โควิด-19
วันที่ 21 เมษายน 2563 เวลา 13.00 น. กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดพิธีรับมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวจากบริษัท เจียไต๋ จำกัด โดยมี นายชัยพันธ์ ลิมปิวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทส่งมอบให้กรมการพัฒนาชุมชน โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ มีเมล็ดพันธุ์ผักหลากหลายชนิดจำนวน 500,000 ซอง เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” และช่วยเหลือประชาชนในการลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วยการปลูกผักบริโภคเอง นายชัยพันธ์ ลิมปิวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในวงกว้างและหลายมิติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา เจียไต๋ ในฐานะที่เป็นบริษัทเกษตรครบวงจรที่ตั้งมา 99 ปีแล้ว ก็พร้อมที่จะร่วมฝ่าฟันวิกฤตครั้งไปกับทุกฝ่าย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมโดยมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวคุณภาพจำนวน 500,000 ซอง ผ่านกรมการพัฒนาชุมชนเพื่อกระจายสู่พี่น้องประชาชนทั้ง 76 จังหวัด ตามแผนปฏิบัติ
ในช่วงที่ทุกคนต้องร่วมกันเก็บตัวอยู่บ้าน เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การทำอาหารรับประทานเองกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่การออกไปเลือกซื้อผักผลไม้สดในนาทีนี้อาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับใครหลายๆ คน เจียไต๋ฟาร์ม โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจเกษตรครบวงจรของไทย สนับสนุนคนไทยร่วมใจ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และทำอาหารรับประทานที่บ้านได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสินค้าผักสดพร้อมปรุงและผลไม้พร้อมรับประทานจากเจียไต๋ฟาร์ม ส่งตรงถึงบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเจียไต๋ในการส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรที่สดใหม่และปลอดภัยถึงมือผู้บริโภคทุกคน เจียไต๋ฟาร์ม คัดสรรผักยอดนิยมที่ใช้ในการประกอบอาหารและผลไม้สดพร้อมรับประทานกว่า 60 ชนิด อาทิ ข้าวโพดหวาน ฟักทองมินิบอล เมล่อนมรกต มะระ กะหล่ำปลี ซึ่งมั่นใจได้ในความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพ การันตีด้วยมาตรฐาน GAP, CODEX, GMP และ HACCP ผ่านกระบวนการล้างด้วยโอโซนทำให้ประหยัดเวลาในการเตรียมอาหาร สามารถนำไปรังสรรค์สารพันเมนูโปรดที่ พร้อมทำให้สมาชิกทุกคนใน บ้านได้อิ่มท้องจากผักสด สะอาด ปลอดภัย ที่ช่วยเสริมสร้างภู
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี นำโดย นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าป้องกันชุมชนให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมอบน้ำยาฉีดพ่นฆ่าเชื้อ จำนวน 3,000 ลิตร ให้กับ 3 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ในจังหวัดระยอง เพื่อนำไปใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่สาธารณะ โดยมี นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง และ นายสุกิจ จันทร์มณี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบข่า เป็นผู้รับมอบ นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “น้ำยาฆ่าเชื้อเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเทศบาลต้องใช้ในการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับชุมชน และยังเป็นการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยให้กับคนในชุมชนอีกด้วย ดังนั้น บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด จึงได้นำสาร Sodium Hypochlorite ที่มีอยู่ในโรงงานมาปรับค่าความเข้มข้นให้เหมาะกับ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยแก้ปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 เปิดรับสมัครบัณฑิตอาสาจำนวน 70 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 23 เมษายน 2563 ระบุผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินเดือน 9,000 บาทต่อราย ในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มปฏิบัติงานวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ได้รับมอบหมายจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ดำเนินโครงการจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโครานา 2019 (โควิด-19)” ตามมติ ครม. (เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563) เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ แก้ปัญหาการว่างงานของประเทศ โดย วว. เปิดรับสมัครบัณฑิตอาสาจำนวน 70 อัตรา ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจในการพัฒนาทักษะใหม่และได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เป็นบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรี ไม่เกิน 5 ปี ทางด้านเทคนิค วิศวกรรม การบริหารการจัดการ การวางแผนการผลิต การตลาด การเกษตร และวิทยาศาสต
จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามแนวทาง Social Distancing ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดโรคโควิด -19 และควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด วิกฤติโควิด –19 จึงเป็นบททดสอบของทุกอาชีพในเวลานี้ วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยองก็เช่นกัน วิกฤติดังกล่าวส่งผลให้การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง กิจกรรมต่างๆของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักก็น้อยลง รายได้ของวิสาหกิจชุมชนจึงลดลงตามไปด้วย สมาคมเพื่อนชุมชน ยังคงเป็นตัวกลางประสานความช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง แม้รายได้จะลดลง แต่ก็สามารถปรับตัวได้ เพราะในวิกฤติยังมีอโอกาสเสมอ นายวริทธิ์ นามวงษ์ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า สมาคมเพื่อนชุมชนเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในการพัฒนาสร้างอาชีพให้มั่นคง แต่วิสาหกิจชุมชนต้องพัฒนาและต่อยอดความรู้ความสามารถที่ได้รับไปปรับใช้กับกิจการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ หรือการหาตลาดและช่องทางการขายใหม่ๆ ของวิสาหกิจช
คณะผู้บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยร่วมกันวางแผน นำทีมคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ร่วมกันสร้างกล่องป้องกันเชื้อไวรัสฟุ้งกระจาย แทนการใช้วัสดุจาก PVC ซึ่งมีความคงทนและความปลอดภัยในการใช้งานค่อนข้างน้อย เพื่อนำไปมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โควิด- 19 ให้กับทีมแพทย์และพยาบาล รศ. จรูญ เจริญเนตรกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสงขลา ทางโรงพยาบาลต้องการกล่องป้องกันเชื้อไวรัสกระจาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่ต้องเปลี่ยนสายท่อหายใจสำหรับผู้ป่วย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เสนอแนวคิดแก่คณาจารย์ และบุคลากร เพื่อร่วมกันออกแบบและผลิตกล่องป้องกันเชื้อไวรัส โดยนำต้นแบบมาจากต่างประเทศ ก่อนจะมีการดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ นายไกรวิทย์ ชูชาติ วิศวกรรมควบคุม สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมงานสร้างกล่องป้องกันเชื้อไวรัสฟุ้งกระจาย ได้ดำเนินการนำกล่องต้นแบบ ซึ่งผลิตจากแผ่นอะคริลิค ขนาดความหนา 4 มิล
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยประกาศให้ โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นั้นบริษัทตระหนักดีถึงความยากลำบากในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการระบาดของโรคซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข บริษัทฯ ในฐานะผู้นำด้านอาหารปลอดภัยของโลก จึงขอมีส่วนร่วมช่วยเหลือเพื่อเสริมมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ด้วย “โครงการ CPF ส่งอาหารจากใจร่วมต้านภัย COVID-19” โดยการสนับสนุนอาหารสำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเฝ้าระวัง รวมถึง บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะใช้วิธีบริหารจัดการโดย 1. ขอให้บุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคโควิด-19 แจ้งความประสงค์รับการสนับสนุนอาหารจากซีพีเอฟ โดยลงทะเบียนได้ที่ LINE CPFRESHMART >> http://bit.ly/2PFFcyB 2. บริษัทฯ จะนำรายชื่อที่ลงทะเบียน ตรวจสอบกลับไปยังกรมควบคุมโรค 3. เมื่อผู้ป่วยฯ ได้รับการยืนยันผ่าน SMS แล้ว “ทีมซีพีเฟรชมาร์ทเดลิเวอรี่” จะนำผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทจากจุดกระจายสินค้า 109 สาขาทั่วประเทศ (กทม. 5
