เจียไต๋
เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา พนักงานบริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ร่วมกันแพ็คถุงยังชีพกว่า 300 ชุดเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี ใน “โครงการปันน้ำใจ เจียไต๋อาสา” นอกจากอาหารพร้อมรับประทานและของใช้จำเป็นแล้ว ในถุงยังชีพของเจียไต๋ ยังใส่เมล็ดพันธุ์คุณภาพเจียไต๋ เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน คะน้ายอด ผักบุ้ง และแตงกวา เพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก และช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยได้ในทันทีหลังน้ำลด ด้วยประสบการณ์กว่า 98 ปีในธุรกิจเกษตร เจียไต๋ยึดมั่นในค่านิยมของบริษัทนั่นคือการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร และมอบความมั่นใจให้กับผู้บริโภค กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเจียไต๋ในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนในทุกภาคส่วนของสังคม “ เจียไต๋ ” เป็นบริษัทเกษตรกรรมชั้นนำของประเทศไทย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการเกษตรมายาวนานกว่า 98 ปี ธุรกิจหลักของเจียไต๋ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ กลุ่มธุรกิจปุ๋ย กลุ่มธุรกิจอารักขาพืช และกลุ่มธุรกิจ Integrated Bu
เทศกาล “เจียไต๋ แฟร์ 2018 FARMNIVAL…ฟาร์มนี้ ว้าว!” ที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2561-13 มกราคม 2562 ณ ชนม์เจริญฟาร์ม ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกิจกรรมงานเจียไต๋ แฟร์ ได้จัดติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 9 แล้ว เน้นโชว์มหัศจรรย์พันธุ์พืช-ดอกไม้ ละลานตา ที่สุดความฟินแห่งปี โดยกำหนดคอนเซ็ปต์งานแบบสนุกๆ เนรมิตฟาร์ม ผัก-ผลไม้ ให้กลายเป็นวันเดอร์แลนด์ดินแดนแสนสนุก ชวนให้ร้องว้าวๆ หลายครั้งกับความอลังการงานแสดงโชว์สายพันธุ์พืชผัก อันดับ 1 ของประเทศไทย ดอกไม้นานาพรรณที่มาอวดความงามพร้อมๆ กัน โซนกิจกรรมเขาวงกตข้าวโพดนานาสายพันธุ์ มีหอคอยข้าวโพดที่สามารถเห็นทัศนียภาพจากมุมสูงของงาน เมื่อลงมายังจะได้รับประทาน “ข้าวโพดฮอกไกโด” ข้าวโพดหวานอร่อย ที่รับประทานสดได้อย่างปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงข้าวโพดซูพรีม ข้าวโพด 3 สี ข้าวโพดขาวหวาน ข้าวโพดหวานอัญชัน สายพันธุ์ข้าวโพดหวานม่วง 737 อีกจุดที่ต้องแวะชมคือ โรงเรือนปลูกพืชสายพันธุ์แปลก ที่มีตั้งแต่ขนาดเท่ากำปั้นไปถึงขนาดยักษ์ อาทิ ฟักทองขนาดใหญ่มหึมา ฟักทองรูปทรงประหลาด ฟักทอง Mix จานบิน ฟักทองสองสี ซูกินีสีทอง ข้าวโพดหลากสีสัน ซึ่
ปัญหาโรคและแมลง คือ อุปสรรคสำคัญของการปลูกแตงกวา แถมระยะหลังเมืองไทยมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้เกิดโรคแมลงมากขึ้น ในช่วงหน้าร้อน เช่น โรคไวรัส โรคราน้ำค้าง ทำให้ต้นแตงกวาเกิดอาการใบเหลือง แห้งเหี่ยว ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน ในช่วงอากาศร้อนมากๆ เพศของดอกจะกลายเป็นตัวผู้ ทำให้ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจเมล็ดพันธุ์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้พัฒนา “แตงกวาพันธุ์ไฮโซ” เป็นสินค้าทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร โดยแตงกวาพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นในเรื่อง ความแข็งแรงต้านทานโรคไวรัส ทนอากาศร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ให้ผลผลิตที่คุ้มค่า สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้า นักวิจัยของเจียไต๋ใช้เวลาทดลองปรับปรุงแตงกวาพันธุ์ไฮโซมากว่า 2 ปี ทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพราะเป็นพื้นที่ที่นิยมปลูกแตงกวาเป็นอย่างมาก ซึ่งพบว่าแตงกวาพันธุ์นี้แม้ว่าอากาศจะร้อนจัด ก็สามารถยังให้ผลผลิตที่ดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และยังให้ขนาดมาตรฐาน แตงกวาไฮโซ มีขนาดผลยาวประมาณ 11 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2.8 เซนติเมตร ผลตรงเรียวสวย ไม่งอ การไ
ปีนี้ถือเป็นปีทองของทุเรียนไทย เพราะขายผลผลิตได้ราคาสูงกว่าทุกปี สร้างแรงจูงใจให้คนไทยหันมาสนใจปลูกทุเรียนกันมากขึ้น แต่การทำสวนทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของต้นทุเรียนเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีป้อนตลาดในอนาคต ในฉบับนี้ จะพาไปเรียนรู้เคล็ดลับการผลิตทุเรียนนอกฤดู ของ “ คุณสุเนตร สุทธิสถิตย์ ” (โทร.089-936-1214)ตั้งอยู่พื้นที่บ้านจำรุง หมู่ 7 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแถลง จังหวัดระยอง เกษตรกรต้นแบบที่มีประสบการณ์ปลูกทุเรียนมากว่า 20 ปี มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 600 ต้น จำนวน 4 แปลง กระจายอยู่ในพื้นที่ตำบลกองดิน ตำบลบ้านนา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแถลง และตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา สวนทุเรียนเนื้อที่กว่า 30 ไร่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเนินฆ้อ ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองกว่า 200 ต้น เป็นต้นทุเรียนอายุ 30 ปี จำนวน 100 ต้น อายุ 11 ปีจำนวน 30 ต้น อายุ 7 ปี จำนวน 50 ต้น อายุ 6 ปีจำนวน 15 ต้นและอายุ 3 ปีจำนวน 5 ต้น สำนักงานเกษตรอำเภอแถลง ยกย่องให้สวนแห่งนี้ เป็นแปลงสาธิตการผลิตทุเรียนนอกฤดูของอำเภอแถลง คุณสุเนตรเป็นเก
ที่ผ่านมา เกษตรกรภาคอีสานนิยมปลูกมันสำปะหลัง และข้าวโพด แต่พืชเศรษฐกิจเหล่านี้ เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้เพียงแค่ครั้งเดียวก็จบ แต่การปลูกพริกเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 10-12 ครั้ง สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่องและมีรายได้ให้มากกว่าพืชชนิดอื่นๆ ที่เคยปลูกมา โดยทั่วไป พริกที่เข้าสู่ตลาดในช่วงต้นปี ส่วนใหญ่มักจะมาจากภาคอีสานตอนบน หลังจากนั้น จึงไล่ลงมาทางอีสานตอนล่างมาถึงจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกพริกมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศโดย “อำเภอเทพสถิต” นับเป็นแหล่งปลูกพริกขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 4,000 ไร่ ถือเป็นแหล่งที่มีผลิตพริกขึ้หนูสดป้อนตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกพริกส่วนใหญ่ ยังคงประสบปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง เจอโรคและแมลงรบกวนการผลิต ส่งผลถึงคุณภาพของพริกและทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพาะปลูก นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถพลิกชีวิตชาวสวน ลดปัญหาเรื่องโรคและแมลงและช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ที่มากขึ้น “พริกรังสิมา” ให้ผลผลิตสูง กัญญา รอตเสียงล้ำ ผู้จัดการส่วนปรั
ครั้งแรกของการเปิดบ้านภาคเหนือ เจียไต๋ โฮมการ์เด้น จัดงาน“เจียไต๋โฮมการ์เด้นเปิดแคตตาล็อกมีชีวิต Chia Tai Farm Fair Fun Fair 2017” ขึ้น ณ สถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช บริษัท เจียไต๋ จำกัด อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2560 ให้คู่ค้าและประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมฟาร์มภายในสถานีวิจัย ซึ่งในขณะนี้ ทุกพื้นที่ฟาร์มเรียงรายไปด้วยพืชผัก ผลไม้ และดอกไม้นานาพันธุ์ที่หลุดจากแคตตาล็อกเมล็ดพันธุ์เจียไต๋ ออกมาอวดโฉมความอวบอิ่มและสีสันสวยงามตระการตา ให้ทุกๆ ท่านได้เห็นและสัมผัสในรูปแบบที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่เพียงภาพแบนๆ บนกระดาษธรรมดาดังเช่นที่ผ่านมา 18 กรกฎาคม วันแรกเริ่มของการจัดงาน คุณบุญมี ออกแมน รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ก่อนที่คุณสุพจน์ ลังกาวี ปลัดอาวุโส อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน จะขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในช่วงแรกของงาน คือ วันที่ 18-19 กรกฎาคม ถูกจัดขึ้นเพื่อให้คู่ค้าของเจียไต๋โฮมการ์เด้นได้มีโอกาสเข้าชมผลผลิตจริงที่เติบโตขึ้นจากเมล็ดพันธุ์คุณภาพของเจียไ
เจียไต๋ จับมือ สวทช.และไบโอเทค เปิดตัวนวัตกรรมหยุดโรคผลเน่าในพืชตระกูลแตง ที่ช่วยประหยัดเวลา-ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลงถึง 50% เพิ่มศักยภาพการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช ตระกูลแตงของไทยสู่เวทีตลาดโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และบริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้แถลงข่าวความสำเร็จในการพัฒนาเทคนิค IMS (Immunomagnetic Separation) ร่วมกับการแยกเชื้อแบคทีเรียบนอาหารคัดเลือกกึ่งจำเพาะ สำหรับตรวจหาเชื้อ Acidovorax citrulli ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคผลเน่าในพืชตระกูลแตง (Bacterial Fruit Blotch) นวัตกรรมใหม่นี้ทำให้สามารถตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวในเมล็ดพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม โดยใช้เวลาเพียง 6-10 วันในการแยกเชื้อ A. citrulli ออกจากเมล็ด ในขณะที่วิธีมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (seedling grow-out test) จะต้องเพาะเมล็ดเพื่อให้เป็นต้นกล้า จากนั้นทำการสังเกตอาการโรคในต้นอ่อนและนำไปแยกเชื้อ ซึ่งจะใช้เวลาตั้งแต่ 14-25 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ติดมากับเ
