เชียงใหม่
สมัยก่อนเมื่อผู้เขียนยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ หากจะซื้อต้นไม้ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ ต้องไปที่สวนบวกหาด ติดกับคูเมืองแถวถนนอารักษ์ ตรงข้ามโรงพยาบาลสวนปรุง (รักษาคนไข้จิตเวช) และงานไม้ดอกไม้ประดับของจังหวัดเชียงใหม่ก็จะจัดขึ้นที่นี่ (ปัจจุบันงานไม้ดอกก็ยังจัดที่นี่) แต่ตลาดไม้ดอกไม้ประดับและอุปกรณ์การเกษตรได้ย้ายไปขายที่อื่น วันนี้มีโอกาสไปที่ตลาดคำเที่ยง หลังห้างเทสโก้ โลตัส ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ใกล้กับสี่แยกข่วงสิงห์ มาแล้วก็ค้นพบว่าที่นี่เป็นตลาดไม้ดอกไม้ประดับ และอุปกรณ์การจัดสวน ปลูกสร้างสวนที่ใหญ่มาก คนเชียงใหม่จะรู้จักกันในชื่อของ “กาดคำเตี่ยง” หรือ ตลาดคำเที่ยง นั่นเอง ที่นี่เป็นตลาดของคนรักต้นไม้ เพราะที่นี่จะมีไม้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้น้ำ ไม้ล้มลุก ไม้ที่ปลูกเพื่อรับประทาน ไม้ผล หญ้า พืชตระกูลกระบองเพชร และไม้ล้อม เรียกว่าแทบทุกชนิดหาซื้อได้ในตลาดนี้ แล้วที่นี่ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับ การจัดแต่งสวน ตกแต่งบ้าน หรือแม้แต่ ร้านขายสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ปลาสวยงาม และร้านขายอุปกรณ์การเกษตร สถานที่กว้างขวาง ที่จอดรถสะดวกสบาย อยู่ใกล้ต
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำทีมเยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมการดำเนินการสหกรณ์ ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก วันที่ 11 มิถุนายน 2562 นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งดําเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแบบอย่างยั่งยืน นายประยูร กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะ จำกัด ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมในโครงการฯ 32 ราย ได้รับจัดสรรที่ทำกินจากโครงการรายละ 1 ไร่ โดยสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกหอมหัวใหญ่ รอบการผลิตใช้เวลา 6 เดือน ผลผลิตต่อ
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ได้กำหนดกรอบแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ เพิ่มสัดส่วนการตลาดเกษตรอินทรีย์ในประเทศ รวมทั้งยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพื้นบ้านไปสู่การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้ได้การรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับสากล ซึ่งการรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลจำเป็นต้องมีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอกและอาจไม่เหมาะสมกับบริบทการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อขายผลผลิตในท้องถิ่นจึงได้มีการนำระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems : PGS) มาใช้เพื่อให้สมาชิกกลุ่มผู้ผลิตและชุมชน สามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในท้องถิ่นด้วยกันเองได้ สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือ PGS กรณีศึกษาภาคเหนือ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรหันมาให้ความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยจากการลงพื้นที่จ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เมื่อเวลา 09.00 น. พบว่า ค่าฝุ่นละออง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ – มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 14 พื้นที่ (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) และพื้นที่สีส้ม 2 พื้นที่ (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ค่าพีเอ็ม 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 43-353 มลก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ค่าพีเอ็ม 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 77-394 มลก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) นายประลอง กล่าวว่า โดยฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ที่เกินมาตรฐาน ดังนี้ ในพื้นที่ ต่อไปนี้ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เชียงราย 305 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เมือง เชียงราย 353 มคก./ลบ.ม. มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) 463 สูงที่สุดในประเทศไทย ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่ 183 มคก./ลบ.ม. ต. ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ 172 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ 98 มคก./ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่ 93 มคก./ลบ.ม. ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง 106 มคก
คุณทศพร เขมาชะ อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสาววัย 26 ปี ที่มีหัวใจรักงานเกษตร ได้เรียนรู้และปลูกฟักแม้วจนประสบผลสำเร็จ นำผลผลิตที่ได้ส่งเข้าโครงการหลวงเป็นอาชีพที่ทำเงินให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณทศพร เขมาชะ คุณทศพร สาวเหนือผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว ก็ได้มาช่วยทางบ้านทำงานด้านการเกษตร เพราะอาชีพทางด้านนี้เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงและทำเงินให้กับครอบครัวของเธอ ซึ่งตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กก็จะเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ทำสวนปลูกพืชผักมาอย่างยาวนาน ต่อมาเมื่อเจริญวัยจนสามารถทำงานได้ สิ่งที่พบเห็นเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือด จึงทำให้ได้มาจับอาชีพทางด้านนี้ “ช่วงนั้นเราก็มีแผนที่จะเรียนต่อ แต่ด้วยความที่ต้องอยู่กับพ่อกับแม่ ก็เลยไม่อยากไปที่ไหนไกลๆ บ้าน เลยคิดว่าอาชีพที่ทำงานอยู่กับบ้าน ก็เป็นอาชีพที่สร้างเงินได้เหมือนกัน และที่สำคัญเรายังสามารถดูแลคนที่เรารักได้ ก็เลยยิ่งไม่อยากจะออกไปทำงานไกลจากที่บ้าน มีบางครั้งบางคนถามว่าน้อยใจไหม ก็ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่เสียใจในสิ่งที่เราเลือก เพราะเราอยากทำงานทางด้านนี้มากกว่า มันมี
“มิโสะ” (Miso) เป็นอาหารหมักที่ทำจากถั่วเหลืองร่วมกับเกลือผ่านกระบวนการหมักโดยเชื้อราในกลุ่มแอสเปอร์จิลรัส ออไรเซ่ (Aspergillusoryzase) หรืออาจจะใช้หลายสายพันธุ์ร่วมกัน เช่น แอสเปอร์จิลรัส โซแย่ (A.soyae) และอาจใช้ยีสต์ร่วมด้วย ปกติมักบ่มในถังไม้นานประมาณ 1-3 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่บ่มสามารถเติมส่วนผสมอื่นลงไปได้ จึงทำให้ มิโสะ มีสี รสชาติ และกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป มิโสะ มีหลายสี อาทิ สีขาวครีม น้ำตาลแดง ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม คุณพิมพ์วลัญช์ พินธ์ประภา เจ้าของกิจการร้านอาหารเฮือนคำ ถนนศิริธร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า “มิโสะ” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสาธารรัฐประชาชนจีน เมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว โดยใช้เป็นเครื่องปรุงรสให้แก่อาหารประเภทต่างๆ และนำเข้าในประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นชาวญี่ปุ่นได้ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ของเชื้อราที่ใช้ในการหมักกระบวนการผลิตตลอดจนการปรุงแต่งรสเรื่อยมา ทำให้มิโสะ มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งต้นกำเนิดมาจากแถบเกียวโต โดยมีสีค่อนข้างขาว มิโสะ จัดได้ว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร โปรตีน เหล็ก และโพแทสเซียม ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดู
การเลี้ยงกบและการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จัดเป็นอีกอาชีพที่นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน จะมีโครงการส่งเสริมให้เลี้ยงกบและไก่พื้นเมืองเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน และเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง ซึ่งสุพรรณฟาร์ม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนสู่การเลี้ยงเป็นอาชีพที่สร้างได้ให้กับครอบครัว โดยได้พลิกผันจากชีวิตข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างพอเพียง คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของสุพรรณฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มเลี้ยงกบเมื่อปี พ.ศ. 2549 ขณะนั้นยังรับราชการครู โดยจะใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อ สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน นำกบมาลงเลี้ยง โดยในปีแรกกบที่เลี้ยงได้ซื้อลูกกบมาในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เองได้ จึงลดต้นทุนการผ
จำได้ว่าเมื่อประมาณ ปี 2508 ที่เป็นระยะหยุดเทอมกลาง ปี 2 ของผม ได้ร่วมกลุ่มทัวร์เชียงใหม่ ที่กรรมการของคณะเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ในสมัยนั้น เป็นคนจัด จำได้ว่าคนละ 300 บาท ไปกลับโดยรถไฟ เป็นการไปเชียงใหม่ครั้งแรกและเดินทางไกลที่ไม่มีพ่อแม่ ครั้งแรกที่ขอทางบ้านไป และเป็นการที่เมาเป็นครั้งแรก บนรถไฟด้วย เนื่องจากไปดื่มที่ตู้เสบียง ซึ่งต่อมา เวลาขึ้นรถไฟครั้งใด ก็จะต้องไปนั่งตู้เสบียงเสมอๆ ขณะที่นอนเตียงบนของตู้นอน ปวดหัวมากเพราะแฮ้งโอเวอร์ ได้แต่นอนซึมไปเรื่อยๆ คงจะเข้าเวลาย่ำรุ่ง หรือเลยเที่ยงคืนมาแล้ว กลุ่มนิสิตที่ไปด้วยกันที่ยังไม่นอน ร้องเพลง นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำนี้จะนอนไหนเอย ซึ่งเข้ากับบรรยากาศประทับใจจนทุกวันนี้ เมื่อถึงเชียงใหม่แล้ว จำได้ว่าไปพักโรงแรมแถวถนนท่าแพ เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ห้องพักอยู่ชั้นบน มีเตียง กางมุ้งนอน และห้องน้ำเป็นแบบรวมใช้ด้วยกัน อยู่ข้างนอก มีระเบียงโปร่งด้านหน้าโรงแรมให้นั่งเล่น มองออกไปที่ถนนได้ชัดเจน วันแรกที่ถึงเชียงใหม่ คณะได้พาไปร่วมชมและเตะฟุตบอลสามัคคีกับคณะแพทย์ เชียงใหม่ ซึ่งคณะของเราที่เดินทางไป แพ้หลุดลุ่ย เหมือนต้อนหมู เพราะคณะที่เดินทางไป ไม่ได้เป็นน
ศิลาดล เป็นเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์เครื่องเคลือบศิลาดลเชียงใหม่ ผลิตและจำหน่ายประเภทเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ของตกแต่งบ้าน ของขวัญ ของที่ระลึก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีรสนิยมการใช้ชีวิตชื่นชอบวัฒนธรรมศิลาดลเชียงใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย คำว่า ศิลาดล Celedon เป็นชื่อมาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเดิมเราใช้ทับศัพท์ ส่วนชื่อเรียกของไทยเราเรียกว่า เครื่องสังคโลก เมื่อมีบริษัทปั้นเครื่องปั้นดินเผาสังคโลกเคลือบเซลาดอนเกิดขึ้น จึงเรียกว่า ศิลาดลจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีการจดทรัพย์สินทางปัญญาผลิตภัณฑ์บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นประเภทสโตนแวร์ที่ได้เคลือบขี้เถ้าผสมผิวดินหน้านา เมื่อเผาแล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบสังคโลก ส่วนน้ำเคลือบนั้นจะใช้ขี้เถ้าพืชที่ได้จากไม้ก่อ ไม้มะฮกฟ้า จะมีธาตุเหล็กสูง โดยปกติแล้วการเคลือบขี้เถ้าจะทำให้สวยเป็นเงามัน มักจะเคลือบผลิตภัณฑ์ให้หนา ผิวเคลือบจะได้รานตัว ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของผลิตภัณฑ์ประเภทเซลาดอนที่รู้จักกันทั่วไป ขั้นตอนการทำศิลาดล เริ่มจากการเตรียมดินจะใช้ดินดำนำมาย่อยลดให้ละเอี
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตำบลบ้างปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี 2521 อยู่ท่ามกลางหุบเขา ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตพื้นที่อำเภอหางดง เมื่อก่อนพื้นที่ศูนย์ฯ ถือเป็นแหล่งทดลองไม้เมืองหนาวที่สำคัญ โดยเฉพาะกุหลาบที่มีกลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนงานส่งเสริม โดยเน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ และไม้ผล ที่สำคัญ คือ อะโวกาโด ที่สามารถรับประทานสด มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 8-20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิตามินสูง นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังให้เป็นวัตถุดิบเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรม โครงการหลวงได้นำอะโวกาโดมาทดลองปลูกที่พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2526 ปรากฏว่าผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี จึงเป็นแนวทางที่จะสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกไม้ผล เนื่องจากว่าความเหมาะสมของภูมิอากาศที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร ขึ้นไป สำหรับพันธุ์อะโวกาโดที่นำมาปลูก มี 7 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) เป็นเผ่าเวสต์อินเดียน ลักษณะเป็นผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอม
