โควิด-19
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม Food Truck โครงการ “อาหารปลอดภัย จากใจ…สู่ชุมชน” ครั้งที่ 5 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมี พรรณินี นันทพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ เป็นตัวแทนบริษัทฯ ร่วมกับ ชนินทร์ รุ่งแสง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพนักงานจิตอาสาซีพีเอฟ ช่วยกันส่งมอบอาหารอุ่นร้อนพร้อมทาน จากรถ Food Truck ของ CP Freshmart ให้แก่ชาวชุมชนรอบวัดรวกสุทธาราม ตลาดนครหลวง และวัดบางบำหรุ เขตบางกอกน้อย สำหรับอาหารกล่องพร้อมทาน คุณภาพปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่งตรงจากโรงงานผลิตตามมาตรฐานส่งออก มีให้เลือก 6 เมนู ได้แก่ ข้าวอกไก่ซอสจิ้มแจ่ว ข้าวผัดไก่ย่างซอสเกาหลี ข้าวไก่สไปซี่ ข้าวอกไก่ย่างซอสเกาหลี ข้าวตับกระเทียม และข้าวไข่เจียว พร้อมทั้งไข่ต้มและน้ำดื่ม CP พร้อมทั้งข้าวเหนียวไก่ทอด นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ โอสถสภา นำเครื่องดื่ม และ Mc ยีนส์ นำหน้ากากผ้ามาร่วมมอบด้วย โครงการดังกล่าว เริ่มมอบอาหารที่ชุมชนในเขตบ
นายสุรพล ประมงค์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ นายจรัส อัศวชาญชัยสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกันมอบ ไข่ไก่ 4,000 ฟอง ให้แก่ ดร. ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ณ โรงงาน ผลิตอาหารสัตว์น้ำบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนในปี 2563 โดยขยายช่องทางการตลาดสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น เกษตรกรสามารถซื้อขายสินค้าเกษตรผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ DGTFarm อ.ต.ก.เดลิเวอรี่ รวมทั้งร่วมกับศูนย์เครือข่ายเกษตร สถาบันการจัดการปัญญา ภิวัฒน์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ Lazada ในการจัดอบรมส่งเสริมความรู้เกษตรกรในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม Young Smart Farmer เกี่ยวกับการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ ไปจนถึงเทคนิคการโปรโมตสินค้า การบรรจุผลิตภัณฑ์ และขนส่ง โครงการดังกล่าวได้ช่วยให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ พัฒนาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาด สามารถขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจากวิกฤตสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ที่ได้ส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจ จนเกิดปรากฏการณ์ New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ของพฤติกรรมของมนุษย์ได้หันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านตลาดออนไลน์ที่กระทรว
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 ได้เห็นความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของทุกภาคส่วนที่ร่วมแบ่งปันให้พี่น้องคนที่เดือดร้อนในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โครงการ “อาหารปลอดภัยจากใจ…สู่ชุมชน” เป็นหนึ่งโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดทีมจิตอาสา พร้อมรถ Food Truck ของซีพี เฟรชมาร์ท เพิ่มความสะดวกในการนำอาหารสำเร็จรูปคุณภาพปลอดภัยจากโรงงานไปอุ่นร้อนเป็นมื้อกลางวันให้พี่น้องชาวชุมชนถึงพื้นที่ ตามชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพิจิตร และจังหวัดตรัง รวม 25 ครั้ง โดยเริ่มที่เขตบางกอกน้อยเป็นพื้นที่แรก รถ Food Truck ของซีพี เฟรชมาร์ท เป็นรถต้นแบบที่ซีพีเอฟพัฒนาขึ้นทำหน้าที่เป็นครัวบริการอาหารอุ่นร้อนเคลื่อนที่ สามารถเดินทางออกไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยนำอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน คุณภาพส่งตรงจากโรงงาน ไปอุ่นร้อนและแจกให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับอาหารจากใจร้อนๆ ในช่วงที่ยากลำบาก รถ Food Truck ของซีพี เฟรชมาร์ท ไปจอดตามจุดต่างๆ ในเขตบางกอกน้อย ทุกวันอังคาร พฤหัสบด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำพนักงานซีพีเอฟจิตอาสา จัดโครงการ “อาหารปลอดภัย จากใจ…สู่ชุมชน” นำรถ Food Truck ซีพี เฟรชมาร์ท แจกอาหารอุ่นร้อนพร้อมทานให้ชาวชุมชนในเขตบางกอกน้อย เป็นครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารจากวิกฤตโควิด-19 กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมมอบโอกาสการเข้าถึงอาหารคุณภาพดี ปลอดภัย ให้กับประชาชนที่อาศัยในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และจะขยายความช่วยเหลือไปยังเขตบางพลัด บางขุนเทียน บางบอน และหนองแขม ตลอดจนพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ต่อไป สำหรับอาหารกล่องพร้อมรับประทานที่นำมามอบให้เป็นมื้อกลางวัน มีให้เลือก 6 เมนู ได้แก่ ข้าวอกไก่ซอสจิ้มแจ่ว ข้าวผัดไก่ย่างซอสเกาหลี ข้าวไก่สไปซี่ ข้าวอกไก่ย่างซอสกระเทียม ข้าวตับกระเทียม และข้าวไข่เจียว แจกพร้อมไข่ต้ม และน้ำดื่ม โดยแจกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตบางกอกน้อย เป็นที่แรก ก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟ นำรถ Food Truck ซีพี เฟรชมาร์ท ลงพื้นที่มอบอาหารปลอดภัยให้ประชาชนในชุมชนแออัด ในพื
ในปีนี้ ภาคการเกษตรไทยได้เผชิญกับ 2 ความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภัยแล้ง และจากสถานการณ์ต่างๆ นี้ ส่งผลให้ทั่วโลกล้วนตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตอาหารภาคการเกษตรเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้น การทำเกษตรสมัยใหม่และการทำเกษตรที่มีรูปแบบขนาดใหญ่จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารได้ ดังนั้น “เกษตรกรรมที่ยั่งยืน” จึงเป็นเป้าหมายหลักที่ทางยันม่าร์ยึดถือในการเพิ่มผลกำไรให้กับเกษตรกร ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วย ฉะนั้น การนำเทคโนโลยีมาคิดค้นร่วมกับนวัตกรรมจึงทำให้ยันม่าร์พัฒนาระบบเทคโนโลยีที่ชื่อว่า สมาร์ทแอสซิสท์ (SMARTASSIST หรือ SA-R) มาช่วยขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยก้าวสู่การเป็น เกษตรสมัยใหม่ (Modern Farm) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการแปลงของตนเอง ซึ่งระบบนี้ของยันม่าร์จะช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยไม่เพียงแต่จะมาพัฒนาการบริหารจัดการฟาร์มของตนเองให้ดียิ่งขึ้น แต่ยังสามารถทำการเกษตรได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้เพิ่มผลผลิตได้มีคุณภาพ ช่วยลดต้นทุน และทำให้เกษตรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมา บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี.
สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ นนทบุรี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศูนย์นนทบุรี ขอเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน และประชาชนทั่วไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการ “ราชมงคลสุวรรณภูมิ นนทบุรี ร่วมใจคนไทยไม่ทิ้งกันสู้ภัยโควิด-19” เพื่อจัดหาสิ่งของอุปโภคบริโภค มอบให้กับครอบครัวของศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ และประชาชน ในพื้นที่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิศูนย์นนทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ร่วมบริจาคที่บัญชีธนาคารกิสกรไทย เลขที่บัญชี 068-8-29020-1 ชื่อบัญชีร่วม นายฐิตินพ พนังวิเชียร นายนิยม สมมิตร นายธนัชพันธ์ สนธยานนท์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ หนุนขบวนการสหกรณ์รวมพลังสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภค หวังบรรเทาความเดือดร้อนสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เผยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ใช้สื่อออนไลน์ โปรโมทสินค้าและเจรจาซื้อขายผลไม้และสินค้าประมงไปแล้ว 1,306 ตัน มูลค่า 14.963 ล้านบาท สามารถระบายผลผลิตได้รวดเร็วและยังช่วยดึงราคาให้ไปตามกลไกของตลาดในระดับที่เกษตรกรและผู้บริโภคพอใจ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนสหกรณ์ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด – 19 ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการกระจายผลผลิตของสหกรณ์สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มผัก ผลไม้ และสินค้าประมง เนื่องจากที่ผ่านมาสหกรณ์จะรวบรวมผลไม้ส่งออกไปจำหน่ายตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ต้องหยุดชะงัก เพราะประเทศคู่ค้าหยุดการสั่งซื้อจากผลกระทบโควิด 19 สินค้าเกษตรหลายชนิดไม่มีตลาดรองรับ ทำให้ผลผลิตล้นตลาดในพื้นที่แหล่งผลิตและราคาตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ในทุกจังหวัดช่วยกันสั่งซื้อส
นายราชศักดิ์ ตระสินธุ์ สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางวิไล ยูฮันเซ่น ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมหารือกับ นายไมตรี โรจนสินวิไล กรรมการบริหารบริษัททวีกิจซุปเปอร์ เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นห้างที่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเจรจาการซื้อขายสินค้าการเกษตรร่วมกับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด สหกรณ์การเกษตรคูเมือง จำกัด สหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณ จำกัด สหกรณ์นิคมแคนดง จำกัด และกลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ ซึ่งแต่ละสหกรณ์ได้นำตัวอย่างสินค้าการเกษตรที่ทางสหกรณ์ส่งเสริมให้สมาชิกผลิต มานำเสนอเพื่อจำหน่ายให้กับห้างทวีกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งสินค้าหลักๆ ได้แก่ ข้าวสารหอมมะลิ 105 ข้าวกล้อง ฟักแฟง ฟักทอง มะเขือเปราะ ข้าวโพดสด พริกแดงสด และผลไม้ เช่น กล้วยหอมทอง มะม่วง และลำไย ซึ่งผลจากการเจรจาครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากทางห้างได้ขอให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรนำสินค้ามาส่งให้กับห้างทวีกิจฯ เพื่อวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยจะเริ่มนำสินค้ามาจำหน่ายได้ตั้งแต่สัปดาห์นี
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส่งมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 4,000 ชิ้น จากเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้จุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยได้มอบหน้ากากอนามัยดังกล่าว ให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว ภายใต้แนวคิด “กรมการข้าว ใส่ใจ ห่วงใย มอบหน้ากากอนามัย ต้านภัย COVID-19” เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว นายสุดสาคร กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทางรัฐบาลได้กำหนดมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบ กรมการข้าวเร่งดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนหน้ากากอนามัยจากเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ โอนเงินงบประมาณให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว เพื่อจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือแอลกอฮอล์ นอกจากนั้น ยังขอความร่วมมือไปยังกรมปศุสัตว์ ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ตามมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อ นอกจากนี
