แพะ
คุณดิเรก มะหะหมัด อยู่บ้านเลขที่ 10 ไมตรีจิต 7/1 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ มีอาชีพการเกษตรกรรมหลายอย่าง ทั้งการทำนา รับจ้างทั่วไปทางเกษตร เลี้ยงวัว และเลี้ยงแพะเนื้อหรือแพะขุน คุณดิเรก มะหะหมัด(เสื้อขาว)กับเพื่อนสมาชิก คุณดิเรกชี้ว่า เลี้ยงแพะได้ประโยชน์มากกว่าวัว เพราะมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งการมีลูกเร็ว ลงทุนน้อย ขายได้เร็ว และตลาดยังมีความต้องการตลอดเวลา เพียงแต่การเลี้ยงแพะมีความยุ่งยากกว่า เพราะต้องเลี้ยงหลายตัว ดังนั้น หากเทียบการลงทุนระหว่างเลี้ยงแพะกับวัวด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันแล้วจะพบว่าการเลี้ยงแพะคุ้มค่ากว่า แนวทางการเลี้ยงแพะเนื้อของชาวบ้านรายนี้จะซื้อแพะที่มีความเด่นของแต่ละสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้ได้แพะที่ตรงตามความต้องการของตลาด อย่างเช่น ใช้แพะนมผสมกับแพะเนื้อเพื่อต้องการให้ตัวโต มีเนื้อมาก โดยใช้พันธุ์บอร์ผสมกับแพะนม หรือพันธุ์แองโกลนูเบียน โดยมีเจตนาเพื่อให้ลูกที่ออกมาเป็นลูกผสมบอร์ซึ่งจะทำให้ได้น้ำนมมากแล้วช่วยให้ลูกแพะมีนมกินอย่างเพียงพอ พร้อมกับมีขนาดตัวโตและอัตราเนื้อที่ดี โรงเรือนเลี้ยงแพะของคุณดิเรกมีขนาดยาว 10 เมตร กว้าง 7.50 เมตร สามารถเลี้ยงแพะได้
น.สพ.ดร. สมพร พรวิเศษศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรภายในจังหวัดส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกยางพารามากที่สุดทางภาคอีสาน ส่วนของด้านการทำปศุสัตว์นั้นยังมีจำนวนเกษตรกรน้อยรายที่ทำอย่างจริงจัง แต่จะเน้นทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้หลังจากว่างจากการทำสวนยางเสียมากกว่า เช่น การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่งวง โคเนื้อ และ แพะ เพื่อให้มีรายได้เสริมเข้ามาช่วยในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ เกิดเป็นรายได้หลากหลายทิศทางในการประกอบสัมมาอาชีพ “การทำปศุสัตว์ของเกษตรกรที่นี่ ต้องบอกก่อนว่าส่วนใหญ่ ทำเป็นเชิงอาชีพเสริมรายได้ เพราะเกษตรกรยังยึดอาชีพทางด้านยางพาราอยู่ ในช่วงราคายางพาราตกต่ำมาไม่กี่ปีนี้ ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เช่น การเลี้ยงไก่งวง และการเลี้ยงแพะในสวนยางพารา เมื่อการเลี้ยงประสบผลสำเร็จจำนวนผู้เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพื่อให้มีความเข้มแข็งทางการตลาด ดังนั้น ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จึงได้มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้มีทางเลือกทางด้านปศุสัตว์ ทำเป็นอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่เน้
คุณพันธ์ ยามดี เกษตรกรเจ้าของสวนยางพารา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โทร. 063-137-2489 ปัจจุบันเขามีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ด้วยการเลี้ยงแพะในสวนยางพาราของตนเองมากกว่า 3 ปี โดยเลี้ยงแพะพันธุ์ลูกผสม ที่สามารถต้านทานโรคได้ดี ใช้เวลาเลี้ยงขุนแพะในสวนยางพาราประมาณ 4 เดือน ก็จับแพะออกขายได้ ในราคา ก.ก. ละ 145 บาท ปัจจุบัน คุณพันธ์ ได้รวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะขุนจำหน่าย ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์พัฒนาเจริญก้าวหน้าบ้านภูทรายทอง” อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โดยมีสมาชิกกลุ่มฯ จำนวน 59 ราย เลี้ยงแพะขุนรวมกันกว่า 280 ตัว มีตลาดหลักอยู่ที่จังหวัดหนองคาย และ สปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงในสวน เพื่อส่งแพะไปขายต่อที่ประเทศเวียดนาม หลายคนอาจคิดว่า “แพะ” เป็นสัตว์เลี้ยงที่เหม็นสาบ สกปรก กินอาหารไม่เลือก แต่ความจริงแล้ว แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมากที่สุด เพราะการเลี้ยงแพะมีจุดเด่นหลายประการ เช่น ให้ผลตอบแทนเร็ว ใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการเลี้ยงโค แพะหากินเก่ง กินพืช ใบไม้ได้หลายชนิด แพะทนทานต่อทุกสภ
คุณรัชดา นุ่มหอม อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 12 ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้แบ่งพื้นที่นาของเธอบางส่วนมาทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปกับการเลี้ยงแพะ ซึ่งเธอบอกว่า ณ เวลานี้ พอใจกับการเลือกแนวทางนี้ เพราะทำให้เธอได้มีรายได้หลายทางมากกว่าสมัยก่อน เมื่อเทียบกับการทำอะไรแบบเดิมๆ หรือแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป คุณรัชดา นุ่มหอม และสามี คุณรัชดา สาวที่มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพรับจ้างเป็นสาวโรงงาน เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งรู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะกับเธอ จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำเกษตรกรรม คือ การทำนา ซึ่งก่อนที่จะลงมือทำนานั้นเธอบอกว่าก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องมีเงินทุนสำรองเพื่อใช้จ่ายจนกว่าข้าวที่ปลูกจะเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ จึงทำให้เธอต้องไปกู้เงินจากแหล่งกู้ต่างๆ เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน “พอเรากู้เงินมา พอถึงหน้าเก็บเกี่ยวผลผลิต เราก็ขายข้าวไป พอได้เงินมาเราก็นำไปใช้คืน เสร็จแล้วก็กู้คืนมาใหม่ ทำไปทำมาเหมือนจะไม่มีเงินเก็บ หนี้สินกลับมากขึ้นกว่าเดิม ทีนี้มาย้อนคิดดูแล้วว่า เราจะทำแต่นาอย่างเดียวไม่น่าจะไปได้ดี ต้องหาอะไรมาช่วยเสริม คือการทำเกษตรผ
การเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน เพราะขั้นตอนการเลี้ยงไม่มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่มากเหมือนอย่างเช่นสมัยก่อน และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง เช่น แพะสวยงาม นำไปประกอบอาหาร และผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว โดย 2 ปี อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย 3-4 คอก จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก คุณวสันต์ กลิ่นสุข สัตวแพทย์ชำนาญงาน สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ให้ข้อมูลว่า การทำปศุสัตว์ในอำเภอบางเลน นอกจากการเลี้ยงไก่ไข่ที่โดดเด่นแล้ว การเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน โดยทางสำนักงานมีความรับผิดชอบในเรื่องของการทำวัคซีนให้กับเกษตรกร เพื่อให้ฟาร์มเป็นแหล่งเลี้ยงที่มีความปลอดโรคและได้มาตรฐาน ดังนั้น ทางสำนักงานจึงมีการให้ความรู้ต่างๆ ของการเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงอยู่เสมอ คุณพัชรีภรณ์ ภิรมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ที่ 6 ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ยึดอาชีพการเลี้ยงแพะหลังจากลาออกจากงานประจำ จนสามารถประสบความสำเร็จทำการตลาดหลากหลาย เช่น การผลิตลูกพันธุ์ การเลี้ยงแพะสวยงาม ตล
กลุ่มชุมชนเกษตรกรที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา และอำเภอวังน้อย ส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงแพะนม เกษตรกรได้มีการรวมตัวกันตั้งชื่อกลุ่มการเลี้ยงและแปรรูปน้ำนมแพะว่า “กลุ่มสหกรณ์ปศุสัตว์พระนครศรีอยุธยา จำกัด” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการก่อสร้างโรงแปรรูปน้ำนม ซึ่งมีวัตถุดิบจากการผลิตน้ำนมแพะเฉลี่ยประมาณ 300 กิโลกรัม ต่อวัน เดิมเกษตรกรจะใช้กรรมวิธีการแปรรูปแบบดั้งเดิม โดยการต้มในครัวเรือนแล้วนำมาบรรจุถุงจำหน่ายกันเองในชุมชน ซึ่งมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ นมที่แปรรูปได้จำหน่ายไม่หมด ส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกร เป็นอย่างมาก การสร้างและพัฒนาการบริการวิชาการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สังคม ประเทศ และนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งพันธกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ ที่จะสร้างสรรค์ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชน สังคม ให้เข้มแข็งมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น จากปัญหาดังกล่าว ผศ.ทศพร นามโฮง อาจารย์จ
จากอดีตข้าราชการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ทำงานคลุกคลีกับเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง “วาสนา กุญชรรัตน์” ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจครั้งใหญ่ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในเรื่องการทำการเกษตรและอยู่อย่างพอเพียง ผันชีวิตมายึดอาชีพเลี้ยงแพะ ผลิตนมแพะจำหน่ายก่อนขยายเป็นศูนย์เรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์แนวทางต่างๆ ให้ผู้สนใจ “วาสนา กุญชรรัตน์” เล่าว่า ช่วงเริ่มต้นประมาณปี 2545 ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้านใน ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี ด้วยความชอบธรรมชาติ จึงมีแนวคิดทำฟาร์มแพะนม “TT GARDEN AND GOAT FARM” เพื่อผลิตน้ำนมไว้จำหน่าย โดยใช้เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 5-6 แสนบาท สร้างโรงเรือนไม้ยกพื้นให้แพะอยู่อาศัย จากนั้นต่อเติมขยายโรงเรือนขยายถึงปัจจุบันมีพ่อแม่ และลูกแพะที่เลี้ยงดูแลนับร้อยตัว ทั้งสายพันธุ์ซาแนน และเริ่มขยายพันธุ์ท็อกเก้นเบิร์กด้วย ซึ่งในฟาร์มต้องเน้นความเข้มงวดเรื่องความสะอาด ปลอดเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคบลูเซลโลซีส การเข้า-ออกฟาร์มทุกครั้งจึงต้องสวมรองเท้าผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยของฟาร
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา หรือ เสี่ยน้อย อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ที่บ้านตนเลี้ยงแพะจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ มีแพะอยู่จำนวนกว่า 2,000 ตัว ขายดีมาก โดยเฉพาะจีนและเวียดนามมีออร์เดอร์สั่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยตัวหนึ่งจะมีน้ำหนักจาก 30-50 กิโลกรัมจำหน่ายจากราคาตัวละ 3,000-4,500 บาทหากเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์จะแพงกว่านี้และหากชำแหละเองขาย จะได้กำไรดีกว่าขายส่งเป็นตัวๆถึงครึ่งต่อครึ่ง คือหากขายตัวละ 3,000 บาทหากชำแหละก็จะขายได้กว่า 6,000 บาทเพราะขายเนื้อแพะกิโลกรัมละ 300 บาทขายรวมกันกับกระดูกที่ติดเนื้อไม่เอากระดูกออก เครื่องในและหนังแพะราคากิโลกรัมละ 250 บาท คนอีสานนิยมกินแพะในงานเลี้ยงต่างๆเช่นฉลองในงานไม่ใหญ่เท่าไรนัก เพราะราคาไม่แพง แต่หากจะซื้อวัวมาล้มก็ตัวละ 15,000บาท ขึ้นไปแต่ถ้าซื้อแพะก็ตัวละ 3000-4000 บาทก็กินกันอิ่มแล้วกว่า 20-30 คน และที่แปลกไปกว่านั้นคือคนอีสานมักจะชอบรับประทานเนื้อแพะกันสดๆ ทำชกเล็กก็สุดยอด โดยเฉพาะไข่หำกินกันดิบๆจะเพิ่มพลังทางเพศให้ชาย และที่สำคัญต้องถอดเขาแพะมาทำเป็นแก้วแล้วรินเหล้าขาวใส่ในเขาแพะแช่ไว้สัก 1-2 นาทียาจา
“ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำฟาร์มเลี้ยงแพะแกะมากว่า 15 ปี เห็นผู้เข้ามาในวงจรอาชีพการเลี้ยงแพะแกะเป็นจำนวนมาก มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จก็มาก ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ข้อแนะนำเบื้องต้นำหรับผู้สนใจว่าต้องมีการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ เพราะจะให้เกิดความสำเร็จสามารถเดินบนเส้นทางอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องเข้าใจทั้งการบริการจัดการฟาร์ม การให้อาหาร การป้องกันกันโรค และการตลาด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญอยากให้ศึกษาก่อน อย่าเลี้ยงเพราะเขาเล่าว่า “ ลุงเป้ง หรือ คุณเชาวรัตน์ อ่าโพธิ์ เกษตรกรเจ้าของแหล่งเรียนรู้ปศุสัตว์แพะแกะคุณสุขฟาร์ม อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ.2552 ผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในเซียนเลี้ยงแพะแกะระดับแถวหน้าของเมืองไทย ความสำเร็จในอาชีพของลุงเป้งที่สามารถผลตอบแทนเรียกว่า เลขเจ็ดหลักในแต่ละปี มาด้วยการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี มีการวางแผนการตลาด มารถผลิตแพะแกะออกสู่ตลาดได้ตรงกับความต้องการ และที่สำคัญเน้นการผลิตมที่มุ่งคุณภาพ จึงทำให้แพะแกะคุณภาพที่ผลิตได้ทั
จังหวัดลพบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรต้องประสบปัญหาภาวะแล้ง ดำเนินกิจกรรมการปลูกพืชได้น้อยลง หรือเกษตรกรบางรายสามารถปลูกพืชได้แต่ก็ประสบปัญหาภาวะขาดทุน จึงมีความสนใจที่อยากจะมาทำอาชีพด้านปศุสัตว์ ซึ่งการเลี้ยงปศุสัตว์ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกพืช จึงได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงแพะภายในจังหวัดลพบุรีมากขึ้น เพราะแพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก มี 4 กระเพาะ กินหญ้าและวัชพืชต่างๆ ในด้านของการให้ผลผลิต แพะเป็นสัตว์ที่ให้ผลผลิตรวดเร็ว แพะเพศผู้ สามารถใช้เป็นพ่อพันธุ์คุมฝูงได้เมื่ออายุ 8 เดือนขึ้นไป ส่วนแพะเพศเมียสามารถใช้เป็นแม่พันธุ์ได้เมื่ออายุ 8-10 เดือน เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะใช้เวลาตั้งท้องนาน 5 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ให้ลูกครั้งละ 2 ตัว ต่อแม่แพะ 1 ตัว มีค่าเฉลี่ยการให้ลูกปีละ ประมาณ 3 ตัว ในด้านของการตลาด ข้อมูลการผลิตแพะของประเทศไทย มีจำนวนแพะทั้งประเทศเมื่อปี 2558 จำนวน 539,583 ตัว เกษตรกร 43,118 ครัวเรือน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ภาคใต้มีแพะจำนวนกว่า 271,730 ตัว คิดเป็นร้อยละ 50.36 สำหรับจังหวัดลพบุรี เมื่อดูจากข้อมูลสถิติการเลี้ยงแพะ มีจำนวน 20,862 ตัว เกษตรกร
