ มีเป้าหมายขยายขอบเขตพื้นที่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย จาก “ภูผา ผืนนา สู่มหานที”
กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Feed Ingredients Trading Business Group : FIT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำเทคโนโลยีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (corn traceability) สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาใช้ สร้างหลักประกันการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปราศจากการบุกรุกป่าและไม่เผา ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทย และยังได้ส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดจำนวนมาก นำระบบดังกล่าวไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม นายไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักทางการเกษตรของเครือซีพี กล่าวว่า ซีพีและซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งปลูกที่ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ตลอดจนได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(Corn Traceabilit
นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า “โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ” ต.บุโพธิ์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีรายได้อย่างมั่นคง พึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเป็นแบบอย่างที่ขยายผลได้ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรผสมผสานและเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง ในปีนี้ ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทำเกษตรผสมผสานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมอาชีพการปลูกพืชมูลค่าสูง อาทิ มะพร้าวน้ำหอม และด้านปศุสัตว์ รวมถึงการสร้างแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ด้านนางสาวกรวรรณ สอิ้งรัมย์ เกษตรกรบ้านบุโพธิ์ เล่าว่า “จากการเปลี่ยนแปลงวิถีการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว สู่การทำเกษตรผสมสานมากว่า 5 ปี บนพื้นที่ 4 ไร่ ประกอบด้วย การปลูกมะพร้าวน้ำหอม สละอินโด โกโก้ และฝรั่งกิมจู
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบทุนการศึกษาแก่บุตรเกษตรกรที่อยู่ภายใต้วิสาหกิจชุมชน สร้างป่า สร้างรายได้ บ้านสบขุ่น นำร่องผ่านโครงการสบขุ่นโมเดล NEWGEN#1 พลังคนรุ่นใหม่พัฒนาคนบ้านสบขุ่น โดยมีนายสุทัศน์ จินตเวชศาสตร์ นายอำเภอท่าวังผา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้การต้อนรับ และกล่าววัตถุประสงค์โครงการ พร้อมร่วมมอบทุนดังกล่าว นายสุทัศน์ จินตเวชศาสตร์ นายอำเภอท่าวังผา เปิดเผยว่า “ขอแสดงความยินดีกับลูกหลานบ้านสบขุ่น ที่ได้รับโอกาสและการสนับสนุนทุนการศึกษาจากวิสาหกิจชุมชน ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพราะการพัฒนาบ้านเกิดเป็นสิ่งที่เยาวชนรุ่นใหม่ควรตระหนัก ให้ความสำคัญ และลงมือปฏิบัติ โดยนำวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนกลับมาพัฒนาชุมชนของตัวเองให้มีความก้าวหน้า รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นอกเหนือจากการเข้ามาขับเคลื่อนโครงการสบขุ่น ในทุกมิติแล้ว ผมรู้สึกยินดีอย่างมาก ที่เครือซีพีได้เล็งเห็นความสำคัญและเข้ามาสนับสนุนทุนทรัพย์ด้านการศึกษา ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ของน้องๆ ชาว
เมื่อเร็วๆ นี้ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายวัลลภ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล เป็นประธานในพิธีไถ่ชีวิตกระบือ และมอบกระบือจำนวน 111 ตัว แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล 15 ครอบครัว ณ ฟาร์มกระบือทันสมัย ของ นางวิมล ชัยปรัชญาวงศ์ หมู่ที่ 10 บ้านชัยพัฒนา ตำบลเก่างิ้ว อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “ในนามของจังหวัดขอนแก่น ขอขอบคุณมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ที่นำกระบือมามอบให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นฐานคนขอนแก่นมีอาชีพเกษตรกรรมทำไร่ทำนาอยู่แล้ว การที่เกษตรกรได้รับกระบือในวันนี้ ถือเป็นการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรในอีกทางนึง คนโบราณเขาว่าถ้าวันนึงเราเดือดร้อน มีที่ก็ต้องขายที่มีควายก็ขายควาย ซึ่งการเลี้ยงควายก็ถือเป็นการออมเงิน การเก็บเงินของเกษตรกร นอกจากทางมูลนิธิฯ จะนำกระบือมาให้แล้ว ยังมีก
