เลี้ยงแพะ
“แพะ” เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยงทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน การผลิตแพะในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด กรมปศุสัตว์ จึงส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงแพะมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะ จำนวน 501 กลุ่ม ชมรมแพะระดับจังหวัด 64 ชมรมจังหวัด เครือข่ายระดับเขต 9 เขต “กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ โคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ” ได้รับการยกย่องจากกรมปศุสัตว์ในฐานะ สถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ (รางวัลชมเชย) ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2560 เนื่องจากทางกลุ่มฯ ได้มีการพัฒนาทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การจัดการด้านการตลาดตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มและเครือข่ายเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม จุดเริ่มต้น กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ แกะ โคกเจริญ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 6 ตำบลวังทอง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มฯ เมื่อ ปี พ.ศ. 2554 (เริ่มจากกลุ่มธรรมชาติ) โดยจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557 และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ในปีเดียวกัน ต่อมาได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร วันที่ 11 พฤษภาค
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทำให้อาชีพทำการเกษตรต้องลดตัวลงเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกร PJ. Farm Coat เป็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อสายพันธุ์บอร์ และด้วยเส้นทางในการลงทุนที่มีไม่มากแต่ค่อยๆ ไต่ขึ้นจนพลิกผันสู้ชีวิตมาเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงแพะมาถึงทุกวันนี้ คุณประจบ วรินทรเวช บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 6 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีการปลูกยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน วิถีชีวิตของคนในชุมชนหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานโดยการเลี้ยงวัวเข้าไปด้วย สุดท้ายต้องเจอกับปัญหาพื้นที่ในการเลี้ยงที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันมาศึกษาเรื่องแพะ ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาพอสมควรก่อนที่จะซื้อแพะมาเลี้ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ก็ซื้อแพะมา 2 ตัว เป็นเพศเมีย ทั้ง 2 ตัว อายุแค่ 4 เดือน มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราเพื่อให้แพะได้เข้ามากินหญ้าเป็นอาหาร หลังจากนั้นอยู่ไม่นาน ก็ได้ซื้อแพะเพศผู้มาอีก 1 ตัว ซึ่งการตัดสินใจซื้อในครั้งนั้นก็เพื่อที่จะนำมาผสมพันธุ์กับตัวเมียที่เคยซื้อก่อนหน้านี้ ต่อมาก็ได้ผสมพันธุ์กันทั้ง 2 ตัว ผลปรากฏว่าการผสมพันธุ์ในครั้งน
จังหวัดลพบุรี มีศักยภาพในการปลูกอ้อยโรงงาน ประมาณ 8 แสนไร่ แต่หลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานลดลงมาก เนื่องจากประสบภัยแล้งต่อเนื่องและราคาที่ตกต่ำ ทำให้มีผลกำไรลดลง คุณอ้อม หรือ คุณจีรนันท์ กล่ำเพชร เกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงสนใจลงทุนทำฟาร์ม “เลี้ยงแพะ” เป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ สู้ภัยแล้ง แรกๆ ก็เลี้ยงไม่กี่ตัว จนถึงปัจจุบัน มีกว่า 60 ตัว ลูกแพะตัวผู้จะขุนขาย ส่วนตัวเมียเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ อาชีพเลี้ยงแพะใช้ต้นทุนต่ำ แต่ทำรายได้ดี ทะลุหลักแสนต่อปี เลี้ยงแพะ ใช้ต้นทุนต่ำ คุณอ้อม หรือ คุณจีรนันท์ กล่ำเพชร เจ้าของฟาร์มแพะอินทรีแดง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลวังทอง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี โทร. 092-634-4546 คุณอ้อม เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวเธอมีอาชีพทำไร่อ้อยและให้บริการรถตัดอ้อย เมื่อ 4 ปีก่อน ไร่อ้อยได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้ง และประสบปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ สามีคุณอ้อมจึงสนใจอยากเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยศึกษาหาข้อมูลเรื่องการเลี้ยงแพะจากหนังสือการเกษตรประเภทต่างๆ รวมทั้งนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ใช้เป็นคู่มือในการลงทุนทำฟาร์มแพะขุน ฟาร์มอินทรีย์แดง เริ่มต้นเลี้ยงแพะ พัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทำให้อาชีพทำการเกษตรต้องลดตัวลงเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกร และวันนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน แวะไปที่ PJ. Farm Coat ซึ่งเป็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อสายพันธุ์บอร์ และด้วยเส้นทางในการลงทุนที่มีไม่มากแต่ค่อยๆ ไต่ขึ้นจนพลิกผันสู้ชีวิตมาเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงแพะมาถึงทุกวันนี้ คุณประจบ วรินทรเวช บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 6 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีการปลูกยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน วิถีชีวิตของคนในชุมชนหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานโดยการเลี้ยงวัวเข้าไปด้วย สุดท้ายต้องเจอกับปัญหาพื้นที่ในการเลี้ยงที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันมาศึกษาเรื่องแพะ ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาพอสมควรก่อนที่จะซื้อแพะมาเลี้ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ก็ซื้อแพะมา 2 ตัว เป็นเพศเมีย ทั้ง 2 ตัว อายุแค่ 4 เดือน มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราเพื่อให้แพะได้เข้ามากินหญ้าเป็นอาหาร หลังจากนั้นอยู่ไม่นาน ก็ได้ซื้อแพะเพศผู้มาอีก 1 ตัว ซึ่งการตัดสินใจซื้อในครั้งนั้นก็เพื่อที่จะนำมาผสมพันธุ์กับตัวเมียที่เคยซื้อก่อนหน้านี้ ต่อมาก็ได้ผสมพัน
การเลี้ยงแพะนับเป็นอาชีพที่ชาวบ้านทุกพื้นที่ให้ความสนใจกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากวิธี และการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก รวมถึงต้นทุนไม่สูง ประกอบกับยังสามารถเลือกเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้หลักหรือรองก็ได้ เพราะมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน หากอนาคตจำนวนแพะในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อไม่เพิ่มตามหรือเพิ่มอย่างช้าๆ ก็อาจทำให้ราคาซื้อ-ขายไม่สูงอย่างในอดีต ฉะนั้น ผู้เลี้ยงแพะรายใหม่จึงอาจต้องทบทวนวิธีการเลี้ยงแพะให้รัดกุม หาตลาดหรือผู้รับซื้อที่ชัดเจนเสียก่อนการตัดสินใจ แต่สำหรับชาวบ้านอำเภอขามสะแกแสง อย่าง คุณจารุ จารุชัยสิริ หรือ ลุงจารุ วัย 72 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 1 บ้านโนนเมือง ตำบลโนนเมือง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ที่เพิ่งหันมาเลี้ยงแพะรายนี้ดูจะไม่ธรรมดา เพราะไม่ตั้งใจเลี้ยงแพะขายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาจประสบปัญหาราคาในอนาคต แต่ยังนำมูลแพะมาใส่ถุงขาย แถมยังนำไม้กระถินที่แพะกินมาเผาเป็นถ่านขาย มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบคู่ขนานอีกด้วย เดิมลุงจารุมีอาชีพเกษตรด้วยการทำนากับพืชอื่นๆ แต่ประสบปัญหาฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูสร้างความเสียหายแล้วยังมีผลกระทบต่อรายได้ตามมา ด้วยเหตุนี้จึ
“ ศักรินทร์ สมัยสง ” บันฑิตหนุ่มสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่สนใจ อาชีพมนุษย์เงินเดือน หวนกลับคืนบ้านเกิดที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำอาชีพเกษตรตามรอยพ่อแม่ อย่างมีความสุขในวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง บนที่ดินมรดก 47 ไร่ ในวันนี้ เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพการเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ Smart Farmer เป็นกูรูด้านเลี้ยงแพะแกะในสวนปาล์มน้ำมัน ให้แก่เพื่อนเกษตรกรจำนวนมาก ด้วยผลงานที่โดดเด่นตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้เขาได้รับการคัดเลือกจากกรมปศุสัตว์ให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ อาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2563 ใช้ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาอาชีพ เมื่อปี พ.ศ. 2549 ศักรินทร์เริ่มต้นการเลี้ยงแพะพันธุ์ลูกผสมแองโกลนูเบียน พื้นเมือง จำนวน 12 ตัว (เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 11 ตัว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการนำมูลแพะมาใช้เป็นปุ๋ยในสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยเคมี เน้นการจัดการฟาร์มและสวนให้เกื้อกูลกัน สามารถนำทุกอย่างในฟาร์มมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทำให้ครอบครัว มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ธุรกิจฟาร์มแพะมี
วันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณทุ่งนาริมถนนสายสีดา-ประทาย ต.กระทุ่มราย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา พบเกษตรกรนำฝูงแพะออกเล็มหญ้าที่ออกแซมตอซังข้าวตามทุ่งนาที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว นายสมชาย กองทองนอก อายุ 47 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะชาวประทาย กล่าวว่า เลี้ยงแพะเนื้อมาประมาณ 3 ปี มีแพะอยู่ประมาณ 90 ตัว ได้สร้างโรงเรือนเลี้ยงแพะอยู่ห่างออกไปจากจุดที่พาแพะมาเดินหากินเนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่หน้าแล้ง สภาพอากาศร้อนอบอ้าวทำให้หญ้าอาหารสัตว์มีน้อย ส่วนพื้นที่บางส่วนเกษตรกรก็จะเผาตอซังข้าวทำให้ไม่มีหญ้าให้แพะกิน ตนเองจึงต้องพาแพะเดินมาหากินไกลขึ้น วันละไม่ต่ำกว่า 8-9 กิโลเมตร ช่วงเย็นตนเองจะตัดต้นกระถินให้แพะกินเป็นอาหารเสริม โดยไม่พึ่งอาหารเม็ด เนื่องจากเป็นการเลี้ยงแพะแบบตามธรรมชาติ เพราะจะทำให้เนื้อแพะที่ได้มีรสชาติดีกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด เป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างมาก เมื่อแพะน้ำหนักถึงเกณฑ์ที่จะขาย จะมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อถึงที่โดยบางคนถึงกับสั่งจองไว้ล่วงหน้าเลยก็มี ส่วนแหล่งน้ำตนได้ขุดบ่อเก็บน้ำไว้ข้างโรงเรือนเลี้ยงแพะ เนื่องจากในการเลี้ยงแพะปีแรกๆ ตนพึ่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
หนองคาย – นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้จากการทำเกษตร ทำนา เลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงโควากิว จะทำให้เพิ่มมูลค่าให้กับโค จากโคพื้นเมืองธรรมดาจะกลายเป็นโคพันธุ์ดีที่ตลาดต้องการ ขายได้ราคาสูงขึ้น จัดสรรงบประมาณให้ส่วนหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำเพิ่มหลักความรู้ทางวิชาการให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเลี้ยงแพะนั้น เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นอย่างดี มีตลาดรองรับ ประเทศเพื่อนบ้านต้องการบริโภคเนื้อแพะสูง ตัวหนึ่งอยู่ที่ 2,300-2,500 บาท ใช้เวลาเลี้ยงสั้น จัดหาแพะแม่พันธุ์ให้เกษตรกรอีก 21 ตัว ด้าน นายนัฐพงษ์ เทศนา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ กล่าวว่า ศึกษาข้อมูลว่าการเลี้ยงแพะ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ชักชวนเพื่อนบ้านเลี้ยง ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะเลี้ยงอยู่ไม่มาก แต่ก็มีพ่อค้าชาวลาวมาติดต่อขอซื้ออย่างต่อเนื่องผลิตให้ไม่ทัน คาดว่าการเลี้ยงแพะจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมที่ดีแก่ครอบครัวได้ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
