ไบโอชาร์
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังจับตามองเพราะในปี 2562 พบว่าทั่วโลกมีปริมาณอาหารขยะมากกว่า 931 ล้านตัน จากการรายงานของ Food Waste Index Report 2021 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) ซึ่งนอกจากจะเป็นการทิ้งอาหารให้สูญเปล่าแล้วยังเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทยปี 2565 โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบว่าในปี 2565 มีขยะอาหารสูงถึง 9.68 ล้านตัน โดยคิดเป็นสัดส่วนของขยะอาหารในขยะมูลฝอยชุมชนสูงถึง 38% ซึ่งขยะอาหารส่วนมากจะเป็นเปลือกผลไม้และส่วนที่รับประทานไม่ได้ การจัดการขยะอาหารเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้อีกครั้งจึงเป็นหนทางสำคัญในการแก้ปัญหา เพียงแต่วิธีการนี้ก็ยังไม่ถูกใช้อย่างจริงจัง “การจัดการขยะอาหารโดยทั่วไป คือการนำไปทำอาหารสัตว์ หมักทำปุ๋ย ทำน้ำหมักก่อนที่จะนำส่วนที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ไปฝังกลบ ซึ่งกระบวนการนี้มีต้นทุนพอสมควร โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีผู้นำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อค่อนข้างน้อย ทางทีมวิจัยจึงมองหาทางเลือกในการจัดการข
ที่ห้องประชุมสุวรรณวาจกกสิกิจ สถานีวิทยุม.ก. ภายในม.เกษตรศาสตร์ บางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม จัดเสวนาชี้ทางออกวิกฤติปุ๋ยแพง”ไบโอชาร์ เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี” ถ่ายทอดสดผ่านเครือข่ายสถานีวิทยุม.ก. โดยมีวิทยากรร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ(พิเศษ)ยงยุทธ โอสถสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและปุ๋ย ม.เกษตรฯ กำแพงแสน รศ.ดร.จีราภรณ์ อินทสาร สาขาปฐพีศาสตร์ คณะผลิตกรรมเกษตร ม.แม่โจ้ ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา ม.เกษตรฯ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร นายประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่ผลิตไบโอชาร์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ดร.เปรม ณ สงขลา เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม เคหะการเกษตร ฟาร์ม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นางสาวกรกัญญา อักษรเนียม นักวิชาการด้านดินและอารักขาพืช กรมส่งเสริมการเกษตรและดร.ประภา ธาราเนตร ผอ.กลุ่มวิจัยดินเปรี้ยว กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินรายการโดยดร.เมธินี ศรีวัฒนกุล เลขาธิการสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม ศ(พิเศษ)ยงยุทธ โอสถสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและปุ๋ย ม.เกษตรฯ กำแพงแสนกล่าวย้อนอดีตถ่านไบโอชาร์ว่าเกิดขึ้นเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้วที่สหรัฐอเมริกา โดยมีการผล
ในยุคที่เกษตรสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับ “ดินมีชีวิต” มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ไบโอชาร์และน้ำส้มควันไม้เริ่มกลายเป็นนวัตกรรมเด่นที่เกษตรกรทั่วโลกจับตามอง เพราะไม่ใช่แค่การจัดการเศษชีวมวลให้เกิดประโยชน์ แต่คือการสร้างระบบฟื้นฟูดินแบบยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์ของคาร์บอนและจุลินทรีย์ธรรมชาติ ไบโอชาร์ที่ผลิตจากการเผาแบบควบคุมอุณหภูมิในระบบไพโรไลซิส ไม่เพียงเป็นถ่านรูพรุนที่เก็บน้ำและดูดซับธาตุอาหารได้ดี แต่ยังเป็น “บ้านชั้นดี” ให้จุลินทรีย์ดินนับหมื่นล้านเซลล์ต่อกำมือได้อยู่อาศัยและทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน น้ำส้มควันไม้ซึ่งเกิดจากกระบวนการเผาถ่านแบบไร้ควัน ก็เป็นผลพลอยได้ที่มีคุณค่าทางเกษตรอย่างยิ่ง ทั้งด้านการควบคุมศัตรูพืช กระตุ้นการเจริญเติบโต การทำไบโอชาร์คุณภาพสูงและน้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์ จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการเผาถ่านธรรมดา แต่เป็นองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การเลือกเตา กระบวนการผลิต ไปจนถึงความเข้าใจเรื่องวัฏจักรของสสารและจุลินทรีย์ในดิน เพื่อให้ผู้ใช้ได้ผลผลิตที่ทรงพลังต่อสิ่งแวดล้อม ดิน และพืชในระยะยาวอย่างแท้จริง พลังคาร์บอน คืนชีวิตให้ดินและฟื้นเกษตรธรรมชาติ ถ่าน
อว. โดย นาโนเทค สวทช. เดินหน้าวิจัยและพัฒนา “ไบโอชาร์” (Biochar) วัสดุคาร์บอนจากชีวมวล นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนของเหลือจากภาคเกษตร ให้กลายเป็นวัสดุคาร์บอนหมุนเวียนสารพัดประโยชน์ สร้างทีมพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ออกแบบ “ระบบปฏิกรณ์เชิงความร้อน” กำลังการผลิตไบโอชาร์ 300 กก. ต่อชีวมวล 1 ตัน นำร่องจับมือพันธมิตรด้านพลังงาน ทดสอบใช้งานระดับกึ่งอุตสาหกรรม หวังเป็นแหล่งพลังงานชีวภาพ ทางเลือกใหม่สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าถ่านหินในอนาคต พร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์หลากหลายทั้งด้านพลังงาน ภาคเกษตร การบำบัดน้ำ และวัสดุก่อสร้างสีเขียว ขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงาน การเกษตร การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ดร. ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า นาโนเทค สวทช. มีกลยุทธ์วิจัยเพื่อชาติ ด้วยการสร้างนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง เดินหน้าตามแนวคิด Innovate, Collaborate and Grow ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัย คือ นวัตกรรม, ความร่วมมือกับพันธมิตร และการเติบ
ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังจับตามองเพราะในปี 2562 พบว่าทั่วโลกมีปริมาณอาหารขยะมากกว่า 931 ล้านตัน จากการรายงานของ Food Waste Index Report 2021 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) ซึ่งนอกจากจะเป็นการทิ้งอาหารให้สูญเปล่าแล้วยังเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทยปี 2565 โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบว่าในปี 2565 มีขยะอาหารสูงถึง 9.68 ล้านตัน โดยคิดเป็นสัดส่วนของขยะอาหารในขยะมูลฝอยชุมชนสูงถึง 38% ซึ่งขยะอาหารส่วนมากจะเป็นเปลือกผลไม้และส่วนที่รับประทานไม่ได้ การจัดการขยะอาหารเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้อีกครั้งจึงเป็นหนทางสำคัญในการแก้ปัญหา เพียงแต่วิธีการนี้ก็ยังไม่ถูกใช้อย่างจริงจัง “การจัดการขยะอาหารโดยทั่วไป คือ การนำไปทำอาหารสัตว์ หมักทำปุ๋ย ทำน้ำหมักก่อนที่จะนำส่วนที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ไปฝังกลบ ซึ่งกระบวนการนี้มีต้นทุนพอสมควร โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีผู้นำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อค่อนข้างน้อย ทางทีมวิจัยจึงมองหาทางเลือกในการจัดการ
