เงาะ
เงาะ เป็นผลไม้ที่สำคัญของภาคตะวันออกและภาคใต้ และปัจจุบันได้ถูกนำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดต่างๆ รวมทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูด้วย สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อย่างเช่น คุณสง่า สารพัฒน์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 9 บ้านต่างแคน ตำบลบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โทรศัพท์ (085) 456-5990 และ (063) 056-2688 (ภรรยา) คุณสง่า เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรกว่า 100 ไร่ เป็นที่ นส. 3 และ ส.ป.ก. โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ได้แก่ ยางพารา ประมาณ 50 ไร่ มีรายได้ปีละ 4 แสน ถึง 5 แสนบาท และแนวโน้มมีรายได้ลดลงเรื่อยๆ ทำไร่อ้อย 20 กว่าไร่ มีรายได้ปีละประมาณ 20,000 บาท และมีแนวโน้มรายได้ลดลงเช่นกัน ปี 2541 ได้ทดลองปลูกเงาะโรงเรียน จำนวน 200 ต้น โดยใช้ระยะปลูก 7×7 เมตร พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ได้จัดทำระบบน้ำไปยังต้นเงาะทุกต้น ลงทุนประมาณ 40,000 บาท สามารถให้น้ำเงาะได้ตลอดปี ในระยะแรกได้มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แซมช่องว่างระหว่างของเงาะ ทำให้มีรายได้เสริมในระหว่างที่ยังไม่ให้ผลผลิต การให้ปุ๋ย ได้นำแม่ปุ๋ยมาผสมใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยใช้สูตร 46-0-0 อัตรา 50
วิถีการดำรงชีพหลังเกษียณ มีหลายทางเลือกคือ พักผ่อน มีความสุขอยู่กับลูกหลานเหลน หรือทำงานเบาๆ เช่น ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักหรือปลูกไม้ผล แบบสวนหลังบ้าน เพื่อให้มีผลผลิตเก็บกินหรือแบ่งปันเพื่อนบ้าน วิถีการดำรงชีพหลังเกษียณ ไม่ควรลงทุน ไม่ว่าจะเป็นงานใดก็ตาม เพราะมีความเสี่ยงสูง ยิ่งถ้าไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ เมื่อเกิดข้อผิดพลาด อาจแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ทันการณ์ ซ้ำยังส่งผลให้บั้นปลายมีวิถีชีวิตไม่มั่นคง วิถีการดำรงชีพหลังเกษียณด้วยการ การสร้างสวนไม้ผล ก่อนเกษียณ 5 ปี หรือมากกว่า เพื่อให้มีโอกาสปฏิบัติงานจริง ได้ลองผิดลองถูก รู้ข้อดี ข้อด้อย วิธีการแก้ปัญหา ได้พัฒนาการทำงานให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ และเมื่อถึงวันที่เกษียณจริงก็สามารถทำงานต่อยอดได้ทันที เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ จากประเด็นดังกล่าว เราจึงขอนำเสนอเรื่องของ ครูเอกชัย…กับสวนไม้ผล งานใหม่หลังเกษียณเพื่อวิถีมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณเอกชัย ตองอบ ผู้อำนวยการโรงเรียนนาแก้ววิทยา ผู้ปลูกสร้างสวนไม้ผลเล่าให้ฟังว่า โดยพื้นฐานแล้วคุณพ่อ-คุณแม่ เป็นชาวไร่ชาวนา เมื่อครั้งเป็นเด็กได้ช่วยท่านทำงานในไร่นา จึงซึมซับความรู้ ประสบการณ์ไว้พอสม
“เงาะพันธุ์โรงเรียน ” ถือเป็น “สินค้าเด่น-ดัง ” ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เงาะพันธุ์โรงเรียนได้ถือกำเนิดที่อำเภอบ้านนาสาร ตั้งแต่เมื่อ 88 ปีที่แล้ว โดยนายเค หว่อง ชาวจีนสัญชาติมาเลเซียได้นำเมล็ดพันธุ์เงาะจากปีนัง มาปลูก ต่อมาที่ดินดังกล่าวได้ถูกกระทรวงธรรมการในขณะนั้น (กระทรวงศึกษาธิการ)ซื้อไว้และนำมาปรับปรุงเป็นโรงเรียนนาสาร ทำให้ต้นเงาะที่นายเค วอง ปลูกไว้ได้ชื่อว่า “เงาะพันธุ์โรงเรียน” ตามไปด้วย กล่าวได้ว่า เงาะพันธุ์โรงเรียน เป็นเงาะพันธุ์ดีที่สุดในประเทศไทย และเป็นเงาะพันธุ์ดีที่สุดในโลก ลักษณะผลเมื่อแก่จัด เปลือกเป็นสีแดงสวย แต่ที่ปลายขนยังมีสีเขียว ผลสุกมีรสชาติหวาน หอม เนื้อกรอบล่อนจากเมล็ดและเปลือกบาง ปัจจุบันเกษตรกรทั่วประเทศนิยมปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อำเภอบ้านนาสาร มีการปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนกันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ 11 ตำบล โดยแหล่งปลูกขนาดใหญ่อยู่ที่ตำบลนาสาร 5,396 ไร่ รองลงมาคือ ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ 3ล346 ไร่ และตำบลลำพูน 2,033 ไร่ มีเกษตรกรที่ปลูกเงาะประมาณ 4,021 ครัวเรือน เนื้อที่ปลูกจำนวน 21,300 ไร่ ผลผลิตรว
ชาวบ้านในพื้นที่บ้านคลองเจริญ ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เดิมทำอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาก่อน แต่ระยะหลังเจอปัญหาต้นทุนการผลิตแพงทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเมล็ดพันธุ์ แถมบางปีเจอปัญหาฝนทิ้งช่วง เกิดโรคแมลงระบาดทำลายผลผลิตเสียหายและคุณภาพไม่ดี จึงขายผลผลิตไม่ได้ราคาเท่าที่ควร จึงเลือกปลูก “เงาะ” เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ปรากฏว่า ได้ผลผลิตที่ดี สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน เกษตรกรผู้ริเริ่มปลูกเงาะในท้องถิ่นแห่งนี้คือ คุณวงเดือน กุลบุตร บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6บ้านคลองเจริญ ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู คุณวงเดือน เป็นคนที่ชอบทดลองปลูกพืชใหม่ๆ จึงได้นำพันธุ์เงาะโรงเรียนจากจังหวัดจันทบุรีมาทดลองปลูก เมื่อปี พ.ศ. 2542 จำนวน 20 ต้น หลังทดลองปลูกประมาณ 1 ปี ต้นเงาะก็เจริญเติบโตได้ดี คิดว่าน่าจะสร้างรายได้ที่ดีแก่ครอบครัวได้ดีกว่าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เธอจึงตัดสินใจซื้อเงาะพันธุ์โรงเรียนมาปลูกเพิ่มอีกจำนวน 110 ต้น ในปี 2543 เงาะที่คุณวงเดือน นำมาปลูกเป็นเงาะที่ขยายพันธุ์ด้วยการติดตา จำนวน 130 ต้น พื้นที่ 5 ไร่ ในการปลูกครั้งแรกได้เตรียมดินโดยการไถเ
สหกรณ์ชาวสวนผลไม้ 5 แห่งจับมือเจรจาธุรกิจกับอินเดีย เตรียมส่งออกผลไม้ไทยเปิดตลาดเอเชียใต้ รับอินเดียสนใจเงาะ เป็นพิเศษ ต้องการสั่งซื้อวันละ 500 กิโลกรัม เบื้องต้นสหกรณ์ขอเจรจารายละเอียดเรื่องราคาและการขนส่งให้ชัดเจน ก่อนลงนามสัญญาซื้อ-ขายระหว่างกันต่อไป นายอาทิตย์ สุกเหลือ สหกรณ์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา สหกรณ์จังหวัดตราด พร้อมด้วยสหกรณ์จากจังหวัดจันทบุรี เชียงใหม่ ลำพูน และชุมพร ได้จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้นำเข้าส่งออกสินค้าของประเทศอินเดีย จำนวน 12 ราย จาก 3 เมืองใหญ่ของอินเดีย โดยในงานดังกล่าวมีนายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปะชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการเจรจาธุรกิจ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตร ตามโครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรของไทย พร้อมทั้งยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดงานดังกล่าว ถือเป็นการเปิดตลาดการส่งออกผลไม้ของไทยที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สับปะรดตราด
เงาะ…เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง พันธุ์ที่นิยมปลูกเชิงการค้า เช่น เงาะพันธุ์สีชมพู สีทองหรือพันธุ์โรงเรียน พื้นที่การปลูกมากอยู่ในบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย แต่ปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานใต้ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) สภาพพื้นที่ก็มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตลาดต้องการ วันนี้จึงนำเรื่อง เงาะพันธุ์โรงเรียน…ผลไม้เศรษฐกิจคุณภาพจากเมืองน้ำขุ่น ถิ่นอีสานใต้ มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า เงาะพันธุ์โรงเรียน ที่เกษตรกรอำเภอน้ำขุ่นปลูกและผลิตได้มีคุณภาพดี เนื้อหนา ล่อน รสชาติหวานหอมอร่อยไม่แตกต่างกับเงาะที่ปลูกภาคตะวันออกและภาคใต้ เกษตรกรที่นี่ได้ไปนำเงาะพันธุ์โรงเรียนคุณภาพจากจังหวัดศรีสะเกษ มาปลูกที่นี่กว่า 10 ปีแล้ว เกษตรกรมีพัฒนาการปลูกและผลิตเรื่อยมากระทั่งได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการตลาดผู้บริโภค เงาะพันธุ์โรงเรียนจึงเป็นหนึ่งไม้ผลเศรษฐกิจของอำเภอน้ำขุ่นที่มีเกษตรกรนิยมปลูกกันแพร่หลาย ปัจจุบัน มีพื้นที่เงาะพันธุ์โรงเรียน 50 ไร่ เกษตรกรปลูก 15 ราย มีทั้งเก
คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ หรือ คุณชาย วัย 45 ปี เจ้าของสวนส้มโชกุนดาวทอง ที่อ.เบตง จ.ยะลา คุณสมชาย เป็นที่รู้จักของนักวิชาการ เกษตรกร และสื่อมวลชน เมื่อเขาลุกขึ้นมาโค่นยางพารา บางส่วนของที่บ้าน แล้วปลูกส้มโชกุนเบตง ของดีจังหวัดยะลา ซึ่ง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอไปแล้วนั้น คุณสมชาย อธิบายให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังถึง เงาะลิ้นจี่ ว่าเป็นเงาะป่าของมาเลเซีย แต่ปลูกได้ทางภาคใต้ มีรสอร่อย รสชาติมันคือเงาะผสมลิ้นจี่ กรอบ เนื้อไม่ติดเม็ด “ผมเคยเจอที่อ.เบตง เขาขายกันกิโลกรัมละ 60-80 บาท แล้วก็หายไปพักใหญ่ ตอนนี้ผมไปเจอที่สวนของเพื่อน กะว่าจะนำมาขยายแล้วมาปลูกที่สวน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์ มีพืชหลากหลายให้ชม” ปัจจุบัน คุณสมชายมีศูนย์การเรียนรู้ สวนดาวทอง ที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีผู้ไปเรียนรู้ดูงานจากหลายภาคส่วนจำนวนมาก และตั้งเป้าไว้ว่าจะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย ขอบคุณภาพ คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์
ที่มาของ คำว่า เงาะพอดีคำ เป็นการขนานนามของผลเงาะที่ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอลอง โดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ท่านได้ไปเยี่ยมชมสวนเงาะของเกษตรกรและได้ลิ้มชิมรสเงาะ 1 ผล แกะกินแล้วมีขนาดพอดีหนึ่งคำ ท่านก็เลยตั้งชื่อให้ดังกล่าว อันเป็นการสื่อความหมายว่า เงาะที่เมืองลอง มีขนาดผลไม่ใหญ่มากนัก แต่มีลักษณะเด่นอยู่หลายประการ โดยเฉพาะเรื่องรสชาติ ที่สวนเงาะของผู้เขียนอยู่ที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ก็เป็นสวนหนึ่งในหลายๆ สวนของเกษตรกรผู้ปลูกเงาะ ขอนำเสนอชุดประสบการณ์ของผู้เขียนเองมาเผยแพร่ยังท่านผู้อ่าน แรกเริ่มเดิมทีของการปลูกเงาะ ด้วยการซื้อกิ่งพันธุ์เงาะโรงเรียนมาปลูก เมื่อปลายปี 2552 จำนวน 80 ต้น ปลูกในพื้นที่ 10 ไร่ กิ่งพันธุ์นั้นได้มาจาก 3 แหล่ง จากจังหวัดจันทบุรี อุตรดิตถ์ และงานวันเกษตรจังหวัดแพร่ ปีที่ 1 ปีที่ 2 เงาะไม่เจริญเติบโต พื้นที่ปลูกเงาะเจ้าของเดิมปลูกส้มเขียวหวาน แต่ได้เลิกกิจการไป จึงได้นำดินไปตรวจวิเคราะห์ ผลปรากฏว่า ดินมีค่า pH 5.5 องค์ประกอบของดินมีอินทรียวัตถุน้อยมาก ไม่ถึง 1% (ต้องมีไม่น้อยกว่า 5%) ธาตุอาหารไนโตรเจน (N) และฟอสฟอรัส (P) อยู่ในระดับน้อยมาก โพแทสเซียมอยู่
คุณยวน สกุลวา หรือ ลุงยวน บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (063) 803-2137 ปลูกทุเรียนมานานกว่า 15 ปี ในพื้นที่อำเภอวังโป่งแห่งนี้ เป็นเกษตรกรรายแรกในพื้นที่ที่ปลูกทุเรียนและเงาะ ซึ่งถือว่าเป็นพืชต่างถิ่น เป็นพืชชนิดใหม่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยปลูกมาก่อน ลุงยวน เล่าว่า ในตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการนำทุเรียนและเงาะมาปลูกจะสามารถออกดอกติดผลหรือไม่ แต่ตนเองชอบการทำสวนจึงหาพันธุ์ทุเรียนและเงาะมาปลูก อย่างทุเรียนก็จะเน้นปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองเป็นหลัก และก็มีทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ชะนี หลงลับแลบ้าง ตามที่จะหาซื้อพันธุ์มาได้ ในตอนนั้นคนที่ทราบว่าตนเองปลูกทุเรียน แน่นอนหลายคนคิดว่าตนเองถ้าจะบ้า แต่หลังจากปลูกไว้เพียง 4-5 ปี ต้นทุเรียนก็มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างดี เริ่มออกดอกติดผลมาให้เห็น ก็สร้างความดีใจให้กับตนเองเป็นอย่างมาก “ต้นทุเรียนเริ่มทยอยออกดอกติดผลมากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งผลผลิตที่เก็บได้ถูกสั่งจองและขายแค่ในพื้นที่ก็หมดแล้ว ไม่ได้ออกไปขายที่ไหนเลย ซึ่งเป็นมาอย่างนี้นานนับ 10 ปี คนซื้อก็จะบอกกันปากต่อปาก ราคาขายทุเรียนก็จะอ้างอิงราคาตามท้องตลาด
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อย เลือกหันหลังให้กับเมืองใหญ่ ตลอดจนการไปทำงานในพื้นที่ไกลๆ กลับมามองหาอาชีพที่สามารถเป็นเจ้าของกิจการเองได้ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะเห็นได้จากตามรายการทีวี ตลอดจนหนังสือต่างๆ ที่มีบุคคลจากหลากหลายอาชีพ ต่างมาหาความสุขที่ต้องการ ด้วยการทำเกษตรกรรมที่เห็นมาแต่ครั้งปู่ ย่า ตา ยาย จนถึงขนาดที่เรียกว่าผลผลิตที่มี ขายดิบขายดีจนมีไม่พอขายกันเลยทีเดียว เหมือนเช่นเกษตรกรหลายๆ รายที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ให้ข้อมูลว่า สภาพของพื้นที่ในอำเภอน้ำยืนนั้น เหมาะสมกับการปลูกไม้ผลได้มากมายหลากหลายชนิด เพราะดินในพื้นที่เป็นดินภูเขาไฟ ทำให้สามารถปลูกไม้ผลได้ดี อาทิ เงาะ ทุเรียน แก้วมังกร ฯลฯ ซึ่งผลผลิตที่ได้จึงมีรสชาติที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความหวาน และรสสัมผัสอื่นๆ “ตอนนี้เรียกได้ว่า ผลไม้ในพื้นที่นี้มีรสชาติดี จึงเหมือนเป็นมิติใหม่ของอำเภอน้ำยืน ที่เกษตรกรเกิดความตื่นตัวที่จะปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดเองกำลังส่งเสริมให้มีการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 260 ไร่ ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมายเข้
