เชียงใหม่
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่เขต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิเฉลี่ย 20-24 องศา มีลมพัดแรง ไม่มีแดด ส่วนบริเวณยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศา ลดลง 1 องศา ส่วนที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานฟ้าเปิด มีทะเลหมอกสวยงาม อุณหภูมิเฉลี่ย 9-17 องศา และบริเวณที่ทำการอุทยานฯอุณหภูมิเฉลี่ย 13-24 องศา โดยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน มีนักท่องเที่ยวมากถึง 7,263 คน ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้ นายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังบานสะพรั่งแล้ว ที่บริเวณลานกางเต็นท์ และครัวสายหมอก ถือเป็นปรากฏการณ์ในฤดูหนาวปีนี้ เพราะดอกนางพญาเสือโคร่งบานเร็วกว่าปกติ โดยมีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปกติดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานช่วงประมาณสิ้นปีถึงกลางเดือนมกราคม ทั้งนี้ สภาพอากาศบริเวณที่ทำการฯ จุดชมวิวดอยกิ่วลม พระตำหนักเอื้องเงิน และลานกางเต็นท์ อุณหภูมิเฉลี่ย 14-21 องศา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จังหวัดนครพนม สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิต่ำสุด 14-15 อง
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีสถาปนาคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2560-2561 ที่ภัตตาคารตูลู่ ถนนนันทาราม ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเหริน ยี่ เซิง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ พล.อ. เจน คีรีทวีป ประธานที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายนพดล จริภักดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร่วมพิธี นายปวิณกล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวเชียงใหม่ เมื่อปี 2559 มีนักท่องเที่ยวกว่า 9.6 ล้านคน สร้างรายได้ 86,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเกิน 10 ล้านคน ทำรายได้ 90,000 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดใช้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ผลักดันขับเคลื่อนส่งเสริมและพัฒนาท่องเที่ยวแบบบูรณาการ ตามนโยบายท่องเที่ยววิถีไทยและอารยธรรมล้านนาที่สืบทอดมากว่า 720 ปี รายได้ท่องเที่ยวของเชียงใหม่สูงเป็
นายพิเชษฐ์ กันทรส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงฤดูท่องเที่ยวอุณหภูมิบนยอดดอยเฉลี่ย 15-20 องศาเซลเซียส ไม่หนาวมากนัก มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวปางช้าง 12 แห่ง มีช้างกว่า 500 เชือก ล่องแพ นั่งเกวียน เล่นซิปไลน์ พักรีสอร์ตและโรงแรมอย่างคึกคัก เพราะมีลำน้ำแตงที่มีต้นน้ำจาก อ.เวียงแหง ไหลผ่านตำบลกว่า 45 กิโลเมตร จึงมาล่องแพไม้ไผ่และแพยาง ที่บ้านป่าข้าวหลาม หมู่ที่ 7 บางส่วนกางเต็นท์นอนชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่บ้านห้วยน้ำดัง หมู่ที่ 5 สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,300 เมตร “ตำบลกื้ดช้าง อยู่ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 64 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอแม่แตง 24 กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า อาทิ ลาหู่ ม้ง ปกากะญอ ลีซอ อาข่า และพื้นราบบางส่วน เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน ปีนี้การท่องเที่ยวคึกคักกว่าที่ผ่านมา คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 50,000 คน เพิ่ม
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดนักท่องเที่ยวขึ้นมาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จำนวนมากเป็นพิเศษ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานให้คำแนะนำและดูแลอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ สภาพอากาศเปิด นักท่องเที่ยวนอกจากได้สัมผัสอากาศที่หนาวเย็นสบายแล้วยังได้ชมพระอาทิตย์ยามเช้า และทะเลหมอกอีกด้วย รวมทั้งจุดเดินชมศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ที่กิ่วแม่ปานเช้านี้อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศาเซลเซียส ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิวัดได้ 7 องศา ส่วนสถานที่บ้านพักบนดอยอินทนนท์นั้นเต็มและจับจองล่วงหน้ากันเต็มหมดแล้ว ยังคงค้างเต็นท์ที่ทางอุทยานมีให้นักท่องเที่ยวได้เช่าอยู่ ฝากถึงนักท่องเที่ยวโปรดทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และดูป้ายคำแนะนำที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ด้วย เพื่อความปลอดภัย และความสุขในการท่องเที่ยว ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่หนองคาย นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ที่ภูห้วยอีสัน อ.สังคม จ.หนองคาย วันนี้มีทะเลหมอกเกิดขึ้นบางๆ เหนือลำน้ำโขง และหนาแน่นในช่องเขาฝั่ง สปป.ลาว เนื่องจากมี
วันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 18-22 องศาเซลเซียส ลมอ่อนลงจากเมื่อวานนี้ เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่อยู่ระหว่างมารอชมวัฒนธรรมล้านนาในช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือยี่เป็งเชียงใหม่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ ส่วนสภาพอากาศในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มีรายงานว่า อุ่นขึ้นจากวานนี้ถึง 4 องศาเซลเซียส โดยที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 9 องศาเซลเซียส สูงสุด 11 องศาเซลเซียส ขณะที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 7 องศาเซลเซียส สูงสุด 19 องศาเซลเซียส บริเวณที่ทำการอุทยานฯ อุณหภูมิเฉลี่ย 11-22 องศาเซลเซียส แต่นักท่องเที่ยวยังหนาแน่นเช่นเดิม อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ภาคเหนือตอนเช้า บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส อุ่นขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ที่มา : มติชนออนไลน์
จังหวัดเชียงใหม่เร่งดันยุทธศาสตร์เมืองกาแฟ มุ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการผลิต-บริโภคกาแฟคุณภาพดีเยี่ยม ตั้งเป้าภายใน 5 ปีขึ้นแท่น “ฮับเมืองกาแฟ” เจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ต ชี้ตลาดเติบโตไม่หยุด ร้านกาแฟผุดพรึ่บกว่า 1,000 แห่ง มูลค่าตลาดแตะ 3 พันล้านบาท เผยดีมานด์อราบิก้าพุ่งกว่า 9 พันตัน ต่อปี แต่ผลิตป้อนได้เพียง 3.8 พันตัน/ปี เตรียมพัฒนาแหล่งปลูก 19 อำเภอ เพิ่มผลผลิต 20% ปั้นอราบิก้าเกรดพรีเมี่ยม เชียงใหม่ปักธงเมืองแห่งกาแฟ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งกาแฟ ด้วยศักยภาพที่เป็นจังหวัดต้นน้ำและมีสภาพภูมิอากาศดี บางพื้นที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร จึงเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างยุทธศาสตร์กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ปี 2561-2565 ภายใต้ 5 กลยุทธ์สำคัญ คือ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิตโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 2. พัฒนาการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม 3. พัฒนาด้านการตลาด 4. การวิจัยและพัฒนา และกลยุทธ์ 5. การบริหารจัดการ ทั้งนี้ตั้งเป้าภายในระยะเวลา 5 ปี
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ห้องฝ้ายคำ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตกาแฟล้านนาคุณภาพ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1-Lanna Thai Coffee Hub โดยมี ศ.ดร. พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ รองประธานมูลนิธิโครงการหลวง นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และ ผศ.ดร. เยาวลักษณ์ จันทร์บาง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ. 2560 จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เพื่อหวังยกระดับคุณภาพผลผลิตกาแฟในเขตภาคเหนือตอนบน 1 ให้มีคุณภาพสูงขึ้นตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมกำหนดพื้นที่เป้าหมายดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง นายปวิณ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดประชุมเพื่อร่างยุทธศาสตร์กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ 2561-2565 ไว้ 5 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิตโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาการแป
ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 เวลา 18.39 น. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับประชาชนชาวเชียงใหม่ กว่า 35,000 คน จัดพิธีจุดเทียนถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นด้วยการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดย วงดนตรีจากวิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ พร้อมการฉายภาพพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และบรรเลงเพลง “ลมหนาว” ต่อด้วยการกล่าวสดุดี และถวายความอาลัย โดย นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนกนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีได้จุดเครื่องทองน้อย ถวายคำนับพระบรมฉายาลักษณ์ และกล่าวถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมร่วมใจสงบนิ่งเป็นเวลา 90 วินาที จากนั้นพสกนิกรชาวเชียงใหม่ร่วมกันจุดเทียนจนสว่างไสวไปทั่วอุทยานหลวงราชพฤกษ์ พร้อมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บทเพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงในหลวงของแผ่นดิน โดย วงออเครสต้า และนักร้องประสานเสียงจากวิทยาลัยดุริยศ
เกษตรกรหลายจังหวัดได้หันมานิยมปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อการค้ากันมากขึ้น และ หลากหลายดูเหมือนว่าจะประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเก็บผลผลิตออก สู่ท้องตลาดได้แล้ว พืชทางเลือกมีหลายอย่างให้เลือกปลูก เน้นจุดคุ้มทุนเป็นหลัก ถึงจะพอมีเวลา ให้ได้ตั้งตัว คุณสถาพร ใจลูน เกษตรกรแห่ง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้หันมาปลูกไผ่เป๊าะเพื่อการค้าเมื่อปีที่แล้ว โดยศึกษาจากตำรา เห็นว่าไผ่ชนิดนี้ปลูกง่ายและออกหน่อเก็บได้นาน ที่สำคัญหน่อมีขนาดใหญ่และอวบรสชาติอร่อย กรอบ เนื้อเยอะ ทำอาหารแทบไม่ต้องต้มก่อนเลยด้วยซ้ำไป นี่คือจุดเด่นของ ไผ่เป๊าะ คุณสถาพร เรียนรู้ด้วยตัวเองในการเป็นเกษตรกรตามแบบฉบับพื้นบ้านหรืออาจจะเรียกว่าครูพักลักจำนั่นแหละ การปลูกไผ่เป๊าะนี้ไม่ต่างกับปลูกไผ่รวก ไผ่เลี้ยงทั่วไปเลย มีเทคนิคอยู่อย่างหนึ่งในการปลูกไผ่คือ ขุดหลุมราวครึ่งศอก นำปุ๋ยคอกใส่ก้นหลุมคลุกกับน้ำพอเปียกแล้วนำพันธุ์ไผ่ลงปลูก เหยียบดินพอแน่นทิ้งไว้อาทิตย์เดียวไผ่ก็จะแตกตา ถือว่าไผ่กอนี้รอดแล้ว ไม่ตาย คุณสถาพรปลูกไผ่เป๊าะ 2 ไร่ ไผ่เลี้ยง 1 ไร่ เคล็ดไม่ลับในการปลูกไผ่ในหน้าแล้งหรือชำไผ่ช่วงหน้าแล้ง ให้ตัดข้อด้านบนสุ
