เครือเจริญโภคภัณฑ์
ตำนานเป็ดเนื้อเชอรี่ บินจากอังกฤษสร้างอนาคตใหม่ให้วงการเป็ดไทย ปลดล็อกที่ (เคย) ซื้อ-ขายเป็นตัว มาชั่งน้ำหนัก ความเป็นมาของเป็ดที่เลี้ยงในประเทศไทย เป็นอาชีพอย่างหนึ่งที่เลี้ยงหารายได้ หลังจากการทำนาข้าวแล้ว ทั้งนี้ เห็นว่าข้าวเปลือกยังมีตกหล่นอยู่มากจากการเกี่ยวข้าว แม้จะมี นก หนู มาช่วยเก็บกิน ก็ยังมีข้าวเปลือกเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งนาที่มีมานานกว่าร้อยปีที่ตกทอดกันมา ไม่มีใครรู้ว่า ใครนำเป็ดไปไล่ทุ่งคนแรกจนทุ่งนาข้าวก่อเกิดรายได้ ทั้งนายทุนปล่อยให้ชาวนาไปเลี้ยงต่างมีผลตอบแทนด้วยกัน แต่คนที่ได้เปรียบนอกจากนายทุนแล้ว ยังมีพ่อค้าเป็ดและโรงเชือดเป็ด มีผลประโยชน์มากกว่า ประโยชน์ของนายทุนในอดีตก็คือ กำไรจากค้าลูกเป็ดที่ปล่อยให้ชาวนาเลี้ยงในทุ่งนา บางครั้งชาวนาก็ไม่ได้กำไรเลยก็มีเพราะลูกเป็ดเสียหายในทุ่งนา กระบวนการเลี้ยง เมื่ออายุได้ 3 เดือนเศษ ชาวนาต้องต้อนฝูงเป็ดไปให้นายทุนจัดการขายให้กับพ่อค้ารับซื้อ ทั้งที่ท้องถิ่นและในกรุงเทพฯ พ่อค้ามีประสบการณ์ในการซื้อฝูงเป็ด ว่าเป็ดไข่ไล่ทุ่งที่สมบูรณ์และสีขนที่ตลาดต้องการ ตกลงราคาในการซื้อ-ขาย เหมาเป็นตัว ตลาดเป็ดไข่เป
จากนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าเคียงคู่คนไทยก้าวพ้นวิกฤตด้วยกัน จากวันแรก…ถึงวันนี้ ด้วยการเดินหน้าส่งมอบอาหารพร้อมทานในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง นายอุดมศักดิ์ แสงวณิช รองผู้อำนวยการ ภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานคุณภาพปลอดภัยจากซีพีเอฟ เพื่อเติมพลังกายและเสริมกำลังใจทีมนักรบชุดขาว ลดภาระการจัดเตรียมอาหาร เพื่อทุ่มเทเวลาในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า ในท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นอกจากกระทรวงสาธารณสุข ที่สนับสนุนเวชภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ภาคเอกชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ อย่างซีพีเอฟ ที่ได้นำอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานที่ปลอดภัย สะอาด และอร่อย มามอบให้ รวมถึงเซเ
การบริจาคโลหิตของคนหนึ่งคน สามารถต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้โลหิต ตามคำที่กล่าวว่า “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” เพราะโลหิต 1 ยูนิต สามารถแยกเป็นส่วนประกอบของโลหิตได้ 3 ประเภท ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และพลาสมาที่สามารถนำไปรักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด ดังนั้นการบริจาคโลหิตจึงเป็นการช่วยชีวิตผู้อื่นที่ดีที่สุดที่คนทั่วไปสามารถทำได้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมทำความดีอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “เครือเจริญโภคภัณฑ์ครบ 100 ปี ทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2564 เปิดรับบริจาคโลหิต ณ ห้องประชุม ชั้น 11 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ถนนสีลม กรุงเทพฯ โดยมีผู้ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ จำนวน 507 คน ได้รับปริมาณโลหิต จำนวน 202,800 ซีซี นายวัลลภ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานโครงการ “เครือเจริญโภคภัณฑ์ครบ 100 ปี ทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต” กล่าวว่า เนื่องด้วยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในวาระดำเนินกิจการครบรอบ 100 ปี ได้จัดกิจกรรมชวนชาวซีพีจิตอาสาและประชาชนทั่วไปทำความดี ด้วยการบริจาคโลหิต
(16 มีนาคม 2564) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานและสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มี นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และ รศ.ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ลงนาม โดยมี นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และ นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส รวมถึงคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมงานด้วย ณ อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ประชาชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดกัญชงอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคและนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่สามารถตรว
เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า อาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยนั้น แปดริ้ว นับว่าเป็นแหล่งที่เลี้ยงไก่ไข่สูงสุด ถ้าหากรวมจำนวนไก่ที่มีอยู่ 45 ล้านตัวทั่วประเทศ คาดว่าจำนวนครึ่งหนึ่งคงมีเลี้ยงอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะตำบลเทพราช และบางตีนเป็ด เลี้ยงกันเป็นอุตสาหกรรมไก่ไข่กันเลยก็ว่าได้ ไม่แปลกใจ นายกสมาคมไก่ไข่ก็เป็นชาวแปดริ้วเช่นกัน เหตุที่คุ้นเคยรู้จักกับวงการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอาชีพสำคัญของเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะเคยศึกษาและวิจัยในด้านต้นทุนและผลตอบแทนการเลี้ยงสัตว์ อาทิ ไก่ เป็ด สุกร ห่าน มาก่อน สมัยรับราชการอยู่ที่กองเศรษฐกิจการเกษตร สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถรอบรู้ถึงข้อมูลพื้นฐานการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างละเอียด ทั้งด้านการผลิตและการตลาด ในอดีตเกือบ 50 ปีมาแล้ว ทำให้รู้จักเกษตรกรชาวฟาร์มสัตว์ทั้งหลายที่เคยร่วมกันทำข้อมูลจากบัญชีฟาร์ม ที่ได้รับการคัดเลือกในการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและรายได้ ที่พอจะประเมินได้ว่า ขนาดฟาร์มเล็ก กลาง ขนาดใหญ่ ว่าเหมาะสมกับการทำธุรกิจการเลี้ยงได้ดีกว่ากัน เมื่ออ้างอิงถึงแปดริ้ว ต้องนึกถึงอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ขึ้นมาทันที เพราะที่นี่เลี้ยงไก
ปัจจุบัน มะพร้าวน้ำหอม นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่นิยมบริโภคสดและใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เพราะมีจุดแข็งสำคัญคือ ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน เหมาะสมต่อการเพาะปลูกผลไม้ ทำให้ผลไม้มีรสชาติดี น้ำมะพร้าวที่ได้มีคุณภาพดีและมีกลิ่นหอม เป็นที่ต้องการของตลาด กรมวิชาการเกษตร ได้รับแจ้งจาก สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักการต่างประเทศ เรื่อง สถานการณ์สินค้ามะพร้าวในสหรัฐอเมริกา (เมษายน 2563) จากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (สปษ. ดี.ซี.) ว่า ปัจจุบัน ตลาดสินค้าน้ำมะพร้าวจากทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะมีขยายตัวเพิ่มเป็น 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2567 ความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่เพิ่มขึ้น อาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคของประชากรที่หันมาเน้นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และด้วยผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง ไขมันและแคลอรีต่ำ สามารถเป็นเครื่องดื่มในลักษณะของ Sport Drink ที่ทำให้เกิดความสดชื่นเมื่อดื่มหลังการออ
ข้าวตราฉัตร จับมือ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผู้นำด้านแมททีเรียลส์ ไซแอนซ์ ระดับโลกและ บริษัท พรีแพค ประเทศไทย จำกัด ใน เอสซีจีพี (SCGP) ผู้ผลิตแพคเกจจิ้งพลาสติกชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) ชั้นนำของประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานถุงข้าวสารเป็นข้าวถุงรักษ์โลก ด้วยนวัตกรรม INNATE™ และเทคนิคดาวน์ เกจจิ้ง (Down Gauging-บางลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น) ข้าวตราฉัตร ถือเป็นแบรนด์แรกของไทย ที่ได้นำนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในการผลิตถุง เพื่อรีไซเคิลแบบครบวงจร และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการลดพลาสติกและพลังงานในการผลิต พร้อมวางจำหน่ายข้าวถุงรักษ์โลกในไตรมาสแรกของปี 2564 เอาใจกลุ่มผู้บริโภคที่รักสิ่งแวดล้อมทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายความยั่งยืน ที่จะยกเลิกการใช้พลาสติกที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ภายในปี 2568 นายฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจการค้าข้าวและอาหารในประเทศและต่างประเทศกลุ่มธุรกิจข้าวตราฉัตร กล่าวว่า ด้วยยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององ
ตราฉัตร ร่วมกับบริษัทพันธมิตรภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผสานโครงการ “ข้าวชาวนาไทย ปี 3” ช่วยชาวนา รับมือพิษโควิด-19 และราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำ ชวนคนไทยหันมากินข้าวหอมมะลิจากชาวนาไทย ผ่านช่องทางจำหน่ายร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าใกล้บ้านภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ อาทิ 7-Eleven แมคโคร และ ซีพี เฟรชมาร์ท นายฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจการค้าข้าวและอาหารในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมข้าวไทย ปี 2563 มีแนวโน้มตกต่ำ ทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่าการส่งออก ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่และเป็นผู้ผลิตข้าวที่สำคัญของโลก อาทิ จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีนโยบายลดการพึ่งพา ชะลอการซื้อ เน้นเพิ่มผลผลิตข้าวภายในประเทศ ประกอบกับหลังเกิดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นผลให้ตั้งแต่เดือนมีนาคม การส่งออกหยุดชะงัก ทำให้สินค้าเกษตรส่งออกหลายชนิด รวมถึงข้าวหอมมะลิได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่สามารถส่งออกตลาดต่างประเทศได้ ทำให้การส่งออกชะลอตัว กลุ่มผู้บริโภคทั้งตลาดไทยและต่างประเทศมีกำลังการซื้อที่หดตัวลง หันไปซื้อข้าวคุณภาพใกล้เคียงหอมมะลิที่มีราคาถูกกว่า ประกอบก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้าส่งความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อน ในวันนี้ (28 ตุลาคม 2563) นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือซีพี-ซีพีเอฟ นำผู้บริหารเครือฯ ได้แก่ ซีพีเอฟ โดย นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก เจียไต๋ ซีพี ออลล์ ทรู แม็คโคร ซี.พี. อินเตอร์เทรด และ ซีพี รีเทลลิงค์ ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค 1,000 ถุง น้ำดื่ม 5,500 ขวด ข้าวตราฉัตร ขนาด 5 กิโลกรัม 600 ถุง ข้าวไข่เจียว 300 ชุด ขนมเลอแปง กาแฟมวลชน และผ้าห่ม 600 ผืน ภายใต้โครงการ “เครือซีพี เคียงข้างคนไทย ผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย อำเภอปักธงชัย และ อำเภอโชคชัย โดยมี นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอปักธงชัย ร่วมกับ นายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย นายอำเภอโชคชัย รับมอบ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ขณ
เคยกล่าวกันมานานแล้วว่า อาชีพเลี้ยงไก่ไข่ที่คนไทยรู้จัก และมีการเลี้ยงมานานกว่า 6 ทศวรรษ กระจายไปตามหัวเมืองและต่างจังหวัดที่สำคัญทางด้านความเจริญทางเศรษฐกิจ “พูดง่ายๆ ว่า อาชีพเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ดีมาก่อนการเลี้ยงสุกรและไก่เนื้อมานาน” เซียนไก่ไข่ในวัยชรากล่าวถึงเรื่องราวในอดีตที่ประสบมา เพราะอิทธิพลคนเลี้ยงไก่ไข่เริ่มจากคนกรุงเทพฯ ที่นิยมไก่ไข่ขนสีน้ำตาลหรือพันธุ์โร๊ดไอร์แลนด์เรด ขนสีขาว พันธุ์เล็กฮอร์นและพันธุ์บาร์พลีมัทร็อค ขนสีเทาสลับแซมขนสีขาวเล็กน้อยเลี้ยงตามบริเวณบ้าน ปัจจุบัน คงมีแต่ขนสีน้ำตาลเท่านั้น สายเลือดพันธุ์โร๊ดไอร์แลนด์เรด คนเลี้ยงไก่ไข่ที่เรียกพันธุ์นี้ชื่อเป็นการค้าว่า “ไก่ไข่อิซา บราวน์” เป็นที่ทราบกัน เหตุผลเป็นไก่ขนสีน้ำตาล ฟองไข่สีน้ำตาล สีสวยสด ฟองใหญ่เตะตาผู้บริโภค พันธุ์ไก่ไข่ดก นิยมเลี้ยงกัน สายเลือดจากประเทศฝรั่งเศส เท็จจริงเพราะคนกรุงเทพฯ ชอบเลี้ยงไก่กัน แล้วขยายฟาร์มออกนอกเมือง เมื่อกว่า 50 ปี ใครจะทราบได้ว่า ย่านถนนพหลโยธิน บางเขน ล้วนมีฟาร์มไก่ไข่มากมายขึ้นเป็นดอกเห็ด คนอยู่บางเขนกลายเป็นชาวบ้านนอก ที่คนเดินทางในเมืองกลางกรุงมุ่งจะไปบางเขน หารถเดินทางแสนยา
