เอสเอ็มอี
สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ร่วมกับ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจแนวโน้มธุรกิจในช่วงวิกฤตและหาโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล โดยจะพูดถึงกลยุทธ์รับมือกับความท้าทายจากสงครามการค้า รวมถึงเทคโนโลยี AI ที่ช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ในวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00-16.00 น. ณ True Digital Park ชั้น 6 ห้องออดิทอเรียม ฝั่ง East (BTS สถานีปุณณวิถี) พบกับวิทยากรและหัวข้อบรรยายที่เน้นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ไทย1.“ทางรอดของ SMEs ไทยในวิกฤตสงครามการค้า” โดย คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย 2.“ SMEs กับการเตรียมรับมือสินค้าจีนทะลักเข้าไทยใน 6 เดือนหลังปีนี้” โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์3.“แนวทางการขอสินเชื่อและสนับสนุนจาก SME D Bank” โดย คุณชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ SME D Bank4.“การทำธุรกิจด้วย AI เพื่อความยั่งยืน” โดย โซอี้ –
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ชู “แม็คโคร-โลตัส” ร่วมโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” เปิดพื้นที่ขายฟรีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ “โลตัส” ทุกภูมิภาค ควบคู่การรับซื้อผลิตผลจากเกษตรกรกว่า 200,000 ตัน พร้อมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าช่วยค่าครองชีพประชาชนกว่า 8,000 รายการ ที่แม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าว Kick Off เปิดตัว “โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ กรรมการ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมงาน พร้อมนำบริษัทออกบูธแสดงสินค้าภายในงาน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมเดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสาขากว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ของแม็คโคร-โลตัส โดยบริษัทมุ่งสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเอสเอ็มอีกว่า 200,000 ราย พร้อมรับซื้อและ
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ปลื้มผลการจัดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ “สินค้าดี เพื่อประชาชน” 5 พื้นที่ห้างทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ เซ็นทรัล พระราม 2 เซ็นทรัล เวสต์เกต เซ็นทรัลบางนา มาบุญครอง และเซ็นทรัล ลาดพร้าว มีจำนวนผู้ประกอบการ SMEs จากทั่วประเทศเข้าร่วมออกร้าน จำหน่ายสินค้ารวมมากกว่า 250 ราย สามารถสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านช่องทางหน้าร้านร่วมกับผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการ SMEs จากการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะสามารถสร้างยอดขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้โดยรวมงานอุตสาหกรรมแฟร์ “สินค้าดี เพื่อประชาชน” สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 10 ล้านบาท ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการดำเนินงานการจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ “สินค้าดี เพื่อประชาชน” 5 พื้นที่ห้างทั่วกรุงเทพฯ โดยเป็นการยกร้านค้าจากผู้ ประกอบการ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศรวมจำนวนกว่า 250 ราย มาออกบูธเพื่อให้ประชาชนได้ เลือก ชม ชิม ช้อป พร้อมทั้งความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้
นิตยสาร BUSINESS+ โดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภายใต้ความร่วมมือของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) จัดงานมอบรางวัล THAILAND TOP SME AWARDS 2022 ภายใต้แนวคิด “Restructuring Businesses for BCG Business Model” โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อเป็นเวทีเชิดชูเกียรติให้แก่สุดยอดผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีการดำเนินธุรกิจดีเยี่ยม จำนวน 22 รางวัล ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นิตยสาร Business+ และ ธพว. ภายในงานมีผู้บริหารผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าร่วมรับรางวัลอย่างสมเกียรติ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา คุณมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า งานมอบรางวัล Thailand Top SME Awards ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Restructuring Businesses for BCG Business Model” ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับรูปแบบธุรกิจ BCG จากความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับโครงสร้างทางธุรกิจเพื่อรองรับธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่ง
สสว. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง สร้างระบบ THAI SME-GP หนุนแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น ผลตอบรับดีเกินคาด มียอดผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนในระบบกว่า 1.32 แสนราย มีข้อมูลสินค้าบริการกว่า 1 ล้านรายการ ตั้งเป้า ปลายปีนี้ มีเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนในระบบรวมกว่า 1.4 แสนราย และสามารถสร้างมูลค่าจากการรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นมูลค่าสูงถึง 700,000 ล้านบาท โดยจะขยายไปสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาคเอกชนในอนาคตต่อไป นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “THAI SME-GP รัฐพร้อมซื้อ SME พร้อมขาย” เป็นมาตรการสำคัญที่กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ สสว. ส่งเสริมสนับสนุนให้เอสเอ็มอี เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่าย โดยกำหนดแต้มต่อสำหรับเอสเอ็มอีในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการทั่วไปได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาต่ำสุด และการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดยให้เลือกจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นลำดับแรก อีกทั้งยังให้สิทธิพิเศษสำหรับเอสเอ็มอี ที่มีสินค้าได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ร้อยละ
แม้โควิด-19 ในไทยจะเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ทิ้งบาดแผลที่ยังไม่หายดีให้สังคมไทยไม่น้อย หลายธุรกิจต้องปิดกิจการ ผู้คนตกงาน ขาดรายได้ ต้องกลับถิ่นฐานไปทำการเกษตร แต่กลับเจอปัญหาภัยแล้งซ้ำซ้อน อีกทั้งนักเรียนนักศึกษาต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมสูงขึ้น เมื่อการสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ใช่การเติบโตเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลให้ทุกฝ่ายก้าวไปด้วยกัน แนวคิด ESG หรือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล จึงได้รับความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เพียงสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจได้จริง แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ด้วย เช่นเดียวกับเอสซีจี ที่ต้องการประคับประคองสังคมให้ก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง จึงดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG อย่างต่อเนื่องและจริงจัง พร้อมนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ที่มี ไปช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านการเกษตร การสร้างอาชีพ เสริมทักษะ ตั้งเป้าช่วย 20,000 คนให้ได้ภายใน 4 ปี #SCG #เอสซีจี #ESG ติดตามภารกิจเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำของเอสซีจี ได้จากคลิปนี้
“สุริยศักดิ์ ภูธิปฐิติพงศ์” ประธานบริษัท พรีเมี่ยม บีฟ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน พรีเมี่ยม บีฟ ได้ขยับจากธุรกิจเอสเอ็มอี ขนาดเล็กมาสู่ขนาดกลาง ด้วยรายได้ 25-30 ล้านบาท ต่อเดือน โดยมากกว่า 50% มาจากการได้ร่วมงานกับแม็คโคร!” ด้วยช่องทางแห่งโอกาสที่เขาและสมาชิกผู้เลี้ยงโคขุนในเมืองไทยได้รับ จนพัฒนาศักยภาพและมองเห็นเส้นทางการเติบโตชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ทางด้านการตลาด โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคเนื้อ กุญแจสำคัญที่จะช่วยต่อยอดให้เอสเอ็มอีผลิตสินค้าได้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม “พรีเมี่ยม บีฟ ได้ผลิตสินค้าประเภทเนื้อวัวตัดแต่งคุณภาพจากโคขุนในประเทศ โดยเราค่อยๆ เรียนรู้ตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ก็พัฒนากันมาเรื่อย อย่างช่วงแรกผู้บริโภคต้องการเนื้อวัวจากไม่กี่ชิ้นส่วน แต่เมื่อเริ่มวางจำหน่ายที่แม็คโครภายใต้แบรนด์ โปรบุชเชอร์ แม็คโครก็เข้ามาช่วยด้านการจัดการ และร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคหันมานิยมเนื้อวัวในส่วนอื่นๆ มากขึ้น เราก็ปรับวิธีการตัดแต่ง เปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กลายเป็นจุดแข็งที่เนื้อนำเข้าไม่สามารถทำได้ ประกอบกับราคาที่ดึงดูด ทำให้สินค้าจากพรีเมี่ยม บีฟ เติบโ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่มติชนอคาเดมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอรเทพ อินทรสกุล รองอธิบดีกรมการจัดหางาน นางดรุณี นิธิทวีกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางเจริญพิศ เอกอุรุ ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรืออากาศเอกหญิง ศุภพร อยู่วัฒนา ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ เดินทางมาร่วมงาน “เกษตรมหัศจรรย์และวันเส้นทางเศรษฐี” พร้อมชมโซน “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่จัดแสดงไม้ด่างหายาก มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท โดยมีผู้บริหาร บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำโดย นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ นางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ เทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฯลฯ ให้การต้อนรับ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด รมว.สุชาติ กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ปล
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของโรคระบาดโควิด-19 สร้างผลกระทบแก่ทุกคนบนโลก ทำให้เกิดการปรับตัว ที่เรียกว่า New Normal การใช้ชีวิตในรูปแบบปกติวิถีใหม่ ไม่เพียงเแค่นั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจทั่วประเทศด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ไว บาดแผลที่ได้รับจากโรคระบาดโควิด-19 ก็จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ดีพร้อม (DIPROM) นำโดย คุณภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ “ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด-19” หรือ “SMEs Grow Up” พร้อมเปิดเผยสำรวจผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากผู้ประกอบการ 1,494 ราย โดยมี คุณพัณณิดา เคียงศิริ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซีเค ฟู้ดเทค จำกัด เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับจากผลกระทบ ณ บริษัท เอซีเค ฟู้ดเทค จำกัด อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณภาสกร เปิดเผยว่า ทางด้าน ดีพร้อม (DIPROM) เร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามนโยบายของ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองก
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ระบาดหนัก และตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุดเพิ่มขึ้นเกิน 2,000 คน ต่อวัน บรรดาโรงคัดบรรจุผลไม้ต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ต่างชะลอการรับซื้อ เพราะการส่งออกไปยังต่างประเทศหยุดชะงัก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะผลไม้ฤดูกาลซึ่งมีผลผลิตเหลือเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในปีนี้มีแนวโน้มว่าผลผลิตจะออกมามาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาผลผลิตถูกส่งออกไปต่างประเทศจำนวนมากและได้ราคาดีโดยเฉพาะทุเรียน มะม่วง มังคุด ลำไย แต่ปีนี้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้การส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศประสบปัญหาอีกครั้ง เนื่องจากประเทศผู้นำเข้ามีกำลังการซื้อลดลง รวมทั้งสถานการณ์ในหลายประเทศยังน่าห่วง นางสาวณัชชาชนก ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้จัดการโครงการซีพี เฟรช บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า คนไทยต้องช่วยกันบริโภคผลไม้ในประเทศในภาวะที่โควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง ล่าสุดซีพีได้ใช้เครือข่ายค้าปลีกร่วมกับโลตัสและแม็คโคร ช่วยเป็นช่องทางกระจายสินค้าให้กับชาวสวนทุเรียนระบายสินค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแรงใจในการสนับสนุนชาวสวน ด้วยการรับซื
