เชื้อไวรัสโควิด-19
กศน.ปัตตานี จัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา : บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “มีแล้วแบ่งปัน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 42 พรรษา 3 มิถุนายน 2563 วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563 นายอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยจิตอาสา กศน. ปัตตานี และบุคลากรในสังกัด ร่วมกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนา : บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “มีแล้วแบ่งปัน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 42 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ตู้ กศน. ปัตตานี ปันสุข ให้ประชาชน หน้าสำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.30 น.จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด -สิงคโปร์ +768 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 21,707 ราย) -อินโดนีเซีย +336 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 13,112- -ฟิลิปปินส์ +120 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 10,463 ราย) -มาเลเซีย +68 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,535 ราย) -พม่า +15 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 176 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน -ไทย +8 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 3,000 ราย) -เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 288 ราย) -บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 141 ราย) -กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย) -ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย) ประมวลข้อมูลโดย ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน ณ วันที่ 22 เมษายน 2563 เวลา 19.30 น.จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด -สิงคโปร์ +1,016 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 10,141 ราย) -อินโดนีเซีย +283 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 7,418 ราย) -ฟิลิปปินส์ +111 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,710 ราย) -มาเลเซีย +50 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 5,532 ราย) -ไทย +15 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 2,826 ราย) -เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 268 ราย) -บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 138 ราย) -กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย) -พม่า +2 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 121 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน -ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย) ประมวลข้อมูลโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ โควิด-19 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2563 ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสะสม 2,765 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 32 ราย) เสียชีวิตรวม 47 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายแล้ว 1,928 ราย (69.73%) เพิ่มขึ้น 141 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 32 ราย ใน 5 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (24), ปัตตานี (3), ชลบุรี (3), ชุมพร (1), นราธิวาส (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,425 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (192), นนทบุรี (150), สมุทรปราการ (108), ยะลา (99), ปัตตานี (90), ชลบุรี (84), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 68 ราย ยังมี 9 จังหวัด ที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง และมีอีก 33 จังหวัด ที่ไม่มีรายงานผู้ติดเขื้อในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยรายงานของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้วิเคราะห์ถอดบทเรียนจากกรณีของประเทศสิงคโปร์ซึ่งประสบความสำเร็จในระยะแรกของสงครามกับ โควิด-19 โดยสามารถชะลอการระบาดได้กว่า 3 เดือน แต่ในช่วง 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งมีจุดอ่อนสำคัญ 6 จุด ที่ต้องระวัง คือ 1. หอพักคนงานชาวต่างชาติ •สิงคโปร์มีพนักงานชาวต่างชาติ 1,400,000 คน ทั้งวิชาชีพชั้นสูงและผู้ใช้แรงงาน โดยเป็นคนทำงานก่อสร้าง 284,000 คน และคนทำงานบ้าน 255,000 คน •คนงานชาวต่างชาติพักอยู่ในหอพัก ซึ่งอยู่กันอย่างแออัด ผู้ติดเชื้อกว่าครึ่งของประเทศ เป็นกลุ่มที่พักอยู่ในหอพักเหล่านี้ •พบผู้ติดเชื้อกว่า 2,000 รายจาก 19 หอพักใน จำนวน 43 แห่ง •รัฐบาลได้ประกาศให้ 12 หอพัก เป็นพื้นที่กักกันโรค เป็นเวลา 14 วัน •หอพักที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ S11 Dormitory @ Punggol มีผู้ติดเชื้อ 979 ราย 2. คนสิงคโปร์ที่กลับมาจากต่างประเทศ •มีคนสิ
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ โควิด-19 ณ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,733 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 33 ราย) จะเสียชีวิตรวม 47 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 1,787 ราย (65.39%) เพิ่มขึ้น 98 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 33 ราย ใน 3 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (30), กระบี่ (2), นนทบุรี (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,401 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (192), นนทบุรี (150), สมุทรปราการ (108), ยะลา (99), ปัตตานี (87), ชลบุรี (81), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 68 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย.กรมควบคุมโรค สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
กรมหม่อนไหมประกาศแนวทางการรับ-ส่งพันธุ์หม่อนและไข่ไหมพันธุ์ดี ภายใต้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสcorona 2019 (Covid-19) ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ. ศ. 2548 ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจในการสนับสนุนพันธุ์หม่อนและไข่ไหมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสามารถปฏิบัติสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย อันเป็นการทำให้เกษตรกรยังคงมีรายได้จากการผลิตรังไหม เส้นไหม ผ้าไหม และยังมีดักแด้ที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนเพื่อการบริโภคหรือจำหน่าย โดยที่สถานที่ราชการยังคงเปิดดำเนินการในวันและเวลาราชการตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและมิให้ประชาชนต้องเสียประโยชน์ รวมทั้งได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดที่ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในระยะนี้โดยไม่จำเป็น อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวต่อไปว่า กรมหม่อนไหมจึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการรับ-ส่งพันธุ์หม่อนและไข่ไหมพันธุ์ดีภายในจังหวัดและนอกจังหวัดรับผิดชอบของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ
ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้ความช่วยเหลืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนเงินจำนวน 8.3 ล้านบาท ให้แก่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนำไปจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และมอบเงินจำนวน 300,000 บาท ให้แก่ศูนย์ให้บริการวินิจฉัยและรักษาพยาบาลผู้ป่วย โรงพยาบาลสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อนำไปซื้อชุดอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย หน้ากากอนามัย N95 และวัสดุผลิตเเอลกอฮอล์เจล เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถและมีความความปลอดภัย การมอบความช่วยเหลือทั้งสองรายการรวมเป็นเงิน 8.6 ล้านบาท ถือเป็นการสานต่อภารกิจของบ้านปูฯ ภายใต้กองทุน “มิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19” มูลค่า 500 ล้านบาท ที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และกลุ่มมิตรผล ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล แ
เบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เปิดตัวโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เติมเต็มให้คนไทยมีสุขภาพดีผ่านอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม มอบความช่วยเหลือเร่งด่วน และสนับสนุน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาคสาธารณสุข, ภาครัฐบาล และภาคประชาชน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “นับแต่เริ่มมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนัก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าจำเป็นบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เครือเบทาโกร ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับมาต
