เทคโนฯ เกษตร
“มะม่วงมีความหลากหลายทางสายพันธุ์ มะม่วงในเมืองไทยมีหลายร้อยสายพันธุ์ มีรสชาติดีมากๆ ก็เยอะ ผมจะแบ่งมะม่วงออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ 1. มะม่วงผิวอ่อน 2. มะม่วงมัน 3. มะม่วงสุก ครับ” คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง และเจ้าของ สวนบ้านล้วนไม้ดี ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หนุ่มใหญ่จากแดนใต้ ที่นำความชอบด้านการเกษตรมาสานต่อในพื้นที่ของภรรยา ด้วยการทดลองปลูกพืชชนิดต่างๆ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องพบกับความผิดหวัง ผ่านการทดลองมาหลายครั้งหลายครา สุดท้ายก็เจอพืชที่ตอบโจทย์สภาพดิน ฟ้า อากาศ นั่นก็คือการปลูกมะม่วง จนกลายเป็นธุรกิจของครอบครัว และสร้างรายได้ได้ตลอดปีจากการขายผลผลิตและกิ่งพันธุ์ของมะม่วง คุณสุรศักดิ์ เล่าว่า ตนเองเป็นคนภาคใต้ เคยมีอาชีพวาดรูป หลังจากแต่งงานจึงย้ายมาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ครอบครัวทางฝั่งภรรยามีพื้นที่สำหรับทำสวน จึงเห็นช่องทางการสร้างอาชีพจากการทำเกษตร จึงทดลองปลูกพืชกว่า 100 ชนิด แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง เพราะด้วยพื้นที่ สภาพอากาศต่างๆ ของพื้นที่นั้นแล้งจัด ไม่ตอบโจทย์ชนิดของพืชที่ปลูก จากนั้
จังหวัดปทุมธานี นับเป็นหนึ่งในทำเลทองของการเพาะปลูกพืชในพื้นที่ภาคกลาง เพราะมีแหล่งน้ำชลประทานที่อุดมสมบูรณ์มากถึง 683,124 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พื้นที่การเกษตรทั้งหมดของจังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ 343,601 ไร่ ซึ่งข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ มีเนื้อที่เพาะปลูกมากที่สุด 311,184 ไร่ รองลงมาเป็นการปลูกพืชอื่นๆ ผสมผสานกัน ได้แก่ หญ้าปูสนาม ตะไคร้ กล้วยหอม มะระจีน ถั่วฝักยาว ฯลฯ จากสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและมีระบบชลประทานที่เพียงพอสำหรับเพาะปลูกพืช ทำให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร จังหวัดปทุมธานีจึงส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม ลดต้นทุนการผลิตพืชได้แบบครบวงจร ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสู่ตลาดโลก วิสาหกิจชุมชนเพราะรักกสิกรรม “วิสาหกิจชุมชนเพราะรักกสิกรรม” เป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านการผลิตและจำหน่ายข้าวแบบครบวงจร ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนเพราะ
มะพร้าวน้ำหอม ถือเป็นมะพร้าวที่นิยมที่สุด เนื่องจากมีรสชาติที่หวานของน้ำมะพร้าวและเนื้อด้านใน และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้แล้วมะพร้าวน้ำหอมยังให้ความสดชื่นอีกด้วย คุณประโยชน์จากมะพร้าวน้ำหอมนั้นมีมากมาย มะพร้าวน้ำหอมถือเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์เย็น รสชาติหวานหอม ช่วยในการดับกระหายได้ดี อย่างในกรณีที่ร่างกายขาดน้ำก็สามารถดื่มน้ำมะพร้าวน้ำหอมแทนเกลือแร่ได้ มะพร้าวน้ำหอมอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ได้แก่ วิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที เป็นต้น มะพร้าวน้ำหอม ยังมีไขมันอิ่มตัวสูง แต่ไม่เพิ่มไขมันในเส้นเลือด ระดับน้ำตาลกลูโคสในมะพร้าวน้ำหอม มีค่าต่ำกว่าระดับน้ำตาลในเลือดของมนุษย์เล็กน้อย ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ก็สามารถดื่มน้ำมะพร้าวน้ำหอมได้ด้วย นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณประโยชน์ที่ได้รับจากมะพร้าวน้ำหอม คุณกำพล นามพูน อายุ 48 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ที่ 6 ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบัน คุณกำพล ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร เจ้าของฟาร์มสุขนิยมมะพร้าวน้ำหอม เป็นการเพาะ
“คุณเบิร์ด” หรือ คุณยุทธนา คามบุตร ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร ศวพ.เพชรบูรณ์ มาเป็นเกษตรกรทำไร่ทำสวนอย่างเต็มตัว ปลูกฝรั่งพันธุ์กิมจู และฝรั่งพันธุ์หงเป่าสือ บนที่ดิน 3 ไร่ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ภายใต้แบรนด์ “สวนลุงเบิร์ด” มีรายได้เดือนละ 7,000-8,000 บาทตลอดทั้งปี เกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) จังหวัดชัยนาท “คุณเบิร์ด” วัย 33 ปี นับเป็นเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ของอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ที่กลับมาสานต่ออาชีพทำไร่ของครอบครัว ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาหลายปี แต่ผลผลิตที่ได้ไม่แน่นอน เนื่องจากขาดการบริหารจัดการน้ำ จึงได้มีการนำความรู้ทางวิชาการ เทคนิควิธีการต่างๆ จากประสบการณ์ในการเรียน และการฝึกงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ในโครงการจัดการเรียนการสอน พืชศาสตร์ ระบบทวิภาคี ไทย-อิสราเอล (ARAVA) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้บริหารจัดการฟาร์มได้ดีขึ้น สามารถเพิ่มรอบการผลิตได้มากกว่าเดิม จึงได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำไร่ ระดับจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2565 นอกจากนี้ คุณเบิร์ด ยังเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer : YSF) ของจังหวั
“เริ่มจากเป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน IFOAM จากนั้นนำผักโขมอินทรีย์จากฟาร์มมาแปรรูปเพื่อตอบโจทย์เด็กๆ ที่ไม่ชอบทานผัก” คุณปัญญรัฎฐ์ ศิริวันสาณฑ์ หรือ คุณนุช วัย 43 ปี เจ้าของแบรนด์ Crispy GO Organic Farm และเจ้าของฟาร์มผักโขม Grand Organic ในพื้นที่ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ที่ลงมือทำฟาร์มผักโขมแบบอินทรีย์มากว่า 10 ปี ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นผักโขมอินทรีย์อบกรอบ ตอบโจทย์สายรักสุขภาพ และเด็กๆ ที่ไม่ชอบรับประทานผัก หลังเปิดตัวสินค้าเพียง 3 ปี ยอดขายทะลุกว่า 1 แสนซอง จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์ Crispy GO Organic Farm นั้น เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เดิมทางคุณนุช ทำฟาร์มผักโขมเพื่อส่งขายอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้แปรรูปผลผลิต เพื่อขายเป็นสินค้าต่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่งคุณนุชมีไอเดียที่จะแปรรูปผักโขมซึ่งเป็นผลผลิตหลักของฟาร์ม เนื่องจากผักโขมเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี สามารถปลูกได้ในอากาศร้อนและไม่ค่อยมีโรคพืชรบกวน ให้เป็นสินค้าผักโขมอินทรีย์อบกรอบ จึงนำมาสู่การพัฒนาผักโขม เป็นสินค้าจำนวนหลายตัวต่อมาจนถึงปัจจุบัน “ถ้าการทำแบบฟาร์มนั้น ทำมากว่า 10 ปีแล้วค่ะ แต่ถ้าส่วนของการ
ถั่วไอศครีม (Ice Cream Bean) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Inga edulis มีถิ่นกำเนิดในประเทศอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ลักษณะรูปร่างฝักยาวทรงกระบอก เปลือกสีเขียว เมื่อสุกเปลือกจะมีสีออกสีน้ำตาลอมเหลือง ผลมีสีขาว รสชาติหวานเหมือนไอศครีมรสวานิลลา ถั่วไอศครีม ผลไม้แปลกแต่กินได้ เป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายๆ ลูกสะบ้าบ้านเรา และยังติด 1 ใน 10 ผลไม้แปลกของโลกอีกด้วย โดยมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยเป็นต้นไม้พื้นเมืองในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกาใต้ มีทั้งแบบฝักยาวและแบบฝักสั้น ซึ่งชื่อเรียกของมัน จะเปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่น ซึ่งไม้พันธุ์ชนิดนี้ (Inga) มีประมาณ 300 ชนิดเป็น และไม้พุ่ม มีความสูงโดยทั่วไป 10 เมตรขึ้นไป ซึ่งในประเทศออสเตรีย สามารถปลูกในวงบ่อ ให้บังคับความสูงจะอยู่ประมาณ 5-6 เมตรได้ ขนาดของลำต้นสามารถเจริญเติบโตได้ 2.5 เซนติเมตร ต่อปี ขนาดของฝักจะอยู่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร หรืออาจยาวได้เกือบ 1 เมตร เป็นได้ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ ดีสำหรับการตกแต่งสวนขนาดเล็ก รวมถึงนำมาแปรรูปเป็นอาหาร และรสชาติจะเหมือนไอศครีมถั่ว รสชาติอร่อย เนื้อในผลสีขาว เหมือนปุยฝ้าย รสหวาน มีลักษณะคล้ายไอศครีมวา
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณคมกฤช สุขกุล เกษตรกรและนักวิชาการเกษตรอิสระ ได้ชักชวนนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชม “กัญชาด่าง” สินค้าเด่นของดีจังหวัดชัยนาท ที่เตรียมเปิดตัวในฐานะ “ไม้ประดับสวยงาม” ที่ใช้เวลาพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561-2565 ปลูกเป็นพืชสมุนไพร แต่กลายพันธุ์เป็นไม้ด่าง คุณคมกฤช สุขกุล แนะนำให้รู้จักกับ คุณสามารถ เถกิงสรคันธุ์ ที่เรียกกันติดปากว่า “ผู้ใหญ่ใหม่” เจ้าของพันธุ์ “กัญชาด่าง” ที่อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองขุ่น อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โทร. 083-923-9291 ผู้ใหญ่ใหม่ บอกว่า ได้สายพันธุ์กัญชาด่างมาด้วยความบังเอิญ ก่อนหน้านี้ ผู้ใหญ่ด่างมีอาการป่วยจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องรักษาตัวอยู่นานนับปี จนได้เจอกับพระธุดงค์ท่านหนึ่ง ที่มอบเมล็ดพันธุ์กัญชาให้มาปลูกและใช้รักษาอาการตามตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านของไทย ปรากฏว่าช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นในระยะเวลาไม่นาน สำหรับเมล็ดพันธุ์กัญชาที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองหางกระรอก ที่มีความผิดปกติของยีนส์ต้นกัญชาทำให้เกิดต้นกัญชาพันธุ์ด่างปนมา 2 ต้น ในแปลงปลูกกัญชาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้ใหญ่ใหม่ ได้ทำการแยกต้น
“ผมเข้าร่วมโครงการมา 4 ปียังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะบางเรื่องต้องใช้ประสบการณ์ ตั้งเป้าไว้ 5 ปี คิดว่าปี 2566 น่าจะเห็นผลชัดเจนกว่านี้ จะทำให้มีคุณภาพมากขึ้น เกรดดีขึ้น รสชาติดีขึ้น ปรับปรุงแปลงทุเรียนให้ดีกว่าเดิม ถ้าตามเป้าต้องทำให้ได้เกรดเอบีเพิ่มขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์” นายอาซันบาซอรี อีแมลอดิง หรือ แบซัน ประธานวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพศรีบางลาง หมู่ที่ 5 บ้านศรีภักดี ตำบล เขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และประธานเครือข่ายวิสาหกิจทุเรียนคุณภาพชายแดนใต้ ที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีและถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนใต้ โครงการทุเรียนคุณภาพ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2562 แบซัน ในวัย 44 ปี ต้องรับบทบาทหลายอย่างนอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรที่มีทั้งสวนยาง สวนทุเรียน เนื้อที่ 6 ไร่ ที่ปลูกสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ ประม
คุณธีรพงษ์ ทาหล้า เจ้าของสวนผักอินทรีย์ สวนผักดอยโอเค ในพื้นที่ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรตำบลผู้มีหัวใจรักและคลั่งไคล้การทำเกษตรมาตั้งแต่วัยเด็ก สานฝันควบคู่กับการทำงานข้าราชการ อีกทั้งยังมองเห็นว่าการทำเกษตรแบบเดิมโดยใช้สารเคมีของครอบครัวนั้น ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอนาคตระยะยาว จึงตั้งใจที่จะเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบอินทรีย์ โดยการเรียนต่อปริญญาโทจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อนำวิชาความรู้ที่ได้รับมานั้น พัฒนาและต่อยอดธุรกิจของครอบครัวและสร้างแบรนด์ผักที่ชื่อว่า “ผักดอยโอเค” จุดเริ่มต้นของการทำสวนผักอินทรีย์ สวนผักดอยโอเค เริ่มจากที่บ้านมีการทำเกษตรแบบเดิม ใช้สารเคมีเยอะมาก ในการปลูกพริก มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ในอดีตเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คุณธีรพงษ์จึงเริ่มขออนุญาตใช้พื้นที่ของพ่อและแม่ จำนวน 1-2 งาน ในการที่จะปลูกผักสลัด ระหว่างรอผลผลิตพริก กะหล่ำปลี และมะเขือเทศ ซึ่งกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องใช้เวลานานพอสมควร คุณธีรพงษ์จึงมองเห็นช่องทางการมีรายได้เพิ่ม โดยการปลูกพวกผักใบ ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นในรายสัปดาห์ เพื่อนำมาเป็นค่าแรงของคนงานโดยที่ไม่ต้องรอการเก็บเกี่ยวผ
หลายคนคงเคยได้ยินกับคําพูดที่ว่า “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ถ้าไม่เกิดวิกฤตก็คงไม่มีโอกาส” กันมามากพอสมควรแล้ว ครั้งนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จะขอนําเสนอหญิงแกร่ง และถือเป็นบุคคลตัวอย่างอีกหนึ่งท่าน ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างน่าภาคภูมิใจ จากที่เคยมีหนี้สินหลักล้าน ชีวิตพลิกกลับมามั่งคั่งอีกครั้งจากการขายดิน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ดินคุณตา” จนปลดหนี้หลักล้านได้ และไม่เพียงแค่ปลดหนี้ได้ แต่เธอคนนี้สามารถรวยได้จากการขายดิน คุณปุณยภัสร์ จิราเมธาฐิติโชติ หรือ พี่นุ่น อยู่บ้านเลขที่ 89/1 หมู่ที่ 7 บ้านตะโก ตําบลพุดซา อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้พลิกวิกฤตล้มเหลวจากการทําธุรกิจส่วนตัว สู่การพัฒนา ต่อยอดอาชีพเกษตรกรรมของครอบครัว จนสามารถปลดหนี้ และกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้งด้วยอาชีพขายดิน “ขายดินก็รวยได้” พี่นุ่น เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทําธุรกิจดินถุงปลูกต้นไม้ ตนทําธุรกิจส่วนตัวมาก่อนแล้วเกิดปัญหาการขาดทุนเป็นจํานวนเงินสูงกว่า 4-5 ล้านบาท กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ต้องมานั่งปรึกษากับคุณพ่อ คือ คุณตาทวน สกุลรัตนาพันธุ์ เจ้าของที่มาของดินคุณตาในปัจจุบันนี้ว่า จะไปทางไหนกันต่
